เชฟสายแซ่บกับทริปปะทะคารมข้ามทวีป•ตอนที่ 1

เมนูจานเดือด

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
กลิ่นอายของทรัฟเฟิลขาวและเนยฝรั่งเศสเคี่ยวจนได้ที่ลอยอบอวลอยู่ภายใต้โดมกระจกใสของศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ แต่สำหรับรินรดาแล้ว กลิ่นหอมหรูหราเหล่านั้นกลับจางหายไปจนหมดสิ้น เมื่อโสตประสาทของเธอกำลังถูกแผดเผาด้วยเสียงซุบซิบและสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมายังเวทีสาธิตการทำอาหาร บทความวิจารณ์ชิ้นนั้นยังคงร้อนผ่าวอยู่ในความทรงจำ... *'แกงเขียวหวานเนื้อวากิวที่ปราศจากจิตวิญญาณ ความพยายามที่จะยกระดับสตรีทฟู้ดด้วยวัตถุดิบราคาแพง เป็นเพียงความล้มเหลวที่น่าสมเพชของเชฟมือสมัครเล่น'* หมึกพิมพ์บนจอดิจิทัลอาจเลือนหาย แต่รอยแผลเป็นในฐานะเชฟที่ทุ่มเทชีวิตให้กับการทำอาหารไม่มีวันจางลง โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของบทความปากกล้าคนนั้น กำลังยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนอยู่ตรงมุมมืดริมเวทีด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก "เชฟรินครับ อีกสามนาทีเราจะเริ่มถ่ายทอดสดรอบมาสเตอร์คลาสแล้วนะครับ" ทีมงานกระซิบเสียงเครียด รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแค่สูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับปมผ้ากันเปื้อนสีดำสนิทให้กระชับเข้ากับเอวคอด และยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี มือเรียวบางตักพริกแกงโฮมเมดสีเขียวเข้มลงในกระทะทองเหลือง เสียงฉ่าของเครื่องแกงที่กระทบกับความร้อนดังขึ้นราวกับเสียงประกาศศึก ในเมื่อเขาอยากเห็นงานศิลปะบนจานอาหารที่มีจิตวิญญาณนัก รินรดาก็จะแสดงให้ดูว่า ไฟบรรดาลกัลป์ที่แผดเผาความมั่นใจของเธอนั้น มันจะย้อนกลับไปแผดเผาคนปากเสียให้ราบคาบได้อย่างไร แสงไฟสปอตไลท์พุ่งตรงลงมาที่เธอ เสียงเพลงประกอบงานอีเวนต์เงียบลง รินรดาก้าวออกไปหน้าเวทีด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคง ดวงตากลมโตคมกริบกวาดมองฝูงชนผ่านเลนส์กล้อง ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสูงโปรดของใครบางคน คีย์ตวัท... ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจแห่งการวิจารณ์อาหารในยุคดิจิทัล วันนี้เขาสวมสูทตัดเย็บเนี้ยบกริบสีเทาชาโคล ใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเอกภาพยนตร์ถูกประดับด้วยแววตาคมปลาบที่ยากจะคาดเดา เขากำลังมองเธอ... มองด้วยสายตาที่คล้ายจะจับผิด แต่กลับมีความระอุบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องลึก ซึ่งมีเพียงคนช่างสังเกตเท่านั้นที่จะสัมผัสได้ "สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ" รินรดาเอ่ยทักทายผ่านไมโครโฟนไร้สาย น้ำเสียงของเธอกังวาน ใส ชัดเจน และทรงพลัง "วันนี้ฉันไม่ได้มาเพื่อพิสูจน์ให้ใครเห็นว่าอาหารราคาแพงอร่อยแค่ไหน แต่ฉันมาเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีของเชฟที่ทำงานด้วยหัวใจ... และอยากให้ใครบางแถวนี้ ได้ลิ้มลองรสชาติของความจริง ที่ไม่ใช่แค่ตัวหนังสือระบายอารมณ์บนหน้ากระดาษ" สิ้นคำพูด ประโยคเด็ดของเธอก็เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมรอบงานได้ทันที กล้องถ่ายทอดสดซูมเข้าที่ใบหน้าของรินรดาแบบเรียลไทม์ เผยให้เห็นดวงตาที่ลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งชัยชนะ ขณะเดียวกัน กล้องอีกตัวก็หันไปจับภาพของคีย์ตวัทโดยอัตโนมัติ ชายหนุ่มไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เขาเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและท้าทายในเวลาเดียวกัน ท่าทางสุขุมนุ่มลึกแต่แฝงความร้ายกาจนั้นทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ เชฟสาวสะบัดหน้าหนี กลับมาสนใจกระทะตรงหน้า มือหนึ่งตวัดตะหลิวคลุกเคล้าเนื้อวากิวกับเครื่องแกงอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมของใบโหระพาและพริกขี้หนูสวนตีตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ตัดกับความหรูหราของฮอลล์จัดงานอย่างสิ้นเชิง นี่คือศิลปะของเธอ ความดิบ เถื่อน แต่ประณีตบรรจงในทุกอณูรสชาติ เวลาผ่านไปสิบห้านาที จานแกงเขียวหวานเนื้อวากิวสูตรพิเศษที่ถูกแต่งแต้มด้วยความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัดก็เสร็จสมบูรณ์ กลิ่นหอมยวนใจทำให้ผู้ชมในงานกลืนน้ำลายตาม รินรดายกจานกระเบื้องสีขาวสะอาดขึ้นมาถือไว้ในมือ เธอก้าวเดินลงจากเวทีช้าๆ มุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่ยืนรออยู่โดยไม่ลังเล ฝูงชนแหวกทางให้เธอโดยอัตโนมัติ รินรดาหยุดยืนตรงหน้าคีย์ตวัท ระยะห่างระหว่างพวกเขายืนอยู่ใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความสะอาดจากตัวเขาลอยมาแตะจมูก ปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศจากจานในมือ "เชิญชิมสครับ... ท่านนักวิจารณ์ผู้ทรงเกียรติ" รินรดาเอ่ยเสียงหวานหยด แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีด "หวังว่าลิ้นทองคำของคุณ จะยังแยกแยะระหว่างคำดูถูกกับรสชาติจริงๆ ออกนะ" คีย์ตวัทก้มมองจานอาหารตรงหน้า สลับกับใบหน้าเชิดรั้นของเชฟสาว ดวงตาคมกาลปั่นป่วนด้วยอารมณ์ที่อ่านไม่ออก เขาโน้มตัวลงมาใกล้ใบหูของเธอ กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินกันแค่สองคน "ระวังคำพูดหน่อย, เชฟริน..." คีย์ตวัทเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายจมูกโด่งเป็นสันเฉียดผ่านเส้นผมที่คลอเคลียข้างแก้มของเธอไปอย่างเฉียดฉิว "เพราะถ้าชิมแล้วมันอร่อยอย่างที่เธอคุย... ผมอาจจะต้องเปลี่ยนจากการวิจารณ์ด้วยปาก มาเป็นขอจองตัวเธอไว้ทั้งชีวิตแทน" รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะความโกรธ... แต่เป็นเพราะความตื่นตะลึงกับคำพูดที่หลุดออกมาจากปากคนที่ขึ้นชื่อว่าเกลียดเธอนักหนา ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากโต้เถียง จู่ๆ เสียงแฟลชจากกล้องนับร้อยก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรส haute couture แบรนด์ดังที่ก้าวพรวดพรากเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขาทั้งสองด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "คีย์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! หุ้นส่วนหลักของเราที่นิวยอร์กเพิ่งโทรมา..." ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรสชาติแห่งความเร่าร้อนนี้ และพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายแซ่บกับทริปปะทะคารมข้ามทวีป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%