"ถ้าคุณคิดว่ารอยฟกช้ำบนหน้าแม่สามีเมื่อวานมันเจ็บปวดล่ะก็ ลองมาฟังยอดเงินในบัญชีมืดที่ฉันเพิ่งกวาดมาจากตลาดมืดเขตหนานเฉิงดูสิครับ รับรองว่าตัวเลขนั้นจะทำให้คุณตาสว่างยิ่งกว่าโดนน้ำร้อนลวกเสียอีก"
หลินเหมยกระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำตาล เธอยืนพิงขอบประตูห้องครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศจีนโบราณ ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองร่างสูงใหญ่ของสามีที่กำลังง่วนอยู่กับการซ่อมแซมวิทยุหลอดสุญญากาศรุ่นโบราณด้วยความประณีต
พันจ่าเอกหานตงชะงักมือที่กำลังไขควงทันที เขาวางเครื่องมือลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างเบามือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา สายตาคมกริบแบบฉบับทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนไม่ได้ฉายแววหวาดระแวง หรือแม้แต่ความสงสัยใคร่รู้ในแบบที่คนทั่วไปพึงมี มีเพียงประกายความอบอุ่นล้ำลึกที่แฝงความหวงแหนไว้อย่างเต็มเปี่ยม
สำหรับหานตงแล้ว... หลินเหมยในวันนี้ไม่ใช่ภรรยาคนเดิมที่ยอมก้มหน้าให้คนในตระกูลเดิมรังแกหลอกเอาเงินไปปรนเปรอพี่ชายคนโตอีกต่อไปแล้ว เธอคือเซียนหุ้นผู้กุมชะตากรรมความมั่งคั่งที่เขายอมมอบทั้งชีวิตและจิตวิญญาณให้
"ฉันไม่ได้สนใจว่าเธอไปเอาเงินก้อนนั้นมาจากไหน หรือจัดการกับพวกป้าสะใภ้จอมสูบเลือดสูบเนื้ออย่างไร" หานตงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายانก้าวย่างเข้าหาภรรยาอย่างมั่นคง "สิ่งที่ฉันสนใจมีเพียงอย่างเดียว... บาดแผลบนมือเธอนั่น เกิดขึ้นตอนที่เธอฟาดฟันกับพวกมันใช่หรือไม่?"
หลินเหมยกะพริบตาปริบๆ ความตั้งใจที่จะอธิบายแผนการเก็งกำไรตั๋วอาหารและสินค้าเกษตรล่วงหน้าในมิติลับสะดุดลงชั่วขณะ เธอก้มมองรอยแดงจางๆ ที่ข้อมือ ซึ่งเกิดจากการยื้อแย่งตะกร้าสินค้ากับป้าสะใภ้จอมตะกละเมื่อวานนี้ นึกไม่ถึงว่าสามีผู้เงียบขรึมคนนี้จะสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้ท่ามกลางกองเพลิงความวุ่นวายทั้งหมด
"แค่รอยแมวข่วนน่า..." เธอบ่นอุบอิบ พยายามหลบสายตาที่พยายามสำรวจตรวจตราของเขา
"แมวที่ไหนมือใหญ่และหน้าหนาขนาดนั้น?" หานตงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความขบขันเล็กน้อยแต่แววตากลับจริงจัง เขายื่นมือหนาหยาบกร้านจากการฝึกฝนทางทหารมาคว้าข้อมือเธอไว้อย่างทะนุถนอม ราวกับเธอบอบบางยิ่งกว่าแก้วเจียระไน จากนั้นจึงหยิบหลอดขี้ผึ้งสมุนไพรจีนที่เขาแอบไปซื้อมาจากห้องพยาบาลกองร้อยตั้งแต่เช้าตรู่ขึ้นมาบรรจงทาให้อย่างเบามือ
สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วของชายหนุ่มทำให้หัวใจของหญิงสาวที่ผ่านสมรภูมิหุ้นมานับร้อยสนามถึงกับกระตุกวูบ ความรู้สึกปลอดภัยที่เธอไม่เคยได้รับมาตลอดชีวิตชาติก่อนค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามาในอก ชาตินี้... เธอมีทั้งมิติลับที่ผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพเยี่ยมจนร่ำรวยระดับมหาเศรษฐี และยังมีสามีที่พร้อมจะเป็นโล่กำบังให้ทุกสถานการณ์โดยไม่แม้แต่จะซักไซ้ไล่เลียงความลับดำมืดที่เธอปกปิดไว้
"คุณไม่สงสัยเลยหรือคะ... เอ่อ... ผมหมายถึง หานตง คุณไม่สงสัยเลยหรือว่าทำไมฉันถึงรู้ล่วงหน้าว่าราคาแป้งสาลีในตลาดมืดจะพุ่งสูงขึ้นสามเท่าในวันพรุ่งนี้ ทำไมฉันถึงมีเงินสดเป็นปึกๆ ซื้อจักรเย็บผ้าเครื่องใหม่โดยไม่ต้องกู้ยืมใคร?" หลินเหมยตัดสินใจทดสอบความอดทนของเขา เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้น
หานตงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขายังคงก้มหน้าก้มตาเป่าลมเบาๆ บนข้อมือของเธอที่เพิ่งทายาสมุนไพรเสร็จ บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นไอน้ำมันสนและกลิ่นหอมหวานจางๆ จากซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวอยู่บนเตาถ่านด้านนอก
"ถ้าความลับนั้นทำให้เธอต้องเจ็บตัว หรือทำให้เธอมีความสุขกับการได้เอาคืนคนพวกนั้น... ฉันก็ไม่มีความจำเป็นต้องรู้" หานตงเงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย "หน้าที่ของฉันในฐานะสามี มีแค่การหาเงินเข้าบ้าน ปกป้องเธอจากพวกเหลือบไร่ตระกูลหลิน และ... รอคอยชิมฝีมือทำอาหารของเธอในทุกๆ เย็น แค่นี้ก็เกินพอแล้ว"
คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำเอาหลินเหมยเกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หญิงสาวผู้เคยชินกับการต่อสู้ดิ้นรนตามลำพังในโลกการเงินอันโหดร้าย กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับความอ่อนโยนที่มั่นคงยิ่งกว่าขุนเขาของนายทหารหนุ่มผู้นี้
"ถ้าอย่างนั้น... เย็นนี้คุณเตรียมท้องไว้ให้ดีเลยนะคะ" หลินเหมยเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนความซาบซึ้ง ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยความเจ้าเล่ห์แบบนักเก็งกำไร "ฉันแอบเอากุ้งแม่น้ำตัวโตจากมิติลับออกมา และกำลังจะทำเมนู 'กุ้งผัดพริกเกลือสูตรลับโบราณ' รับรองว่ากลิ่นหอมต้องลอยไปไกลจนถึงบ้านผู้กองซ่งที่อยู่ท้ายหมู่บ้านแน่ๆ"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของหานตงดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือไปลูบศีรษะทุยของภรรยาอย่างรักใคร่ "ไม่ว่าจะทำอะไร หอมแค่ไหน ฉันก็พร้อมจะจัดการให้เกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่น้ำซุป..."
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในบ้านกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่นจนน่าอิจฉา เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบลงทันที!
"หลินตัวแสบ! แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! นังสะใภ้อกตัญญู แกกล้าดียังไงถึงปล่อยให้หมาของใครไม่รู้มาไล่กัดแม่ฉันจนขาเป๋ แถมยังขโมยเงินเก็บก้อนสุดท้ายของครอบครัวเราไปอีก!"
เสียงแหลมสูงปรี๊ดของหลินเฉียง พี่ชายคนโตของร่างเดิมแผดเผาเข้ามาในความเงียบ พร้อมกับเสียงโวยวายสมทบของแม่สามีจอมเจ้าเล่ห์ที่ดังแว่วมาจากหน้าบ้าน
หานตงขมวดคิ้วมุ่น รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ในทันที เขาขยับตัวจะลุกขึ้นไปจัดการกับพวกเหลือบไร่ที่บังaอาจมารบกวนเวลาพักผ่อนของภรรยา แต่หลินเหมยกลับเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อทหารของเขาไว้เสียก่อน
หญิงสาวแย้มยิ้มเยือกเย็น แววตาของเซียนหุ้นผู้ไร้ความปรานีกลับมาทอประกายอีกครั้ง "ใจเย็นๆ ครับคุณสามี... ในเมื่อพวกเขาส่งเหยื่อมาให้เราเชือดถึงปากประตูล่ะก็ เราก็ควรจะเปิดประตูต้อนรับ 'ลูกค้ากระเป๋าหนัก' กลุ่มนี้เสียหน่อย"
หลินเหมยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะเดินนำหน้าสามีไปยังประตูหน้าบ้าน โดยไม่รู้เลยว่า... การเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่ได้มีแค่พี่ชายจอมสูบเลือดสูบเลือดสูบเนื้อเท่านั้น แต่ยังมีบุคคลปริศนาในเครื่องแบบระดับสูงยืนซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ พร้อมกับเอกสารลับที่สามารถพลิกแผ่นดินได้ทั้งกองทัพภาค!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความมั่งคั่งและสะใจไปกับความฉลาดของหลินเหมยและสามีสุดคลั่งรักนะครับ
เซียนหุ้นพลิกชีวิตกับสามีทหารผู้คลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 7
ความลับที่บอกไม่ได้
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหุ้นพลิกชีวิตกับสามีทหารผู้คลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!