“พิมพ์สิกรณ์... ถ้านายไม่พิมพ์ตอบมันภายในสิบวินาที คนต่อไปที่จะถูกลากลงไปในบึงคือมิน!”
เสียงกรีดร้องผ่านลำโพงโทรศัพท์ไม่ได้ดังมาจากลำโพงธรรมดา แต่มันเสียดแทงผ่านแก้วหูเข้าไปสั่นสะเทือนถึงก้านสมอง นิ้วชี้ของกรณ์เกร็งค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์สัมผัสบนหน้าจอมือถือ แสงสีฟ้าเย็นเยือกจากจอสมาร์ตโฟนสาดกระทบใบหน้าซูบตอบที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผม ไหลหยดลงบนหน้าจอแตกละเอียดเป็นรอยใยแมงมุม
หน้าต่าง ‘ห้องแชทมรณะ 00:00 น.’ กำลังนับถอยหลัง
**[00:34:12]**
**[System]:** *สมาชิก ‘Korn’ เหลือเวลาตอบกลับอีก 7 วินาที...*
**[Unknown]:** *จำกลิ่นโคลนคืนนั้นได้ไหม? คืนที่แกหันหลังวิ่งหนีไปคนเดียว*
“กรณ์! ได้ยินฉันไหม! อย่ามองรูปโปรไฟล์มัน!”
เสียงของมินที่นั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานตัวยาวตะโกนลั่น เธอกำลังรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊กจนเกิดเสียงกระทบกันดั่งฝูงตั๊กแตนบินชนกระจก ใบหน้าของเด็กสาวสะท้อนแสงโค้ดสีเขียวที่ไหลบ่าลงมาเป็นสายน้ำ เธอกำลังพยายามแฮ็กไฟร์วอลล์เพื่อระบุพิกัดไอพีของเซิร์ฟเวอร์ปริศนา แต่เหงื่อที่ขมับของเธอบ่งบอกชัดเจนว่าระบบกำลังถูกตีโต้กลับอย่างรุนแรง “มันกำลังเล่นกับคลื่นสมองนาย กรณ์! ปิดตาสะ—”
คำพูดของมินขาดห้วงไป ไม่ใช่เพราะเธอหยุดพูด แต่เพราะเสียงรอบข้างของกรณ์ถูกตัดขาดราวกับมีใครดึงปลั๊กโลกความเป็นจริงออกไปดื้อๆ
ความเงียบงันระดับสุญญากาศเข้าแทนที่
กลิ่นไหม้ของซีพียูที่ร้อนจัดในห้องนอนแคบๆ ค่อยๆ จางหายไป... ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นที่กรณ์ไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
*กลิ่นไอดินชื้นแฉะ กลิ่นสาบโคลนเน่า และกลิ่นคาวสนิมของเลือด*
กรณ์กระพริบตาถี่ๆ แสงไฟนีออนสีขาวสลัวในห้องพักเริ่มกะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนสัญญาณชีพจรที่กำลังจะหยุดเต้น พื้นกระเบื้องยางสีเทาใต้ฝ่าเท้าของเขากลับกลายเป็นดินโคลนเหลวเหนียวหนืด ความเย็นเยียบแล่นปราดจากข้อเท้าขึ้นสู่กระดูกสันหลัง เขาพยายามขยับขา แต่ขากลับจมลงไปในดินเลนเกือบครึ่งหน้าแข้ง
“นี่มัน... อะไรกัน...” กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน เขาพยายามใช้ตรรกะทั้งหมดที่มีรวบรวมสติ “ภาพหลอน... แค่ภาพประสาทหลอนจากสารสื่อประสาท... มิน ฉัน...”
เมื่อกรณ์เงยหน้าขึ้นมองมินเพื่อขอความช่วยเหลือ ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึก
มินไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นอีกต่อไป
ตรงข้ามโต๊ะตัวเดิมที่ตอนนี้กลายเป็นตลิ่งริมบึงน้ำรกร้างในคืนฝนตกเมื่อสามปีก่อน คือร่างของเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมปลายเปียกโชก ชายเสื้อขาดวิ่นเปรอะเปื้อนคราบโคลนสีคล้ำ ใบหน้าของร่างนั้นก้มต่ำจนคางชิดอก ผมหน้าม้าเปียกลู่แนบใบหน้าซีดเผือด
*‘เต้’*
เพื่อนสนิทที่เขาปล่อยให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึงในคืนนั้น คืนที่เขาเลือกที่จะวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด
“เต้...” มือของกรณ์สั่นเทาจนแทบทำโทรศัพท์หลุดมือ “นาย... นายตายไปแล้ว ฉันไปงานศพนายเองกับมือ...”
ร่างนั้นไม่ตอบ แต่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ข้อต่อกระดูกคอดัง *กร๊อบ... กร๊อบ...* ราวกับกิ่งไม้แห้งหัก ดวงตาของเต้ไม่มีลูกตาดำ มีเพียงเบ้าตากลวงโบ๋ที่มีน้ำโคลนสีดำไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย ริมฝีปากที่ซีดเซียวจนเขียวคล้ำค่อยๆ แสยะยิ้มกว้าง กว้างจนเกินกว่าที่กล้ามเนื้อมนุษย์จะทำได้ มุมปากฉีกขาดจนเห็นเนื้อสีแดงสดด้านใน
*“แล้วทำไมถึงทิ้งกูไว้ตรงนี้ล่ะ กรณ์?”*
เสียงนั้นไม่ได้มาจากร่างตรงหน้า แต่มันดังขึ้นจากโทรศัพท์ในมือ!
กรณ์ก้มลงมองหน้าจอด้วยความหวาดผวา หน้าต่างแชทไม่ได้แสดงข้อความตัวอักษรอีกต่อไป แต่มันเปิดกล้องหน้าขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ
ทว่า... ภาพที่สะท้อนอยู่ในจอกล้องหน้า ไม่ใช่กรณ์ในปัจจุบันที่สวมเสื้อยืดสีเทาเก่าๆ
ภาพในจอคือ ‘กรณ์เมื่อสามปีก่อน’ สวมชุดนักเรียนมัธยมเปียกปอน กำลังยืนหอบหายใจอยู่ข้างหลังร่างของเต้ ดวงตาของกรณ์ในจอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มือทั้งสองข้างของเขาเปื้อนโคลนและกำลังสั่นเทา
“ไม่... ไม่จริง” กรณ์ส่ายหน้า พยายามถอยหลัง แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับผนังห้องปูนเปลือยที่เย็นเฉียบ
เขากำลังอยู่ที่ไหนกันแน่? ในห้องนอนกับมิน หรือที่ริมบึงมรณะในอดีต?
สายตาของเขาสับสนจนแทบคลั่ง เมื่อมองไปทางซ้าย เขาเห็นกองสายไฟ เราเตอร์ที่ไฟกะพริบระรัว และแก้วกาแฟกระดาษของมินที่ยังอุ่นอยู่ แต่เมื่อมองไปทางขวา เขากลับเห็นกอหญ้ารกชัฏ ผิวน้ำสีดำสนิทที่สะท้อนแสงจันทร์ครึ่งดวง และกิ่งวิลโลว์ที่ลู่ลมอย่างบ้าคลั่ง
มิติทั้งสองกำลังเหลื่อมล้ำ บิดเบี้ยว และบดขยี้ประสาทการรับรู้ของเขาจนแทบแยกไม่ออก
“กรณ์! ตั้งสติสิวะ!”
จู่ๆ มือกึ่งอุ่นกึ่งเย็นข้างหนึ่งก็คว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนของกรณ์อย่างแรง เขาสะดุ้งสุดตัว เงื้อมือจะฟาดออกไปด้วยสัญชาตญาณป้องกันตัว แต่ภาพเบื้องหน้าสว่างวาบขึ้นชั่วขณะ มินกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขา ใบหน้าของเธอซีดเผือด แววตาตื่นตระหนก เล็บของเธอจิกแน่นเข้าไปในเนื้อแขนของเขาเพื่อดึงสติ
“มิน... เธอเห็นมันไหม? โคลน... น้ำในบึง...” กรณ์ละล่ำละลัก เสียงของเขาแหบแห้งราวกับคนขาดน้ำมาหลายวัน
“ไม่มีโคลนบ้าบออะไรทั้งนั้น!” มินตะโกนแข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัยจากโน้ตบุ๊ก “เซิร์ฟเวอร์ของมันกำลังส่งคลื่นความถี่อินฟราซาวด์ผ่านลำโพงโทรศัพท์นาย มันกระตุ้นสมองส่วนอะมิกดาลาโดยตรง สร้างภาพหลอนจากความทรงจำที่แย่ที่สุดของนายขึ้นมา! นายต้องตัดการเชื่อมต่อเดี๋ยวนี้ ขว้างมือถือทิ้งไป!”
“ทิ้งไม่ได้...” กรณ์กัดฟันแน่น ชี้มือที่สั่นระริกไปที่หน้าจอ “ถ้าตัดการเชื่อมต่อ... กฎของห้องแชทบอกไว้ชัดเจน คนที่ล็อกอินอยู่คนต่อไปจะตายทันที และคนต่อไปในคิวคือเธอ มิน!”
บนหน้าจอ เวลานับถอยหลังเหลือเพียง **[00:00:03]**
กรณ์กลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ ความเจ็บปวดที่แขนจากแรงจิกของมินเป็นสิ่งเดียวที่ยึดโยงเขาไว้กับโลกความจริง เขาสูดหายใจลึก พยายามเพิกเฉยต่อกลิ่นโคลนสาบสางที่ยังคงอบอวลอยู่ในโพรงจมูก นิ้วโป้งของเขากดลงบนแป้นพิมพ์ พิมพ์ข้อความตอบกลับตามที่สัญชาตญาณและการสังเกตบอกเขา
*‘ฉันไม่ได้วิ่งหนีเพราะทิ้งนาย... แต่ฉันวิ่งไปตามคนมาช่วยต่างหาก เต้’*
เขากดส่งในวินาทีสุดท้ายพอดี
**[00:00:00]**
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ราวกับคลื่นยักษ์ที่เพิ่งซัดผ่านไปแล้วทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพัง เสียงพัดลมระบายความร้อนของโน้ตบุ๊กกลับมาดังหึ่งๆ กลิ่นไหม้ของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์กลับมาแทนที่กลิ่นโคลน พื้นห้องกลับมาเป็นกระเบื้องยางสีเทาที่แห้งสนิท
มินทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ยกมือขึ้นลูบหน้าอย่างหมดแรง “พระเจ้า... เกือบไปแล้ว มันยอมรับคำตอบนาย ระบบหยุดนับถอยหลังแล้ว”
กรณ์ปล่อยมือถือลงบนโต๊ะ เขาทรุดลงพิงพนักเก้าอี้ เหงื่อท่วมตัวราวกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ ร่างกายหมดเรี่ยวแรงจนแทบขยับนิ้วไม่ได้ แต่สมองของเขายังคงทำงานหนักอย่างบ้าคลั่ง
*มันไม่ใช่แค่คลื่นเสียง...* กรณ์คิดในใจอย่างหวาดระแวง *ตอนที่เขาเหยียบลงไปในโคลน สัมผัสมันจริงเกินไป ความเย็นของน้ำ ความหนืดของดินเลน... วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ทั้งหมด*
“มิน...” กรณ์เอ่ยขึ้นเบาๆ “นายตามไอพีมันทันไหม ก่อนที่สัญญาณจะตัดไป?”
มินไม่ตอบ เธอหันหน้าจอโน้ตบุ๊กมาทางกรณ์อย่างช้าๆ แววตาของเธอที่เคยมั่นใจในเทคโนโลยี บัดนี้กลับว่างเปล่าและสั่นระริกด้วยความกลัวที่แท้จริง
“ไอพีแอดเดรสที่ส่งข้อความมา... มันไม่ได้มาจากที่ไหนไกลเลยกรณ์” มินกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ
“มันมาจากไหน?”
“มันถูกส่งมาจากแมคแอดเดรสของเครื่องนี้...” มินชี้ไปที่โทรศัพท์ของกรณ์ “แต่ไม่ใช่ส่งจากปัจจุบัน... ข้อมูลแพ็กเก็ตระบุไทม์สแตมป์ว่าส่งมาจากวันที่ 14 ตุลาคม เมื่อสามปีที่แล้ว... คืนที่เต้จมน้ำ”
ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังของกรณ์อีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ประมวลผลความสยองขวัญนั้น หน้าจอมือถือที่ดับไปแล้วก็สว่างวาบขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยตัวเอง
กล้องหน้าเปิดขึ้นมาอีกหน เผยให้เห็นภาพมุมกว้างของห้องนอนที่ทั้งสองคนนั่งอยู่
แต่ในภาพบนหน้าจอ... มินไม่ได้นั่งอยู่คนเดียวตรงข้ามเขา
ในมุมมืดด้านหลังเก้าอี้ของมิน มีร่างของเด็กหนุ่มเปียกโชกกำลังยืนชะโงกหน้าข้ามไหล่ของเธอมา ชายหนุ่มคนนั้นไม่ใช่เต้...
แต่เป็นตัว ‘กรณ์’ เองในชุดนักเรียนเมื่อสามปีก่อน ที่กำลังจ้องเขม็งมายังกรณ์ในปัจจุบัน พร้อมกับยกนิ้วชี้เปื้อนโคลนขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ — แมวดำใต้แสงจันทร์
ห้องแชทมรณะ 00:00 น.•ตอนที่ 34
ภาพหลอนซ้อนมิติ
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องแชทมรณะ 00:00 น. นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!