"ถ้าคุณกล้าปฏิเสธภารกิจนี้ ระบบจะริบเงินในบัญชีทั้งหมดแล้วส่งคุณไปใส่ชุดมาสคอตเป็ดเหลืองยืนแจกใบปลิวหน้าสถานีรถไฟฟ้าไปตลอดกาลครับ!"
เสียงแจ้งเตือนสังเคราะห์ในหัวของธันวา ดังขึ้นด้วยความเร่งรีบจนเกือบจะเป็นเสียงกรี๊ด ชายหนุ่มอดีต CEO ผู้เคยนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้หนังแท้ราคาหลักแสนถึงกับต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวนขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เขากำลังยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องพักราคาประหยัด พร้อมกับมองเงาสะท้อนของตัวเองในสภาพที่... พูดตามตรงว่าน่าเวทนาและชวนขำขันในเวลาเดียวกัน
ชุดมาสคอตหมีสีน้ำตาลฟูฟ่องตัวใหญ่ยักษ์ ที่มีรอยเปื้อนซอสมะเขือเทศตรงมุมปากและกลิ่นอับของเหงื่อจากผู้เช่าคนก่อนลอยโชว์หึ่ง คือชุดเกราะที่ระบบมอบให้เขาในค่ำคืนนี้
"นายต้องใส่จริงๆ เหรอธันวา?" มินตราที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาเก่าๆ พลางจิบกาแฟกระป๋องราคาถูกด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอมองดูชายหนุ่มผู้เป็นคู่หมั้นที่กำลังพยายามยัดขาลงไปในกางเกงขนหมีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชแกระอาปนเอ็นดู "ฉันเตือนนายแล้วว่าอย่าไปท้าทายระบบตระบัดสัตย์นั่น ตั้งแต่เป็นคนรวยจนกลายมาเป็นยาจก แล้วตอนนี้... นายกลายเป็นหมีแพนด้ากลายพันธุ์ไปซะแล้ว"
"มันไม่ใช่หมีแพนด้าครับคุณมินตรา มันคือหมีสีน้ำตาลกริซที่น่าเกรงขามต่างหาก!" ธันวาเถียงกลับเสียงออ่นในชุดมาสคอตที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "แล้วเธอก็ช่วยเลิกมองฉันเหมือนมองตัวตลกในคณะละครสัตว์สักทีเถอะน่า นี่คือภารกิจกู้ศักดิ์ศรีมหาเศรษฐีนะเว้ย... เอ๊ย นะครับ!"
ระบบช็อตฟีลตัวตึงไม่ได้ให้แค่ชุดหมีน่าเกลียดมาอย่างเดียว แต่มันยังพ่วงมาพร้อมกับภารกิจที่ชื่อว่า *'คืนกำไรให้สังคมแบบงงๆ'* โดยมีเงื่อนไขว่า ธันวาในร่างมาสคอตหมี จะต้องเดินแจกเงินสดจำนวนคนละหนึ่งพันบาทให้กับคนไร้บ้านหรือผู้ยากไร้จำนวนยี่สิบคน ณ สวนสาธารณะกลางเมืองภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง มิฉะนั้น... เงินในบัญชีสำรองสิบแปดล้านบาทจะหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงหนี้สินท่วมหัวที่ต่อให้ขายไตสق๊อยก็ใช้ไม่หมด
รถแท็กซี่คันเก่าพาธันวาและมินตรามาถึงสวนสาธารณะเป้าหมาย บรรยากาศยามค่ำคืนค่อนข้างเงียบสงบ ลมหนาวพัดโชยมาปะทะผิวหน้า แต่สำหรับธันวาแล้ว เขากลับเหงื่อแตกพลั่กอยู่ภายในชุดมาสคอตหนาเตอะ
"ลุยครับคุณหมี!" มินตราตบไหล่เขาเบาๆ พร้อมกับยิ้มเยาะด้วยความสะใจ "เดินหน้าเข้าไปแจกเงินให้เหมือนเศรษฐีใจบุญ แต่เดินให้มันระวังๆ หน่อยนะ เกิดสะดุดรากไม้ล้มขึ้นมา เดี๋ยวคนอื่นเขาจะหาว่าหมีควายพิการเอาได้"
ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาแบกกระเป๋าเป้ที่บรรจุเงินสดปึกหนาไว้ข้างหลัง แล้วก้าวเดินยุ่มย่ามเข้าไปในเขตสวนสาธารณะด้วยท่าทางที่ประหลาดสิ้นดี ขาหน้าของชุดมาสคอตที่ยาวเกินไปทำให้เขาเดินกะโผลกะเพลกเหมือนหมีเมาเหล้า สายตาของผู้คนที่เดินออกกำลังกายต่างหันมามองเป็นตาเดียว บ้างก็อมยิ้ม บ้างก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปด้วยความขบขัน
เป้าหมายแรกของเขาคือชายชราสวมเสื้อกันหนาวขาดวิ่นคนหนึ่ง ที่กำลังนอนขดตัวอยู่บนม้าหินอ่อนด้วยความหนาวเหน็บ
ธันวาเดินเข้าไปใกล้ๆ ค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ ในสภาพที่ชุดหมีพองลมจนเกือบจะล้มทับชายชรา เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเป้หยิบธนบัตรสีเทาปึกใหม่ออกมา แล้วยื่นให้ด้วยความนอบน้อมที่สุดเท่าที่มาสคอตหัวโตจะอำนวย
"คุณตาครับ... รับนี่ไว้หน่อยครับ" เสียงลอดผ่านหัวมาสคอตออกมาอู้อี้จนฟังแทบไม่รู้เรื่อง
ชายชราสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วพบกับหน้าหมีสีน้ำตาลยักษ์กำลังยื่นเงินสดเป็นปึกให้ถึงหน้าผาก ชายชรากะพริบตาปริบๆ มองเงินในมือสลับกับหน้าหมีด้วยความงงงวยขั้นสุด ก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองแรงๆ สามครั้ง
"นี่... นี่ผีหลอก หรือว่าข้าฝันไปวะเนี่ย?" ชายชราพึมพำเสียงสั่น "หมีใจบุญแจกเงิน? สงสัยกัญชาเมื่อเย็นจะฤทธิ์แรงเกินไป..."
"ไม่ใช่ความฝันครับคุณตา รีบรับไปเถอะครับ ก่อนที่ไอ้ระบบบ้า... เอ๊ย ก่อนที่เวลาจะหมด!" ธันวายัดเงินใส่มือชายชราแล้วรีบหันหลังเดินต่อ
ภารกิจดำเนินไปอย่างทุลักทุเล ธันวาเดินแจกเงินให้คนไร้บ้านและคนหาเช้ากินค่ำไปทั่วสวนสาธารณะ ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของมินตราที่เดินถือกล้องคอยบันทึกภาพความอัปยศอดสูของอดีตซีอีโอหนุ่มไว้ทุกกระเบียดนิ้ว ภาพของเศรษฐีพันล้านที่ต้องมาใส่ชุดหมีเต้นระบำเปเป้แจกเงิน กลายเป็นคลิปไวรัลในโลกโซเชียลอย่างรวดเร็วโดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
จนกระทั่งแจกครบคนที่ยี่สิบ เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัว
*[ติ๊ง! ภารกิจ 'คืนกำไรให้สังคมแบบงงๆ' สำเร็จลุล่วง!]*
*[ปลดล็อกรางวัลพิเศษ: บัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัด (Infinite Black Card) ระดับพรีเมียม และแต้มความสุข +500 แต้ม]*
ธันวาทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นหญ้าด้วยความโล่งอก เขายกหัวมาสคอตออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อแต่แววตากลับเปล่งประกายด้วยความสะใจอย่างปิดไม่มิด
"เห็นไหมล่ะคุณมินตรา ผมบอกแล้วว่าผมเอาอยู่!" ธันวาหันไปยิ้มกริ่มใส่คู่หมั้นสาวที่ยืนกอดอกมองอยู่
"เก่งมากพ่อหมีนักบุญ" มินตราหัวเราะคิกคัก ยื่นทิชชูให้เขาซับเหงื่อ "ไหนล่ะรางวัลที่คุยนักคุยหนา? ไหนขอดูหน้าตาของคนรวยของจริงหน่อยซิ"
ธันวากำลังจะอ้าปากอวดรวย แต่ทว่า... จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาจากความมืดใต้ร่มเงาไม้ใหญ่
"เฮ้ย! นั่นมันไอ้ธันวา อดีต CEO ตกอับไม่ใช่เหรอวะ?"
เสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้น ธันวาและมินตราหันไปมองพร้อมกัน ก็ต้องพบกับร่างของ 'ชัยวัฒน์' อดีตรองประธานบริษัทคู่แข่งที่เคยร่วมมือกันหักหลังเขา พร้อมด้วยบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองคนสวมสูทสีดำสนิท ชัยวัฒน์กำลังยิ้มเยาะด้วยรอยยิ้มที่น่าหมั่นไส้ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา
"แหมๆ นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณธันวาผู้ยิ่งใหญ่... ตอนนี้ตกอับถึงขนาดต้องมาปลอมตัวเป็นมาสคอตยืนขอทาน เอ๊ย ยืนแจกเงินแก้บนแล้วเหรอเนี่ย? น่าสมเพชจริงๆ ว่ะฮ่าๆๆ!" ชัยวัฒน์หัวเราะลั่นสวนสาธารณะ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามถึงขีดสุด
มินตราขมวดคิ้วมุ่น เธอขยับตัวยืนบังหน้าธันวาไว้เล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง แม้เธอจะชอบบ่นธันวา แต่ก็ไม่มีวันยอมให้ใครมาเหยียบย่ำเขาต่อหน้าเด็ดขาด "ปากแบบนี้ยังกล้ามาเดินลอยชายอยู่อีกเหรอคะคุณชัยวัฒน์ ระวังกรรมตามสนองไม่รู้ตัวนะ"
"อุ๊ย! มีสาวสวยมาปกป้องด้วยเว้ยเฮ้ย" ชัยวัฒน์ยิ้มเยาะหนักกว่าเดิม เขาก้าวเข้าไปใกล้ธันวาแล้วใช้ปลายนิ้วเขี่ยหัวมาสคอตที่วางอยู่บนพื้นด้วยความดูแคลน "ธันวา... แกมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้หมดสภาพ ต่อให้แกพยายามดิ้นรนแค่ไหน แกก็ไม่มีวันกลับมาเหยียบจุดเดิมได้หรอกวะ จำใส่กะโหลกไว้ซะ!"
ธันวานั่งนิ่งอยู่บนพื้น เขายังไม่ลุกขึ้นทันที ใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างช้าๆ รอยยิ้มนั้นไม่ใช่ความหวาดกลัว หรือความโกรธเกรี้ยว... แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังรอให้เหยื่อเดินมาติดกับดัก
ชายหนุ่มค่อยๆ เอื้อมมือหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟสลัวออกมาจากกระเป๋าเสื้อ บัตรที่ทำจากโลหะผสมไทเทเนียมน้ำหนักดีเยี่ยม พร้อมสลักชื่อของเขาด้วยตัวอักษรทองคำ
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะอยู่ในชุดรุงรังแต่รัศมีบางอย่างกลับกดดันให้ชัยวัฒน์ต้องชะงักฝีเท้า
"พูดจบหรือยังครับคุณชัยวัฒน์..." ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "ถ้าพูดจบแล้ว... รบกวนถอยไปหน่อยนะครับ พอดีว่าเสียงเห่าของคุณมันรบกวนเวลาผมจะไปรูดซื้อห้างสรรพสินค้าแถวนี้เล่นแก้เซ็งน่ะครับ"
"ห๊ะ? แกเพ้อเจ้ออะไรวะ บัตรพลาสติกเด็กเล่นแบบนั้นเอามาหลอกเด็กอนุบาลยังอาย..."
ชัยวัฒน์ยังไม่ทันพูดจบ ธันวาก็กดสมาร์ทโฟนต่อสายตรงไปยังผู้จัดการส่วนตัวของธนาคารเอกชนระดับโลกทันที พร้อมกับเปิดสปีกเกอร์โฟนให้ได้ยินกันทั่ว
"สวัสดีครับท่านประธานธันวา มีอะไรให้ทางเราบริการค่ำคืนนี้ดีครับ?" เสียงปลายสายตอบกลับมาด้วยความนอบน้อมระดับสูงสุด
ธันวาเหลือบมองชัยวัฒน์ที่เริ่มหน้าถอดสี แล้วเอ่ยประโยคสั้นๆ ออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ช่วยกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท 'ชัยวัฒน์กรุ๊ป' ให้หมดภายในห้านาทีนี้ทีครับ... และส่งคนไปไล่ตะردไอ้สารเลวที่ยืนอยู่ตรงหน้าผม ออกจากตึกสำนักงานใหญ่ให้พ้นภายในคืนนี้ด้วยนะครับ"
ชัยวัฒน์เบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อได้ยินคำสั่งนั้น
"ม... ไม่จริง! แกไม่มีทางมีปัญญา..."
*ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนยอดเงินคงเหลือในบัตรเครดิตดำดังขึ้นก้องกังวาน พร้อมกับแสงไฟเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่สาดส่องลงมาจากท้องฟ้ามืดมิด เสียงใบพัดกระหึ่มก้องกังวานเหนือหัวพวกเขาทั้งสามคน!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะไปกับความบันเทิงในตอนนี้ด้วยนะครับ!
เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง•ตอนที่ 8
คืนกำไรให้สังคมแบบงงๆ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!