กลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์เจือจางในอากาศ—มันไม่ใช่กลิ่นที่ควรจะลอยอบอวลอยู่ในสตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมกลิ่นอะคริลิกและฝุ่นไม้
หมอพรีมหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าประตูเหล็กบานใหญ่ที่ถูกแง้มไว้เล็กน้อย แสงไฟสีขาวนวลสาดลอดออกมาตามรอยแยก พร้อมกับเสียงเป่าลมร้อนจากเครื่องมืองานช่างที่คุ้นหู หัวใจดวงน้อยที่เต้นเป็นจังหวะปกติมาตลอดทั้งวันเริ่มสั่นไหวอย่างไร้เหตุผล มือเรียวบางภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดเอื้อมไปผลักบานประตูให้เปิดออกอย่างช้าๆ
"ถ้ายังดื้อดึงไม่ยอมส่งแฟ้มแปลนโครงสร้างมาให้ภายในห้านาทีนี้ นายธาม... ฉันจะเอาเลื่อยวงเดือนไปตัดโมเดลโปร젝트จบของนายทิ้งซะ"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ แต่สิ่งที่สะดุดตาสتูดิโอขนาดใหญ่กลับไม่ใช่กองกระดาษไขหรือโมเดลตึกสูงระฟ้า หากเป็นพื้นที่ตรงกลางห้องที่ถูกเนรมิตขึ้นมาใหม่จนแทบจำไม่ได้
พรีมกวาดสายตามองด้วยความตกตะลึง พื้นที่โล่งกว้างถูกจัดวางด้วยเตียงตรวจผู้ป่วยสเตนเลสเงาวับ ด้านข้างมีเสาน้ำเกลือแขวนถุงน้ำเกลือจำลองที่บรรจุของเหลวสีชมพูอ่อนเอาไว้ โคมไฟผ่าตัดไร้เงาขนาดใหญ่ถูกดัดแปลงจากโครงสร้างเหล็กเส้นและหลอดไฟแอลอีดีหลายดวงส่องสว่างลงมาตรงกลาง และที่สำคัญที่สุด... บนผนังปูนเปลือยถูกติดด้วยฟิล์มเอกซเรย์นับสิบแผ่นเรียงรายเป็นระเบียบ
ไม่ใช่ฟิล์มกระดูกหักหรือปอดอักเสบ แต่ทุกแผ่นคือภาพสเก็ตช์ลายเส้นถ่านและหมึกซึม บันทึกเรื่องราวทุกวินาทีตั้งแต่วันแรกที่เธอกับเขาพบกันในห้องฉุกเฉิน
ภาพผู้ชายตัวโตหน้าตามาดเซอร์ที่กำลังทำหน้าเหเกเพราะกลัวสำลีชุบแอลกอฮอล์ ภาพที่เธอกำลังก้มลงเย็บแผลที่หัวคิ้วให้เขาด้วยสีหน้าดุๆ และภาพรอยยิ้มกวนๆ ที่เขาแอบส่งให้เธอในทุกๆ ครั้งที่เขาแกล้งทำเป็นป่วยเพื่อมาโรงพยาบาล
"ตกใจล่ะสิครับคุณหมอ"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากด้านหลัง พรีมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของสตูดิโอ คิมหันต์ในชุดเสื้อช็อปคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เปื้อนคราบกาวและสีฝุ่น เส้นผมหยักศกยุ่งเหยิงไม่ได้ทรง แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายความอบอุ่นที่ทำเอาคนมองหายใจไม่ทั่วท้อง
"นี่มัน... อะไรกันคะคิม เล่นอะไรพิเรนทร์อีกแล้วเนี่ย" พรีมพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้ว่าปลายนิ้วของเธอจะเริ่มเย็นเฉียบด้วยความตื่นเต้นที่พุ่งพล่าน
"ไม่ได้เล่นครับ... ผมจริงจังที่สุดในชีวิตแล้ว" คิมก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายปนกลิ่นไMไม้และสีอะคริลิกจางๆ ลอยมาแตะจมูก "คุณจำห้องฉุกเฉินคืนนั้นได้ไหม วันที่เราเจอกันครั้งแรก... วันที่ผมทั้งกลัวเข็ม ทั้งปวดแผล แต่กลับตกหลุมรักคุณตั้งแต่แรกเห็น"
พรีมเม้มริมฝีปากแน่น เปลือกตากะพริบถี่เพื่อซ่อนความร้อนผ่าวที่เอ่อล้นขึ้นมาบริเวณขอบตา ปากแข็งแค่ไหนเธอก็รู้ตัวดี แต่หัวใจเจ้านายมันไม่เคยเชื่อฟังคำสั่งสักครั้ง เมื่อผู้ชายตรงหน้าเธอคนนี้คือคนที่เข้ามาพังกำแพงความเยือกเย็นทั้งหมดในชีวิตเธอลงอย่างราบคาบ
"คุณหมอครับ..." คิมหันต์หยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตาคมคายคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะอ่านความรู้สึกทั้งหมดข้างใน "ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา คุณซ่อมแซมหัวใจที่พังทลายของผมจากความทรงจำแย่ๆ ในอดีต คุณคอยดุเวลาผมดื้อ คอยห้ามไม่ให้ผมทำงานหักโหม และคอยอยู่ข้างๆ ในวันที่ผมเกือบจะถอดใจเรื่องสถาปัตย์"
มือหนายื่นออกไปช้าๆ ไม่ได้ถือเข็มฉีดยาที่เขากลัวนักหนา แต่กลับเป็นกล่องกำมะหยี่สีดำขนาดเล็กที่เปิดอ้าออก เผยให้เห็นแหวนเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายล้อกับแสงไฟโคมจำลอง
"คิม..." พรีมครางชื่อเขาแผ่วเบา เสียงสั่นเครือเล็กน้อยจนปิดไม่มิด
"สถาปนิกอย่างผมออกแบบตึกมาก็เยอะ วางผังโครงสร้างมาก็แยะ แต่เชื่อไหมครับ... ผมไม่เคยออกแบบอนาคตที่ไม่มีคุณอยู่ในนั้นได้เลย" คิมหันต์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นปูนหยาบๆ ของสตูดิโอ สายตาที่เขามองเธอมันเต็มไปด้วยความรัก ความเทิดทูน และความคลั่งไคล้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด "แต่งงานกับผมนะครับหมอพรีม... ให้สถาปัตย์หน้ามึนคนนี้ได้ดูแลหัวใจของคุณไปตลอดชีวิตเลยนะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และเสียงหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองชุดในอกของพรีม น้ำตาใสๆ ไหลรินอาบแก้มเนียนอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้ รอยยิ้มที่สวยที่สุดปรากฏขึ้นบนเรียวปากที่มักจะอมพะนำอยู่เสมอ
"คนบ้า..." พรีมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แต่เสียงสะอื้นเล็ดยอดออกมาจนได้ "ทำไมต้องมาขอในที่แบบนี้ด้วย เลอะเทอะจริงๆ"
"สรุปว่า...?" คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่มักจะเห็นเป็นประจำกลับเจือความประหม่าไว้อย่างปิดไม่มิด มือที่ถือกล่องแหวนสั่นระริกเล็กน้อย ซึ่งเป็นภาพที่หายากยิ่งจากผู้ชายคนนี้
พรีมก้มลงมองหน้าผู้ชายที่ยอมลดอีโก้และความเซอร์ทั้งหมดมาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า เธอยื่นมือซ้ายออกไปข้างหน้าช้าๆ พร้อมกับพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา
"ถ้าคุณกล้าทำให้ฉันเสียใจแม้แต่ครั้งเดียวนะคิม... ฉันจะฉีดยาชาแล้วผ่าตัดสมองคุณเอาความดื้อด้านออกให้หมดเลยคอยดูสิคะ"
คิมหันต์คลี่ยิ้มกว้างจนตาหยี เขาบรรจงสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างทะนุถนอม ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอกแน่น ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่เล็กสูดดมความหอมจากเรือนผมของเธอด้วยความโล่งอกและสุขล้น
"รับรองเลยครับว่าคุณหมอจะได้ใช้ชีวิตกับสถาปนิกคลั่งรักคนนี้จนเบื่อกันไปข้างเลย"
บรรยากาศแสนหวานอบอวลไปทั่วทุกตารางเมตรของห้อง ทว่าในวินาทีที่ทั้งสองกำลังจะผละออกจากอ้อมกอดเพื่อซับน้ำตาแห่งความสุข เสียงฝีเท้าฝรึมฝรัมอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูสตูดิโอ พร้อมกับเสียงหอบแฮกของน้ำใสที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโดยไม่เคาะห้อง
"ไอ้คิม! หมอพรีม! แย่แล้ว!" น้ำใสตะโกนลั่นห้อง ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด "เคสฉุกเฉินระดับวิกฤตถูกส่งตัวมาที่ห้องฉุกเฉินตึกใหญ่แล้ว... และคนไข้คนนั้นคือคนที่พวกเธอคาดไม่ถึงที่สุดในสามโลก!"
พรีมและคิมหันต์ผละออกจากกันทันที ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นสายตาตื่นตระหนกของเพื่อนสนิท
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนความรักของคิมหันต์และหมอพรีมมาจนถึงบทรองสุดท้ายนี้นะคะ
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 39
ขอแต่งงานฉบับสถาปนิกคลั่งรัก
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!