เชฟสายแซ่บกับทริปปะทะคารมข้ามทวีป•ตอนที่ 15

กำแพงที่ละลาย

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
กลิ่นหอมของเครื่องเทศคั่วสดและเนยละลายยังคงลอยอวลอยู่ในห้องครัวสไตล์มินิมอลของอพาร์ตเมนต์หรู แต่บรรยากาศรอบตัวกลับคุกกรุ่นยิ่งกว่าความร้อนจากเตาไฟ รินรดายืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อน ดวงตากลมโตราวกับลูกแมวป่าจ้องมองผู้ชายตัวสูงที่กำลังยืนถือตะหลิวพลิกเนื้อสเต็กในกระทะด้วยท่าทางคล่องแคล่วราวกับเชฟมืออาชีพ ทั้งที่เมื่อครู่... เขาเพิ่งจะทำตัวเป็นนักวิจารณ์ปากปีจอที่ติเรือทั้งโคลนติคนทั้งเงา "ถ้าฝีมือทำอาหารของผมมันแย่จนทนดูไม่ได้ ทำไมคุณถึงแย่งตะหลิวไปทำเองล่ะครับ... คุณคีย์ตะวัน" เสียงหวานติดเหวี่ยงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาเลิกคิ้วมองแผ่นหลังกว้างที่ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมา คีย์ตะวันปรายตามองเธอนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึงไร้ระลอกคลื่นตามแบบฉบับนักวิจารณ์อาหารชื่อดังผู้เย็นชา แต่ถ้าสังเกตให้ดี... ใบหูข้างที่หันเข้าหาแสงไฟนั้นกลับแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด "ผมไม่ได้ทำเพราะฝีมือคุณดีหรอกนะรินรดา" คีย์ตะวันวางตะหลิวลง เสียงทุ้มต่ำเอ่ยราบเรียบแต่แฝงความขัดเคือง "ผมแค่วิตกกังวลว่าถ้าปล่อยให้คุณทำต่อ อาหารมื้อนี้คงมีรสชาติเหมือนเศษกระดาษทรายราดซอสพริก... ทัศนคติในการทำอาหารของคุณมันไร้ความประณีตสิ้นดี" "ปากร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะ!" รินรดาดีดตัวออกจากเคาน์เตอร์ ก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาด้วยความหมั่นไส้ "ถ้าอาหารของฉันมันแย่ขนาดนั้น แล้วทำไมคุณถึงกินเกลี้ยงจานเมื่อกี้ล่ะคะ... อ้อ หรือว่าลิ้นของคุณมันรับรสเพี้ยนไปแล้วตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุทางความรู้สึกกับฉันกันแน่" ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบไม่เหลือ พื้นที่แคบๆ ในครัวทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายความอบอุ่นของอาหารตีรวนอยู่ในโสตประสาท คีย์ตะวันก้มมองหญิงสาวที่เชิดหน้าท้าทายเขาอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาคมกราบกรานมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยประกายบางอย่างที่วับวามขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบซ่อนมันไว้ภายใต้หน้ากากความเยเย็นชา เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ เพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอกที่กำลังเต้นรำอย่างบ้าคลั่ง "ผมแค่ไม่อยากเสียมารยาททิ้งอาหารที่อุตส่าห์ทำ... ก็เท่านั้น" คีย์ตะวันหาข้ออ้างเสียงแข็ง ทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกคำที่หญิงสาวทำออกมา มันมีรสชาติที่สะท้อนตัวตนของเธอ... จัดจ้าน เร่าร้อน และกัดกินหัวใจเขาจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ความเยือกเย็นใดๆ อีกต่อไปแล้ว "ปากแข็ง" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด "ปากบอกว่าเกลียด แต่ก็ตามตื๊อตามติดฉันทุกอีเวนต์ ทุกทวีป จนใครๆ เขาคิดว่าเราเป็นคู่รักกันจริงๆ แล้วนะคีย์ตะวัน" คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ คีย์ตะวันนิ่งอึ้ง ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ ประกายความซึนแตกกระเจิงเหลือเพียงความไหววูบที่ปิดไม่มิด ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการเป็นศัตรูคู่อาฆาต ฟาดฟันกันด้วยฝีปากและปลายลิ้น ข้ามน้ำข้ามทะเลมาปะทะคารมกันนับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้มันกลับเส้นบางๆ กั้นกลางระหว่างความเกลียดชังกับความเสน่หา มือหนาตัดสินใจก้าวเข้าไปอีกก้าว บีบพื้นที่รอบตัวของรินรดาให้แคบลงจนเธอต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนติดกับตู้เย็นด้านหลัง คีย์ตะวันใช้มือข้างหนึ่งยันขอบตู้เย็นไว้ กักตัวเธอให้อยู่ในอ้อมแขนโดยปริยาย "ใครบอกคุณว่าเราเป็นแค่ศัตรู" เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนน่าใจหาย โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดอยู่บนพวงแก้มใส รินรดาใจเต้นรำไม่เป็นส่ำ ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับโหมดคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้มานานของพ่อหนุ่มปากแข็ง "ยะ... อย่ามาพูดจาแปลกๆ นะคะ ถอยไปเลยนะ" "ผมไม่ได้พูดเล่น" คีย์ตะวันกระซิบชิดริมหูกลีบกุหลาบ น้ำเสียงทุ้มลึกเต็มไปด้วยความจริงจังที่สั่นระริก "ผมยอมบินข้ามทวีป ยอมกินอาหารรสชาติแปลกประหลาดที่คุณทำ ยอมแม้กระทั่ง... ทิ้งศักดิ์ศรีนักวิจารณ์มือหนึ่ง เพื่อมาคอยยืนเถียงกับคุณทุกวันแบบนี้... คุณคิดว่าคนปกติเขาทำกันเหรอครับ รินรดา" หัวใจของเชฟสาวกระตุกวูบ คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันตัวนั้นทำเอาเธอพูดไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความสัมพันธ์ที่ขยับฐานะเกินเลยคำว่าศัตรู แต่มันยังค้างคาอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ของความทิฐิที่ต่างฝ่ายต่างยังไม่ยอมปริปากยอมรับมันอย่างเต็มคำ รินรดากลืนก้อนสะอื้นในลำคอ พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนถือดี แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกแล้วก็ตาม "ถ้า... ถ้าคิดแบบนั้นจริง ทำไมถึงไม่ยอมพูดมันออกมาดีๆ ล่ะคะ... ทำไมต้องคอยหาเรื่องฉันตลอดเวลาด้วย" เสียงหวานสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด คีย์ตะวันมองรอยยิ้มฝืนๆ และแววตาที่สั่นไหวของหญิงสาว หัวใจของพ่อหนุ่มปากแข็งกระตุกยวบ เขาเอื้อมมืออีกข้างขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มของเธออย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนผิดจากทุกทีทำเอารินรดาถึงกับนิ่งงัน "ก็เพราะว่า..." คีย์ตะวันโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเผยอค้าง "ผมกลัวว่าถ้าบอกความจริง... คุณจะวิ่งหนีผมไปซะก่อน..." บรรยากาศกำลังหอมหวานและเปี่ยมไปด้วยเคมีอันร้อนแรงที่หลอมละลายกำแพงทิฐิของทั้งคู่ลงทีละน้อย รินรดากำลังจะเอื้อนเอยคำตอบบางอย่างที่ติดอยู่ริมฝีปาก ทว่า... *กริ๊งงงงงง!* เสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายความเงียบและช่วงเวลาอันน่าหลงใหลลงในเสี้ยววินาที คีย์ตะวันชะงัก สีหน้าเรียบตึงเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดระAขึ้นมาทันที ขณะที่รินรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ตั้งตัว ประตูห้องที่ไม่ได้ล็อกสนิทก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามา พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่เอמהดังลั่นห้อง "ริน! อยู่ไหมเนี่ย ฉันซื้อวัตถุดิบ— เฮ้ย!" ร่างสูงของเพื่อนสนิทและคู่แข่งคนสำคัญในวงการเชฟก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นภาพเชฟสาวคนเก่งถูกนักวิจารณ์หนุ่มมาดนิ่งกักตัวไว้ในระยะประชิดชนิดแนบชิดติดขอบตู้เย็น ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เชฟสายแซ่บกับนักวิจารณ์ปากร้ายมาจนถึงบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายแซ่บกับทริปปะทะคารมข้ามทวีป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%