ห้องแชทมรณะ 00:00 น.•ตอนที่ 34

ภาพหลอนซ้อนมิติ

ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
“พิมพ์สิกรณ์... ถ้านายไม่พิมพ์ตอบมันภายในสิบวินาที คนต่อไปที่จะถูกลากลงไปในบึงคือมิน!” เสียงกรีดร้องผ่านลำโพงโทรศัพท์ไม่ได้ดังมาจากลำโพงธรรมดา แต่มันเสียดแทงผ่านแก้วหูเข้าไปสั่นสะเทือนถึงก้านสมอง นิ้วชี้ของกรณ์เกร็งค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์สัมผัสบนหน้าจอมือถือ แสงสีฟ้าเย็นเยือกจากจอสมาร์ตโฟนสาดกระทบใบหน้าซูบตอบที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผม ไหลหยดลงบนหน้าจอแตกละเอียดเป็นรอยใยแมงมุม หน้าต่าง ‘ห้องแชทมรณะ 00:00 น.’ กำลังนับถอยหลัง **[00:34:12]** **[System]:** *สมาชิก ‘Korn’ เหลือเวลาตอบกลับอีก 7 วินาที...* **[Unknown]:** *จำกลิ่นโคลนคืนนั้นได้ไหม? คืนที่แกหันหลังวิ่งหนีไปคนเดียว* “กรณ์! ได้ยินฉันไหม! อย่ามองรูปโปรไฟล์มัน!” เสียงของมินที่นั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานตัวยาวตะโกนลั่น เธอกำลังรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊กจนเกิดเสียงกระทบกันดั่งฝูงตั๊กแตนบินชนกระจก ใบหน้าของเด็กสาวสะท้อนแสงโค้ดสีเขียวที่ไหลบ่าลงมาเป็นสายน้ำ เธอกำลังพยายามแฮ็กไฟร์วอลล์เพื่อระบุพิกัดไอพีของเซิร์ฟเวอร์ปริศนา แต่เหงื่อที่ขมับของเธอบ่งบอกชัดเจนว่าระบบกำลังถูกตีโต้กลับอย่างรุนแรง “มันกำลังเล่นกับคลื่นสมองนาย กรณ์! ปิดตาสะ—” คำพูดของมินขาดห้วงไป ไม่ใช่เพราะเธอหยุดพูด แต่เพราะเสียงรอบข้างของกรณ์ถูกตัดขาดราวกับมีใครดึงปลั๊กโลกความเป็นจริงออกไปดื้อๆ ความเงียบงันระดับสุญญากาศเข้าแทนที่ กลิ่นไหม้ของซีพียูที่ร้อนจัดในห้องนอนแคบๆ ค่อยๆ จางหายไป... ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นที่กรณ์ไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต *กลิ่นไอดินชื้นแฉะ กลิ่นสาบโคลนเน่า และกลิ่นคาวสนิมของเลือด* กรณ์กระพริบตาถี่ๆ แสงไฟนีออนสีขาวสลัวในห้องพักเริ่มกะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนสัญญาณชีพจรที่กำลังจะหยุดเต้น พื้นกระเบื้องยางสีเทาใต้ฝ่าเท้าของเขากลับกลายเป็นดินโคลนเหลวเหนียวหนืด ความเย็นเยียบแล่นปราดจากข้อเท้าขึ้นสู่กระดูกสันหลัง เขาพยายามขยับขา แต่ขากลับจมลงไปในดินเลนเกือบครึ่งหน้าแข้ง “นี่มัน... อะไรกัน...” กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน เขาพยายามใช้ตรรกะทั้งหมดที่มีรวบรวมสติ “ภาพหลอน... แค่ภาพประสาทหลอนจากสารสื่อประสาท... มิน ฉัน...” เมื่อกรณ์เงยหน้าขึ้นมองมินเพื่อขอความช่วยเหลือ ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึก มินไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นอีกต่อไป ตรงข้ามโต๊ะตัวเดิมที่ตอนนี้กลายเป็นตลิ่งริมบึงน้ำรกร้างในคืนฝนตกเมื่อสามปีก่อน คือร่างของเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมปลายเปียกโชก ชายเสื้อขาดวิ่นเปรอะเปื้อนคราบโคลนสีคล้ำ ใบหน้าของร่างนั้นก้มต่ำจนคางชิดอก ผมหน้าม้าเปียกลู่แนบใบหน้าซีดเผือด *‘เต้’* เพื่อนสนิทที่เขาปล่อยให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึงในคืนนั้น คืนที่เขาเลือกที่จะวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด “เต้...” มือของกรณ์สั่นเทาจนแทบทำโทรศัพท์หลุดมือ “นาย... นายตายไปแล้ว ฉันไปงานศพนายเองกับมือ...” ร่างนั้นไม่ตอบ แต่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ข้อต่อกระดูกคอดัง *กร๊อบ... กร๊อบ...* ราวกับกิ่งไม้แห้งหัก ดวงตาของเต้ไม่มีลูกตาดำ มีเพียงเบ้าตากลวงโบ๋ที่มีน้ำโคลนสีดำไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย ริมฝีปากที่ซีดเซียวจนเขียวคล้ำค่อยๆ แสยะยิ้มกว้าง กว้างจนเกินกว่าที่กล้ามเนื้อมนุษย์จะทำได้ มุมปากฉีกขาดจนเห็นเนื้อสีแดงสดด้านใน *“แล้วทำไมถึงทิ้งกูไว้ตรงนี้ล่ะ กรณ์?”* เสียงนั้นไม่ได้มาจากร่างตรงหน้า แต่มันดังขึ้นจากโทรศัพท์ในมือ! กรณ์ก้มลงมองหน้าจอด้วยความหวาดผวา หน้าต่างแชทไม่ได้แสดงข้อความตัวอักษรอีกต่อไป แต่มันเปิดกล้องหน้าขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ ทว่า... ภาพที่สะท้อนอยู่ในจอกล้องหน้า ไม่ใช่กรณ์ในปัจจุบันที่สวมเสื้อยืดสีเทาเก่าๆ ภาพในจอคือ ‘กรณ์เมื่อสามปีก่อน’ สวมชุดนักเรียนมัธยมเปียกปอน กำลังยืนหอบหายใจอยู่ข้างหลังร่างของเต้ ดวงตาของกรณ์ในจอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มือทั้งสองข้างของเขาเปื้อนโคลนและกำลังสั่นเทา “ไม่... ไม่จริง” กรณ์ส่ายหน้า พยายามถอยหลัง แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับผนังห้องปูนเปลือยที่เย็นเฉียบ เขากำลังอยู่ที่ไหนกันแน่? ในห้องนอนกับมิน หรือที่ริมบึงมรณะในอดีต? สายตาของเขาสับสนจนแทบคลั่ง เมื่อมองไปทางซ้าย เขาเห็นกองสายไฟ เราเตอร์ที่ไฟกะพริบระรัว และแก้วกาแฟกระดาษของมินที่ยังอุ่นอยู่ แต่เมื่อมองไปทางขวา เขากลับเห็นกอหญ้ารกชัฏ ผิวน้ำสีดำสนิทที่สะท้อนแสงจันทร์ครึ่งดวง และกิ่งวิลโลว์ที่ลู่ลมอย่างบ้าคลั่ง มิติทั้งสองกำลังเหลื่อมล้ำ บิดเบี้ยว และบดขยี้ประสาทการรับรู้ของเขาจนแทบแยกไม่ออก “กรณ์! ตั้งสติสิวะ!” จู่ๆ มือกึ่งอุ่นกึ่งเย็นข้างหนึ่งก็คว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนของกรณ์อย่างแรง เขาสะดุ้งสุดตัว เงื้อมือจะฟาดออกไปด้วยสัญชาตญาณป้องกันตัว แต่ภาพเบื้องหน้าสว่างวาบขึ้นชั่วขณะ มินกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขา ใบหน้าของเธอซีดเผือด แววตาตื่นตระหนก เล็บของเธอจิกแน่นเข้าไปในเนื้อแขนของเขาเพื่อดึงสติ “มิน... เธอเห็นมันไหม? โคลน... น้ำในบึง...” กรณ์ละล่ำละลัก เสียงของเขาแหบแห้งราวกับคนขาดน้ำมาหลายวัน “ไม่มีโคลนบ้าบออะไรทั้งนั้น!” มินตะโกนแข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัยจากโน้ตบุ๊ก “เซิร์ฟเวอร์ของมันกำลังส่งคลื่นความถี่อินฟราซาวด์ผ่านลำโพงโทรศัพท์นาย มันกระตุ้นสมองส่วนอะมิกดาลาโดยตรง สร้างภาพหลอนจากความทรงจำที่แย่ที่สุดของนายขึ้นมา! นายต้องตัดการเชื่อมต่อเดี๋ยวนี้ ขว้างมือถือทิ้งไป!” “ทิ้งไม่ได้...” กรณ์กัดฟันแน่น ชี้มือที่สั่นระริกไปที่หน้าจอ “ถ้าตัดการเชื่อมต่อ... กฎของห้องแชทบอกไว้ชัดเจน คนที่ล็อกอินอยู่คนต่อไปจะตายทันที และคนต่อไปในคิวคือเธอ มิน!” บนหน้าจอ เวลานับถอยหลังเหลือเพียง **[00:00:03]** กรณ์กลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ ความเจ็บปวดที่แขนจากแรงจิกของมินเป็นสิ่งเดียวที่ยึดโยงเขาไว้กับโลกความจริง เขาสูดหายใจลึก พยายามเพิกเฉยต่อกลิ่นโคลนสาบสางที่ยังคงอบอวลอยู่ในโพรงจมูก นิ้วโป้งของเขากดลงบนแป้นพิมพ์ พิมพ์ข้อความตอบกลับตามที่สัญชาตญาณและการสังเกตบอกเขา *‘ฉันไม่ได้วิ่งหนีเพราะทิ้งนาย... แต่ฉันวิ่งไปตามคนมาช่วยต่างหาก เต้’* เขากดส่งในวินาทีสุดท้ายพอดี **[00:00:00]** ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ราวกับคลื่นยักษ์ที่เพิ่งซัดผ่านไปแล้วทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพัง เสียงพัดลมระบายความร้อนของโน้ตบุ๊กกลับมาดังหึ่งๆ กลิ่นไหม้ของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์กลับมาแทนที่กลิ่นโคลน พื้นห้องกลับมาเป็นกระเบื้องยางสีเทาที่แห้งสนิท มินทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ยกมือขึ้นลูบหน้าอย่างหมดแรง “พระเจ้า... เกือบไปแล้ว มันยอมรับคำตอบนาย ระบบหยุดนับถอยหลังแล้ว” กรณ์ปล่อยมือถือลงบนโต๊ะ เขาทรุดลงพิงพนักเก้าอี้ เหงื่อท่วมตัวราวกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ ร่างกายหมดเรี่ยวแรงจนแทบขยับนิ้วไม่ได้ แต่สมองของเขายังคงทำงานหนักอย่างบ้าคลั่ง *มันไม่ใช่แค่คลื่นเสียง...* กรณ์คิดในใจอย่างหวาดระแวง *ตอนที่เขาเหยียบลงไปในโคลน สัมผัสมันจริงเกินไป ความเย็นของน้ำ ความหนืดของดินเลน... วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ทั้งหมด* “มิน...” กรณ์เอ่ยขึ้นเบาๆ “นายตามไอพีมันทันไหม ก่อนที่สัญญาณจะตัดไป?” มินไม่ตอบ เธอหันหน้าจอโน้ตบุ๊กมาทางกรณ์อย่างช้าๆ แววตาของเธอที่เคยมั่นใจในเทคโนโลยี บัดนี้กลับว่างเปล่าและสั่นระริกด้วยความกลัวที่แท้จริง “ไอพีแอดเดรสที่ส่งข้อความมา... มันไม่ได้มาจากที่ไหนไกลเลยกรณ์” มินกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ “มันมาจากไหน?” “มันถูกส่งมาจากแมคแอดเดรสของเครื่องนี้...” มินชี้ไปที่โทรศัพท์ของกรณ์ “แต่ไม่ใช่ส่งจากปัจจุบัน... ข้อมูลแพ็กเก็ตระบุไทม์สแตมป์ว่าส่งมาจากวันที่ 14 ตุลาคม เมื่อสามปีที่แล้ว... คืนที่เต้จมน้ำ” ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังของกรณ์อีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ประมวลผลความสยองขวัญนั้น หน้าจอมือถือที่ดับไปแล้วก็สว่างวาบขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยตัวเอง กล้องหน้าเปิดขึ้นมาอีกหน เผยให้เห็นภาพมุมกว้างของห้องนอนที่ทั้งสองคนนั่งอยู่ แต่ในภาพบนหน้าจอ... มินไม่ได้นั่งอยู่คนเดียวตรงข้ามเขา ในมุมมืดด้านหลังเก้าอี้ของมิน มีร่างของเด็กหนุ่มเปียกโชกกำลังยืนชะโงกหน้าข้ามไหล่ของเธอมา ชายหนุ่มคนนั้นไม่ใช่เต้... แต่เป็นตัว ‘กรณ์’ เองในชุดนักเรียนเมื่อสามปีก่อน ที่กำลังจ้องเขม็งมายังกรณ์ในปัจจุบัน พร้อมกับยกนิ้วชี้เปื้อนโคลนขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ --- ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ — แมวดำใต้แสงจันทร์
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องแชทมรณะ 00:00 น. นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%