"ถ้าคุณยังก้าวถอยหลังอีกแค่ก้าวเดียว ผมจะถือว่าสิ่งที่คุณทำมาทั้งหมดเมื่อคืน เป็นแค่การแสดงตลกฉากหนึ่งเท่านั้น, จิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากริมฝีปากของคิรินไม่ได้เจือแววหยอกล้อแม้แต่น้อย มันคือประกาศิตจากผู้ชายที่ยอมเอาทั้งศักดิ์ศรีและอาณาจักรธุรกิจของตัวเองมาวางไว้บนเดิมพัน เพื่อแลกกับการรั้งผู้หญิงดื้อรั้นคนนี้ให้อยู่ในสายตา
จินหยุดชะงัก ฝ่าเท้าที่กำลังจะถอยก้นบึ้งของระเบียงห้องพักวีไอพีถูกตรึงไว้กับพื้นด้วยแรงโน้มถ่วงจากสายตาคมกริบของคนตรงหน้า หัวใจของเธอยังคงเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย คราบน้ำตาบนแก้มยังแห้งสนิท แต่ความพยศในฐานะคนไม่เคยยอมแพ้ใครกลับพยายามลุกขึ้นมาประท้วง
เธอหันกลับมาเผชิญหน้า สบตาคนตัวสูงที่ยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงหน้า เชิดคางขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
"การแสดงงั้นเหรอคะคุณคิริน?" จินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวอกที่สั่นไหวถูกกลบเกลื่อนด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "ฉันต่างหากที่ควรจะเป็นคนพูดประโยคนี้ คุณเข้ามาวุ่นวายในชีวิตฉัน สร้างปัญหา แล้วก็ทำตัวเป็นฮีโร่ขี่ม้าขาว ทั้งที่ต้นเหตุของเรื่องบ้าๆ ทั้งหมดมันก็มาจากความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงของคุณกับรินรดานั่นไม่ใช่หรือไง!"
คิรินไม่โกรธ เขาไม่แม้แต่จะกระพริบตา ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละน้อย บีบพื้นที่จำกัดของระเบียงให้แคบลงจนแผ่นหลังของจินแนบชิดกับราวเหล็กเย็นเฉียบ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นจากตัวเขาแผ่ซ่านเข้ามาจนจินต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"จำไม่ได้หรือไงว่าผมเตือนคุณกี่ครั้งแล้ว" คิรินโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างกันแค่คืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธอ "ว่าอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายแทนผม แต่คุณก็ยังดื้อ... ดื้อจนผมอยากจะจับตีให้ก้นลายเสียจริงๆ"
"นี่คุณ!" จินเบิกตากว้าง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป "พูดจาบ้าอะไรเนี่ย! ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะคะ แล้วอีกอย่าง ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณสักหน่อย ฉันแค่วิ่งหนีผู้ชายถือมีดบ้าคลั่งพวกนั้นต่างหาก หลบไปเลยนะ!"
เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้าง แต่ทว่ากล้ามเนื้อแน่นๆ ใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มกลับแข็งราวกับกำแพงหิน คิรินไม่ขยับเขยื้อน เขากลับคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอรวบไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
ดวงตาคู่ที่มักจะซ่อนความเยชาและความเจ้าเล่ห์เอาไว้ แต่วินาทีนี้ มันกลับมีร่องรอยของความหวาดกลัวที่ถูกเก็บกวาดซ่อนไว้ลึกที่สุด—ความหวาดกลัวที่จะต้องสูญเสียเธอไปจริงๆ
"จิน... มองตาผมสิ" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างกะทันหัน ความดุดันหายวับไป เหลือเพียงความเว้าวอนที่ทรงพลังยิ่งกว่าอาวุธใดๆ "คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าตอนที่มันพุ่งเข้ามาหาผม หัวใจของคุณแทบจะหยุดเต้น... เหมือนกับที่ผมแทบคลั่งตอนเห็นคุณตกอยู่ในอันตราย"
คำพูดนั้นกระแทkเข้ากลางใจของจินอย่างจัง กำแพงน้ำแข็งที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาห่อหุ้มความรู้สึกพังทลายลงในพริบตา ภาพเหตุการณ์ที่คมมีดเกือบจะเฉือนผ่านผิวเนื้อของคิรินฉายซ้ำขึ้นมาในหัว ทำเอาขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่คอ
คนปากแข็งอย่างเธอเกลียดการพ่ายแพ้ เกลียดการยอมรับว่าตัวเองแคร์ผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน แต่ในเมื่อแววตาคู่นั้นไม่มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงใจที่ยอมจำนนต่อหัวใจตัวเอง จินก็รู้ดีว่าเธอไม่มีแรงแม้แต่จะโกหกอีกต่อไปแล้ว
"คุณมัน... บ้าที่สุดคิริน" เสียงของเธอกลายเป็นเสียงกระซิบสั่นเครือ หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ "คุณทำให้ฉันกลายเป็นคนอ่อนแอ... ทั้งที่ฉันไม่เคยอยากรู้สึกแบบนี้กับใครเลย"
คิรินระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง มันเต็มไปด้วยความโล่งอกและความคลั่งรักที่ล้นทะลัก เขาเคลื่อนริมฝีปากลงมาจูบซับคราบน้ำตาบนแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนผิดกับบุคลิกปกติทำให้หัวใจของจินสั่นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"ยอมรับแล้วสินะครับ ว่าหัวใจของคุณมันตกเป็นของผมตั้งแต่เมื่อไหร่" คิรินกระซิบชิดริมหางตาของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดผิวเนื้อจนเกิดกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง
"ฉันยังไม่ได้พูดสักคำ..." จินยังคงดื้อดึง พยายามเบี่ยงหน้าหนีแม้จะไร้ซึ่งแรงต้านทาน "ปล่อยฉันได้แล้วน่า คนอื่นมองอยู่... อุ๊บ!"
ประโยคต่อมาถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อคิรินฉวยโอกาสปิดกั้นริมฝีปากของเธอด้วยจูบที่ทั้งเอาแต่ใจและเว้าวอนในเวลาเดียวกัน มันไม่ใช่จูบที่ดุดันรุกรานเหมือนทุกครั้ง หากแต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของและการปลอบประโลมที่ทำให้สติสัมปชัญญะของจินหลุดลอยไปอย่างสิ้นเชิง เรียวลิ้นอุ่นร้อนลุกล้ำเข้าไปเกี่ยวพัน กวาดต้อนความหวานล้ำที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงอณูความอบอุ่นของอ้อมกอดนี้ที่โอบอุ้มหัวใจที่แหลกสลายของเธอให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
จินหลับตาลง ยอมจำนนต่อสัมผัสอันเร่าร้อนและลึกซึ้ง มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ตอบรับความรู้สึกที่โหมกระหน่ำเข้ามาในอกอย่างไม่รู้ตัว
นี่คือบทเรียนราคาแพงสำหรับคนปากแข็งอย่างเธอ... บทเรียนที่พิสูจน์ว่าต่อให้เก่งกาจมาจากไหน สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับหัวใจตัวเองอยู่ดี
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งเสียงกระแอมกระไอที่ดังขึ้นอย่างจงใจจากด้านหลัง ทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนลงในเสี้ยววินาที
"ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่น... แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณจะมีเรื่องสนุกๆ รอให้อธิบายอีกยาวเลยนะครับ, คุณคิริน"
คิรินผละริมฝีปากออกจากจินอย่างไม่สบอารมณ์นัก เขาดึงร่างบางให้มาหลบอยู่ด้านหลังของตัวเองด้วยสัญชาตญาณปกป้อง ก่อนจะหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดانที่พร้อมจะสังหารคนได้ทันที
ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบก้าวออกมาจากเงามืดของประตูทางเชื่อม รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏอยู่บนมุมปากคมคาย ดวงตาคู่คมจ้องมองตรงมาที่คิรินและจินด้วยแววตาท้าทาย
และคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะโผล่มาเหยียบที่นี่ในเวลาตีสองแบบนี้
— "ธน ์" อดีตหุ้นส่วนทางธุรกิจผู้กุมความลับดำมืดทั้งหมดของคาสิโน กำลังยืนถือแฟ้มเอกสารบางอย่าง พ่วงด้วยรอยยิ้มของเพชฌฆาตที่พร้อมจะพังทลายทุกอย่างที่คิรินสร้างขึ้นมากับมือ
ขอบคุณทุกกำลังใจที่ร่วมเดินทางเคียงข้างกันมาจนถึงบทนี้ และเตรียมพบกับบทสรุปอันเข้มข้นในตอนหน้าได้เลยครับ
พันธสัญญาป่วนหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 29
บทเรียนของคนปากแข็ง
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธสัญญาป่วนหัวใจนายตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!