*เปรี้ยง!*
เสียงประกายไฟจากการปะทะกันของอนุภาคพลังงานลึกลับดังสนั่นหวั่นไหว แรงอัดอากาศมหาศาลซัดเอาฝุ่นผงบนพื้นซีเมนต์กระจายตัวออกเป็นวงกว้างราวกับคลื่นกระแทกจากระเบนต์ย่อมๆ ทว่า สิ่งที่หยุดยั้งกระสุนสังหารนัดนั้นเอาไว้ ไม่ใช่เกราะกันกระสุนราคาแพง หรือปาฏิหาริย์ทางไสยศาสตร์ใดๆ หากแต่มันคือม่านพลังงานสีทองอร่ามที่เปล่งประกายระยิบระยับ ลอยเคว้งคว้างอยู่ตรงหน้าระหว่างปลายจมูกของธันวาและหน้าผากของมินตราห่างกันไม่ถึงคืบ
"นะ... นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย..."
มินตราอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถล่นออกมานอกเบ้า ร่างกายของเธอยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจากมรณะที่เฉียดฉิวไปเมื่อเสี้ยววินาทีก่อน มือเรียวบางที่กำชายเสื้อสูทของธันวาไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอกวาดสายตามองม่านแสงประหลาดที่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ สมองอันปราดเปรื่องของสาวออฟฟิศระดับหัวกะทิประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า มันไม่ใช่ฟิสิกส์ มันไม่ใช่เคมี และแน่นอนว่ามันไม่ใช่เวทมนตร์ในนิทานหลอกเด็ก!
ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไหล่ที่เคยเกร็งขึงผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย เขาเพิ่งกดปุ่มเผาผลาญแต้มสะสมทั้งหมดในระบบ 'ช็อตฟีลตัวตึง' ไปหมาดๆ แลกกับการเปิดใช้อภินิหารเกราะป้องกันระดับพระเจ้าที่ทำให้กระสุนปืนกลายสภาพเป็นเพียงแค่ลูกแก้วเด็กเล่นที่ตกลงกระทบพื้นเสียง *กริ๊ง* เบาหวิว
"ใจเย็นๆ ครับคุณมินตรา... ปลอดภัยแล้วครับ ปลอดภัยจริงๆ" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม พยายามส่งยิ้มแห้งๆ ที่คิดว่าหล่อที่สุดไปให้หญิงสาวเพื่อปลอบขวัญ แม้ว่าในใจลึกๆ เขาจะอยากร้องไห้โฮออกมาดังๆ เพราะแต้มในระบบที่สะสมมาหยอดกระปุกตุนไว้ตั้งนานนับแรมเดือน บัดนี้มันกลับกลายเป็นศูนย์บริสุทธิ์อย่างไร้เยื่อใย
"นาย... นายทำอะไรลงไป? ธันวา! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! แสงบ้าๆ นี่มันมาจากไหน หรือว่านายไปแอบทำสัญญากับปีศาจต่างโลกมาตรar... หรือว่านายติดการ์ตูนงงงวยพวกนั้นมากจนสมองกลับกันแน่!"
มินตราสะบัดมือออกจากชายเสื้อของเขา เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าสวยเฉียบฉายแววหวาดระแวงปนสับสนระคนกัน ดวงตาคู่สวยจ้องมองชายหนุ่มราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาดจากต่างดาว เธอกลัว... แต่ความกลัวนั้นไม่ใช่เพราะมือปืนที่เพิ่งลั่นไกเมื่อครู่ หากแต่เป็นความลับที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางกะล่อนและกวนประสาทของผู้ชายคนนี้ต่างหาก
ธันวากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เขารู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเล่นมุกตลกคาเฟ่หรือเฉไฉไปเรื่อยเปื่อยอีกแล้ว สถานการณ์รอบตัวบีบบังคับให้เขาต้องเลือก ระหว่างการเก็บงำความลับต่อไปแล้วปล่อยให้มินตราต้องหวาดกลัวและคิดไปเอง หรือการยอมเปิดอกพูดความจริงที่แปลกประหลาดที่สุดในสามโลกให้เธอฟัง แม้ว่าโอกาสที่เธอจะหาว่าเขาบ้าแล้วโทรเรียกโรงพยาบาลศรีธัญญามาหามจะมีสูงถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ก็ตามที
เขาย่อตัวลงเล็กน้อย ถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวตรงๆ แววตาของอดีต CEO ที่มักจะเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และมาดกวน ในวินาทีนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและจริงใจอย่างที่มินตราไม่เคยเห็นมาก่อน
"มินตรา... ฟังผมดีๆ นะครับ" ธันวาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่หนักแน่น ทว่าแฝงความสั่นเครือเล็กน้อยตามประสาคนกำลังจะสารภาพบาปครั้งใหญ่ในชีวิต
"ฉันไม่ฟัง! นายจะพูดอะไรก็ช่างเถอะ ธันวา นายเห็นไหมว่าเมื่อกี้เราเกือบตาย! เกือบตายจริงๆ นะเว้ย!" มินตราโพล่งขึ้นเสียงดัง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้นตันใจ เธอทนแบกรับความกดดัน ยืนหยัดเคียงข้างผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่ตอนที่เขาล้มละลาย ถูกคนรอบข้างเหยียดหยาม ไล่ตามเก็บเศษเงินประทังชีวิตด้วยกันมาโดยไม่เคยปริปากบ่นสักคำ แต่พอมาถึงตอนนี้ เขากลับมีอะไรบางอย่างที่น่ากลัวและปิดบังเธอมาตลอดซ่อนอยู่
"ผมรู้ครับ... ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย และผมก็รู้ว่าคุณอึดอัดแค่ไหนที่ต้องมาเจอเรื่องบ้าๆ แบบนี้เพราะผม" ธันวาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิดอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าหากเข้าใกล้เร็วจ้าเกินไป หญิงสาวจะกระโดดหนีหายไปในความมืด
"ถ้ารู้แล้วทำไมไม่บอกล่ะวะ นายเห็นฉันเป็นตัวตลกเหรอธันวา? ตั้งแต่วันที่นายหมดตัว ถูกคนอื่นเหยียบย่ำ ฉันก็อยู่ข้างนายมาตลอดไม่เคยหนีไปไหน แต่ทำไม... ทำไมพักหลังมานี้ นายถึงดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน มีเงินเป็นกุม มีของแปลกๆ มีความสามารถประหลาดๆ แถมยังชอบทำอะไรชวนช็อกโลกอยู่เรื่อย!" มินตรากําหมัดแน่นจนตัวสั่น เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือและเจือสะอื้นเล็กน้อย ความรู้สึกน้อยใจและความหวาดระแวงตีรวนขึ้นมาจุกอก
ธันวานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ท่ามกลางซากตึกร้างแห่งนี้ เขารู้สึกเจ็บแปลบในอกยามที่เห็นหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาของหญิงสาวที่เขารักและผูกพันยิ่งกว่าใคร
มือหนายื่นออกไปอย่างช้าๆ แล้วกุมมือเรียวบางที่สั่นเทาของมินตราเอาไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดผ่านไปยังปลายนิ้วของเธอ ทำให้มินตราสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้สะบัดหนี
"ที่คุณพูดมาทั้งหมด... มันคือเรื่องจริงครับ" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าจริงจังอย่างที่สุด
มินตราเงยหน้าขึ้นสบตาเขา คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ "หมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า... ผมไม่ได้ถูกหวยใต้ดิน ไม่ได้ไปปล้นธนาคาร และไม่ได้ไปทำธุรกิจสีเทาอะไรทั้งสิ้นครับ" ธันวายิ้มเจื่อนๆ ออกมามุมปาก ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้า "ความจริงก็คือ... ผมมีระบบวิเศษครับ"
*กริ๊ง!*
มินตรานิ่งงึดไปสามวินาทีเต็ม ราวกับระบบประสาทของเธอเพิ่งถูกตัดขาดจากการเชื่อมต่อชั่วขณะ เธอกะพริบตาปริบๆ สมองอันฉลาดเฉลียวพยายามประมวลผลคำว่า 'ระบบวิเศษ' ที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากผู้ชายตรงหน้า
"ระบบ... วิเศษอะไรนะ? นายพูดบ้าอะไรของนายเนี่ย ธันวา? นี่นายคิดว่าเรากำลังเล่นเกม RPG ออนไลน์อยู่หรือไง? มีหน้าต่างสเตตัส มีเควสรายวัน มีเสียงต๊องๆ คอยสั่งให้นายไปทำเรื่องไร้สาระงั้นเหรอ?" มินตราหัวเราะออกมาในลำคอด้วยความเหลือเชื่อ เธอดึงมือกลับแล้วกอดอกมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระอา
"เอ่อ... คือ... คุณพูดมานี่แทบจะตรงเป๊ะทุกคำเลยนะครับ..." ธันวาหัวเราะแห้งๆ เกาหัวแก้เขิน เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนสารภาพรักกับครูฝ่ายปกครองอย่างไรอย่างนั้น
"ธันวา! นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นมุกนะ!" มินตราตวาดแว้ดเสียงสูง หน้าตาบูดบึ้งด้วยความโมโห "นายคิดว่าฉันเป็นเด็กสามขวบหรือไง ถึงได้กุเรื่องนิยายแฟนตาซีน้ำเน่ามาหลอกเด็กแบบนี้! ระบบบ้าบออะไรนั่น ถ้ามันมีจริง งั้นฉันสั่งให้มันเสกเงินมาให้ฉันสักสิบล้านสิ! เอาตอนนี้เลย!"
ธันวาถอนหายใจยาวพรืด เขารู้ดีว่าถ้าพูดปากเปล่าร้อยคำ หญิงสาวก็ไม่มีวันเชื่ออย่างแน่นอน ทางเดียวที่จะพิสูจน์ความจริงได้ ก็คือการเปิดเผย 'หน้าจอระบบ' ให้เธอดوด้วยตาตัวเอง!
"โอเคๆ ครับ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะนะ..." ธันวาพึมพำเบาๆ ก่อนจะตั้งสมาธิแล้วส่งกระแสจิตเรียกอินเทอร์เฟซของระบบช็อตฟีลตัวตึงให้ออกมาแสดงผลในอากาศ
*วิ้ง!*
พริบตาถัดมา หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสแจ๋วก็ปรากฏขึ้นลอยเด่นอยู่กลางอากาศตรงหน้าของคนทั้งสอง ตัวอักษรดิจิทัลสีทองเรืองแสงกระพริบวิบวับระบุข้อความสถานะต่างๆ อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นแต้มคะแนนปัจจุบัน (ที่เหลือศูนย์กลมดิ๊ก) ภารกิจย่อยที่ค้างคาอยู่ หรือแม้กระทั่งประวัติการใช้งานเกราะป้องกันฉุกเฉินเมื่อครู่ ทุกอย่างแสดงผลให้เห็นจะๆ ตำตา
มินตราที่กำลังอ้าปากเตรียมจะเทศน์ยาวเหยียดถึงพฤติกรรมเพ้อเจ้อของธันวา ถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง เธออ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน ร่างกายแข็งทื่อเป็นหินปูนไปทันที สมองของเธอดับวูบสนิทราวกับคอมพิวเตอร์โดนกระชากปลั๊ก
แสงเรืองรองจากหน้าจอโฮโลแกรมสะท้อนอยู่ในดวงตากลมโตที่กำลังสั่นระริก เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้หน้าจอประหลาดนั้นทีละน้อย ยื่นมืออันสั่นเทาออกไปข้างหน้า หวังจะสัมผัสกับความว่างเปล่าที่เรืองแสงได้ แต่นิ้วเรียวกลับทะลุผ่านกลุ่มแสงนั้นไปเสมือนว่ามันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา... แต่ทว่า ความร้อนระอุอ่อนๆ และเสียงติ๊วดิจิทัลเบาๆ ที่ดังขึ้นในโสตประสาท กลับยืนยันว่ามันมีตัวตนอยู่จริงอย่างปฏิเสธไม่ได้
"นะ... นี่มัน... อะไรกันเนี่ย..." มินตราพึมพำออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา ราวกับคนละเมอ ความรู้สึกหวาดกลัว หวาดระเวียง และความตกตะลึงพรึงเพริดผสมปนเปกันจนอธิบายไม่ถูก
ธันวาแอบลอบกลืนน้ำลายด้วยความลุ้นระทึก เขายืนมองปฏิกิริยาของคู่หมั้นสาวคนสนิทด้วยความใจคอไม่ค่อยดีนัก กลัวเหลือเกินว่าเธอจะเป็นลมล้มพับลงไปตรงนั้น หรือไม่ก็สติหลุดกลายเป็นบ้าไปจริงๆ
"ผมไม่ได้โกหกคุณใช่ไหมครับ..." ธันวาเอ่ยเสียงเบา เจือความรู้สึกผิดนิดๆ ที่ปิดบังเรื่องใหญ่ขนาดนี้มานาน
มินตราหันขวับกลับมามองหน้าเขา แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและไม่เข้าใจ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าชั่วขณะ ก่อนที่มันจะค่อยๆ เบิกกว้างขึ้นเมื่อเธอเริ่มตระหนักถึงความจริงอันน่าเหลือเชื่อที่อยู่ตรงหน้า
"นาย... นายมีระบบแบบนี้... แล้วทำไมปล่อยให้ฉันต้องมานั่งเครียดเรื่องค่าห้องเช่ากับค่าน้ำค่าไฟอยู่ตั้งนานสองนานห๊ะอีดะ!" มินตราแผדเสียงกรีดร้องออกมาลั่นซึกตึกร้าง จนฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามคานไม้ร่วงกราวลงมา มือเรียวเล็กยื่นไปหยิกเข้าที่ต้นแขนของธันวาเต็มแรงจนชายหนุ่มสะดุ้งโหยงร้องจ๊ากลั่น
"โอ๊ยๆๆๆ! เจ็บนะคุณมินตรา! ก็ระบบมันงี่เง่าอ่ะ! มันชอบให้ผมทำภารกิจปั่นประสาทชาวบ้านถึงจะได้แต้มมา ไม่ใช่จู่ๆ จะเสกเงินออกมาใช้ได้ตามใจชอบซะหน่อย!" ธันวาโอดครวญพลางกระโดดเหยงๆ หลบมือพิฆาตของหญิงสาว
แม้ปากจะบ่นอุบอิบและหยิกตีชายหนุ่มระบายความหมั่นไส้ไปหลายที แต่มินตราก็หยุดชะงักลง เธอมองหน้าธันวา สลับกับหน้าจอโฮโลแกรมที่ยังคงลอยเด่นอยู่ ความรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกแผ่ซ่านเข้ามาในอก แม้ว่าเรื่องราวทั้งหมดมันจะดูเพ้อเจ้อเกินกว่าจะยอมรับได้ แต่ในเมื่อมันคือความจริง และเขาก็ไม่ได้ทอดทิ้งเธอไปไหน... ความอึดอัดที่สะสมมานานนับเดือนก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
ธันวาระบายยิ้มโล่งอก เขายกมือขึ้นลูบหัวหญิงสาวเบาๆ อย่างปลอบประโลม "เอาล่ะครับ ในเมื่อคุณรู้ความลับสุดยอดของผมแล้ว จากนี้ไปเรามาจับมือแล้วรวยไปด้วยกันเถอะนะ รับรองว่าหลังจากนี้ ผมจะทำให้คุณกลายเป็นผู้หญิงที่สบายที่สุดในประเทศนี้ให้ดู!"
มินตราค้อนขวับใส่เขาหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ แต่ริมฝีปากบางกลับเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมาอย่างอดไม่ได้ "พูดใหญ่นักนะพ่อระบบวิเศษ... ไหนลองโชว์แต้มในระบบให้ดูหน่อยซิว่าเหลืออยู่เท่าไหร่หลังจากใช้เกราะป้องกันเมื่อกี้?"
ธันวายิ้มแห้งๆ หัวเราะกลบเกลื่อนพลางชำเลืองมองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงตัวเลขแต้มคงเหลือชัดเจนแจ่มแจ้ง... *0 แต้ม* กลมดิบไร้ที่ติ
"เอ่อ... คือ... เรื่องนั้น..." ธันวาหัวเราะแห้งๆ หน้าเจื่อนสนิท
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาผ่อนคลายและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ทันใดนั้นเอง...
*บรืนนนนน—!*
เสียงเครื่องยนต์เฮลิคอปเตอร์สมรรถนะสูงคำรามก้องฟ้าสะเทือนเลื่อนลั่นจากเบื้องบน ลมกรรโชกแรงพัดกระหน่ำจนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณซากตึกร้าง แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสว่างจ้าสาดส่องลงมาจากฟากฟ้าพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ราวกับฉากในภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มยักษ์
ธันวาและมินตราต้องยกแขนขึ้นบังแสงไฟที่สาดเข้าตาอย่างกะทันหัน ทั้งคู่หันไปมองหน้ากันด้วยความตกใจ
*ตึง!*
ร่างของชายชุดสูทสีดำสนิทหลายสิบคนโรยตัวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ด้วยเชือกนิيรภัยอย่างคล่องแคล่วว่องไว ก่อนที่ประตูห้องโดยสารหลักจะเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสหรูหราไฮโซโบว์ใหญ่ แว่นตากันแดดสีดำสนิทถูกถอดออกเผยให้เห็นใบหน้าสวยเฉี่ยวคมคายของหญิงสาวปริศนาผู้ทรงอิทธิพล
เธอเดินตรงเข้ามาหาธันวาด้วยท่าทางเย่อหยิ่งและมั่นใจสุดขีด ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าเขา ส่งยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้ธันวาถึงกับช็อกตาค้างจนแทบสำลักน้ำลาย
"ไงจ๊ะ ธันวา... นายคิดเหรอว่าหนีพ้นเงื้อมมือฉันมาได้ง่ายๆ แค่ซ่อนตัวอยู่ในซากตึกเก่าๆ แบบนี้?" หญิงสาวผู้มาใหม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ "ในเมื่อบริษัทของนายล้มละลายไปแล้ว... ทางเดียวที่จะรอดตัวได้ ก็คือการเซ็น 'สัญญาแต่งงานบังคับ' กับฉันซะเดี๋ยวนี้!"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ! — **ฮาไม่จำกัด**
เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง•ตอนที่ 26
เผชิญหน้ากับความจริง
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!