เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง•ตอนที่ 10

แผนซ้อนแผนของนายเศรษฐี

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าพวกคุณยังไม่อยากให้หุ้นบริษัทล้มละลายคามือ ก็กรุณาหุบปากแล้วเซ็นชื่อลงไปซะครับ!" เสียงตบโต๊ะประชุมดังสนั่นลั่นห้องกระจกนิรภัยชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ บรรดาคณะกรรมการบริหารหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งรอยยิ้มเยาะเย้ยถากถางเช่นเดียวกับเมื่อสามเดือนก่อน สมัยที่ธันวาถูกถีบหัวส่งออกจากเก้าอี้ซีอีโออย่างไร้เยื่อใย ธันวากวาดสายตามองหน้าอดีตเพื่อนร่วมงานทีละคนอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* บนข้อมือของเขาสวมนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันที่เพิ่งประมูลมาเมื่อวานซืน ด้านหลังห้องประชุม ประตูบานคู่เปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่น ร่างสูงโปร่งของมินตราเดินเข้ามาด้วยชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ในมือถือแฟ้มเอกสารทางการเงินหนาเตอะ เธอปรายตามองกลุ่มผู้บริหารด้วยแววตานิ่งสงบแต่เฉียบคม ทรงพลังราวกับพญาเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม "เอกสารการซื้อหุ้นล็อตสุดท้ายจำนวนสี่สิบเปอร์เซ็นต์ผ่านการตรวจสอบจากตลาดหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้วค่ะท่านธันวา" เสียงหวานกังวานเอ่ยรายงานอย่างเป็นทางการ ก่อนที่เธอจะวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าประธานกรรมการชราผู้กำลังมือสั่นเทา "ทะ... ธันวา นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" ประธานกรรมการชราละล่ำละลักเอ่ยขึ้น ใบหน้ายับย่นเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬ "นายเอาเงินมหาศาลขนาดนี้มาจากไหน! บริษัทของเรามูลค่าตั้งหลายหมื่นล้าน นายเพิ่งจะถูกไล่ออกไปจนหมดตัวไม่นานนี้เองนะ!" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ รอยยิ้มมุมปากของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันแต่ก็แฝงความขบขันในโชคชะตา "หมดตัวเหรอครับคุณลุง? โอ้... ต้องขอขอบพระคุณระบบช็อตฟีลตัวตึงอะไรนั่นจริงๆ ที่ทำให้ผมรู้ซึ้งว่า การไม่มีเงินมันน่าเวทนาแค่ไหน แต่การมีเงินจนไม่รู้จะเอาไปเผาที่ไหนเนี่ย... มันเหนื่อยใจกว่ากันเยอะเลยนะครับ" ว่าแล้วธันวาก็หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา หน้าจอแสดงผลยอดเงินในบัญชีที่ยาวเป็นหางว่าว ตัวเลขเก้าหลักกระพริบเตือนเบาๆ เหมือนเยาะเย้ยความโลภของมนุษย์ตรงหน้า เขาจำได้ดีว่าในวันที่เขาตกอับ ไร้บ้าน ไร้รถ แม้กระทั่งกาแฟสักแก้วยังต้องลุ้นว่าเงินในกระเป๋าจะพอจ่ายไหม คนพวกนี้หัวเราะเยาะเขาอย่างไร เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขามากแค่ไหน วันนี้... ดอกผลแห่งความแค้นผสมความฮาจึงสุกงอมเต็มที่ มินตราโน้มตัวลงกระซิบข้างหูธันวาด้วยน้ำเสียงกลั้นขำ "คุณคะ เล่นใหญ่เกินไปหรือเปล่า เดี๋ยวพวกเขาก็หัวใจวายตายคาห้องประชุมจริงๆ หรอกค่ะ" "ปล่อยให้พวกเขาช็อกตายไปเลยครับมินตรา ผมอุตส่าห์อดทนทำภารกิจพิเรนๆ ของระบบ ตั้งแต่การใส่กางเกงในไว้ข้างนอกกางเกงสลิดไปเดินห้าง จนถึงการไปร้องเพลงโอเปร่ากลางตลาดสด เพื่อแลกกับแต้มปลดล็อกสินทรัพย์พวกนี้มานะครัช... เอ๊ย! นะครับ!" ธันวาเกือบหลุดสำนวนติดตลกออกมา ดีที่ดึงสติกลับมาทันเวลา บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบยิ่งกว่าเดิม ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรสักคำ ทุกสายตาจ้องมองมาที่ชายหนุ่มผู้เคยเป็นลูกไล่ แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเจ้าของชะตากรรมทั้งหมดของบริษัทแห่งนี้ ประธานกรรมการชรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเหี่ยวย่นเอื้อมไปหยิบปากกาอย่างจำยอม หากเขาไม่เซ็น บริษัทจะล้มละลายทันทีเนื่องจากขาดสภาพคล่อง และเขาเองก็จะกลายเป็นบุคคลล้มละลายที่ต้องชดใช้หนี้มหาศาล "เซ็นเถอะครับคุณลุง อย่าลีลาเลย เดี๋ยวผมต้องรีบลงไปข้างล่าง" ธันวายื่นหน้าเข้าไปใกล้ รอยยิ้มเป็นมิตรแต่แววตาดุดัน "รถโรลล์ส์-รอยซ์ ที่ผมสั่งไว้มาจอดรออยู่ที่ด้านล่างแล้วครับ... และผมเกลียดที่สุดคือการปล่อยให้คนขับรถรอนานเกินสามนาที" ในจังหวะที่ปลายปากกาของผู้บริหารชรากำลังจะจรดลงบนกระดาษสัญญาซื้อขายหุ้น ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างไม่มีมารยาท *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอรับอนุญาต ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่วคนหนึ่งก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า และทันทีที่เธอสบตากับธันวา ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึก "ธันวา! นี่มันเรื่องอะไรกัน!" เสียงแหลมสูงของ "พิม" อดีตคู่หมั้นสาวผู้ทิ้งเขาไปหาผู้ชายที่รวยกว่าในวันที่เขาหมดตัว ดังสะท้อนก้องห้องประชุม เธอยืนตัวสั่นเทาอยู่ตรงข้ามประตู มือเรียวที่ถือกระเป๋าถือราคาหลักแสนจิกแน่นจนข้อ นิ้วขาวซีด "นาย... นายเอาเงินจากไหนมาซื้อบริษัทนี้! นายไปปล้นธนาคารมาใช่ไหม!" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองอดีตคู่หมั้นที่เคยบอกว่า *'เราไปกันไม่รอดหรอกธันวา คุณมันก็แค่คนไม่มีอนาคต'* ด้วยสายตาเรียบเฉย เขายกมือขึ้นกอดอก พิงแผ่นหลังเข้ากับพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ "อ้าว... คุณพิมเองเหรอครับ ไม่เจอกันนานเลยนะ ท่าทางสบายดีนี่ครับ กระเป๋าใบใหม่สวยดีนี่ครับ ซื้อด้วยเงินผ่อนหรือว่าเงินทอนจากเสี่ยคนล่าสุดล่ะครับเนี่ย?" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่ทุกคำพูดเชือดเฉือนบาดลึกถึงกระดูกดำ พิมหน้าซีดเผือด สลับกับแดงก่ำด้วยความอับอาย สายตาของพาร์ทเนอร์ธุรกิจและอดีตเพื่อนร่วมงานที่เคยเลียแข้งเลียขาเธอ บัดนี้หันมามองด้วยสายตาสสมเพชเวทนา เธอพยายามจะเดินเข้ามาหาธันวาเพื่อเหนี่ยวรั้งแขนเหมือนเก่า แต่ถูกมินตราก้าวเท้าเข้ามาขวางไว้ด้วยท่าทางแข็งกร้าวราวกับกำแพงเหล็ก "ขอโทษด้วยนะครับคุณพิม พื้นที่ตรงนี้... สงวนไว้สำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่และคนที่คู่ควรเท่านั้นครับ" ธันวายิ้มละไม "ส่วนคุณ... ถ้าจะมาสมัครงานเป็นพนักงานต้อนรับแผนกทำความสะอาดห้องน้ำ ผมอาจจะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษนะครัช... เอ๊ย! นะครับ!" พิมอ้าปากค้าง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ขณะที่ธันวาหันกลับไปหาประธานกรรมการชราที่มือไม้สั่นเทาจนทำปากกาหลุดมือ "เซ็นต่อให้จบครับ... แล้วหลังจากนั้น ผมจะแสดงให้พวกคุณดูว่า การโดนช็อตฟีลจากเศรษฐีตกอับ มันบันเทิงขนาดไหน" ธันวายื่นมือไปรับปากกาที่เก็บขึ้นมาด้วยรอยยิ้มกริ่ม ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวจะดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะของปัญญาประดิษฐ์ตัวแสบ *[ติ๊ง! ยินดีด้วยครับโฮสต์ ภารกิจเทคโอเวอร์บริษัทสำเร็จลุล่วง! รางวัลพิเศษกำลังจะถูกจัดส่ง... เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลยครับ!]* ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและหัวเราะไป2ด้วยกันเสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%