"เซ็นตรงนี้ครับ... แล้วทุกอย่างจะจบลงที่ตรงนี้"
ปากกาลูกลื่นด้ามถูกวางลงบนโต๊ะไม้โอ๊กขัดมัน หัวหน้าแผนกฝ่ายบัญชีเลื่อนเอกสารใบลาออกส่งมาตรงหน้าผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความเสียดาย แต่เป็นความสมเพชปนเหนื่อยหน่ายที่ผมสัมผัสได้จากลมหายใจหนักๆ ของเขา
ผมไม่ตอบโต้ ไม่รำพึงรำพันถึงความมั่นคงที่กำลังจะทิ้งไป ผมแค่จรดปลายปากกาลงไป เส้นหมึกสีน้ำเงินลากผ่านกระดาษแผ่นนั้นราวกับรอยแผลที่ค่อยๆ กรีดลงบนชีวิตเก่าของผม ในวินาทีที่หมึกแห้งสนิท เสียงเครื่องถ่ายเอกสารที่ดังหึ่งๆ อยู่ในห้องโถงกว้างดูจะดับวูบลงไปทันที เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรำไปกับจังหวะของการตัดสินใจที่ผมรอคอยมาตลอดสามปี
"นายคิดดีแล้วใช่ไหมกานต์? โลกข้างนอกนั่นไม่มีสวัสดิการให้เหมือนที่นี่นะ"
ผมเก็บปากกาใส่กระเป๋าเสื้อ สูดยอดอากาศที่ปนกลิ่นน้ำยาทำความสะอาดราคาถูกเข้าปอด "โลกข้างนอกนั่นแหละครับที่ให้ชีวิตผมจริงๆ" ผมตอบสั้นๆ ไม่ยิ้ม ไม่ร่ำลา แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องนั้น ทิ้งทิ้งความคาดหวังขององค์กรไว้เบื้องหลังอย่างไม่แยแส
ห้องพักรูหนูของผมในกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยลังกระดาษที่ยังไม่ถูกเปิดออก แต่สายตาของผมกลับจับจ้องไปที่กล่องไม้เก่าคร่ำคร่ากล่องหนึ่งที่วางอยู่บนเตียง มันคือสมบัติชิ้นเดียวที่พ่อทิ้งไว้ให้หลังจากที่ท่านหายสาบสูญไปในดินแดนที่ไม่มีชื่อปรากฏบนแผนที่ฉบับใดในโลก
ผมหยิบ 'สมุดบันทึกหน้าปกหนังสีน้ำตาล' เล่มนั้นขึ้นมา กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นดินยังคงติดตรึงราวกับว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน นิ้วมือของผมลูบผ่านรอยเปื้อนคราบกาแฟและคราบดินที่พ่อเคยทำไว้ ขณะที่ผมพลิกอ่านบันทึกหน้าสุดท้าย... มันไม่มีคำร่ำลา มีเพียงพิกัดประหลาดที่ระบุตำแหน่งกลางมหาสมุทร ซึ่งใครๆ ต่างก็บอกว่าตรงนั้นคือความว่างเปล่า
"นั่นคือนาฬิกาพกของพ่อคุณใช่ไหม?"
เสียงทักทายที่แทรกผ่านความเงียบทำเอาผมสะดุ้ง เอเลน่านั่งอยู่บนขอบหน้าต่าง ร่างสูงโปร่งของเธอในชุดเดินป่าที่ดูคุ้นตาขัดกับบรรยากาศในห้องแคบๆ นี้อย่างสิ้นเชิง เธอเป็นเพื่อนร่วมทางเพียงคนเดียวที่ผมกล้าจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เธอไม่ได้มองว่าผมเสียสติ แต่เธอกลับมองสมุดเล่มนั้นด้วยดวงตาสีฟ้าครามที่เต็มไปด้วยประกายแห่งการผจญภัย
"มันหยุดเดินตั้งแต่วันที่พ่อหายไปครับ" ผมตอบพลางหยิบนาฬิกาเรือนสีเงินขึ้นมา เข็มวินาทีของมันตายสนิทอยู่ที่ตำแหน่งสี่นาฬิกาสิบห้านาที "ผมลองซ่อมมาทุกที่แล้ว ไม่มีใครทำมันเดินได้อีก"
เอเลน่ากระโดดลงจากหน้าต่าง เดินเข้ามาใกล้ ผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของทุ่งหญ้าและอากาศบริสุทธิ์จากตัวเธอ เธอหยิบนาฬิกาไปจากมือผม พินิจพิจารณาด้วยแว่นขยายที่พกติดตัวอยู่เสมอ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"กานต์... คุณมองแต่นาฬิกา แต่ไม่เคยมองกลไกที่ซ่อนอยู่ใต้หน้าปัดเลย"
เธอใช้ปลายนิ้วกดลงไปที่รอยบากเล็กๆ ตรงขอบนาฬิกาอย่างแม่นยำ ทันใดนั้น เสียง 'ติ๊ก' ที่ขาดหายไปนานกว่าทศวรรษก็ดังขึ้นเบาๆ แต่มั่นคง เข็มวินาทีเริ่มขยับเดิน แต่มันไม่ได้เดินไปข้างหน้าตามเข็มนาฬิกาทั่วไป มันเดินถอยหลัง... ถอยหลังไปเรื่อยๆ จนน่าขนลุก
ผมลุกขึ้นยืน มือไม้สั่นเทา เอเลน่าถอยหลังก้าวหนึ่ง ใบหน้าของเธอที่เคยสดใสกลับจริงจังขึ้นมาอย่างฉับพลัน
"คุณไม่ได้แค่ลาออกจากงานนะกานต์" เธอกล่าวเสียงเรียบขณะที่นาฬิกาในมือเริ่มสั่นและเปล่งแสงสีจางๆ ออกมา "การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การออกไปหาพ่อคุณ แต่มันคือการก้าวเข้าไปในพื้นที่ที่กฎของเวลาและสถานที่ไม่ได้ทำงานเหมือนที่เราเคยเรียนรู้มา"
ผมมองไปยังตั๋วเครื่องบินแบบขาเดียวที่จองไว้ในมือ มันไม่มีชื่อสายการบิน ไม่มีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน มีเพียงตัวเลขพิกัดที่สอดคล้องกับเข็มนาฬิกาที่กำลังหมุนย้อนกลับอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้น ประตูห้องที่ปิดสนิทอยู่ก็ถูกเคาะรัวๆ ราวกับคนข้างนอกกำลังร้อนรน ไม่ใช่เสียงเคาะของพนักงานส่งของ หรือเพื่อนบ้านที่มาทวงค่าเช่า แต่มันเป็นเสียงจังหวะเคาะสามครั้งเว้นหนึ่ง ซึ่งเป็นรหัสลับที่พ่อเคยเขียนไว้ในบันทึกว่า... 'หากได้ยินเสียงนี้ อย่าเปิดประตู ให้เปิดหน้าต่างหนีไปทันที'
เอเลน่าคว้าเป้ของเธอแล้วพุ่งไปที่หน้าต่างทันที เธอหันมามองผมด้วยสายตาที่บอกว่าถ้าไม่ไปตอนนี้ ก็จะไม่มีวันได้ไปอีกแล้ว
"กานต์! คนที่ตามหาสมุดเล่มนั้นมาถึงหน้าห้องแล้ว ถ้าอยากรู้ว่าความจริงเรื่องพ่อคุณเป็นยังไง จงตัดสินใจตอนนี้!"
ผมเหลือบมองตั๋วขาเดียวในมือ สลับกับประตูที่เริ่มมีรอยร้าวจากการกระแทกอย่างแรงจากภายนอก ผมตัดสินใจคว้าสมุดบันทึกยัดใส่เป้ แล้วพุ่งตัวตามเอเลน่าออกไปสู่ความมืดมิดของราตรีที่รออยู่เบื้องหน้า
ขอบคุณที่ร่วมออกเดินทางไปกับผมในบทแรกนะครับ แบกเป้ท่องโลก
จดหมายเหตุข้างทาง: รอยเท้าที่หายไปในทวีปที่ไม่มีชื่อ•ตอนที่ 1
ตั๋วขาเดียวและนาฬิกาที่หยุดเดิน
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จดหมายเหตุข้างทาง: รอยเท้าที่หายไปในทวีปที่ไม่มีชื่อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!