สถาปนิกเงาปะทะทายาทอสังหาฯ หมื่นล้าน•ตอนที่ 5

คำปฏิเสธที่มีนัยยะ

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงกระแทกของแก้ววิสกี้ไร้ก้านที่วางลงบนโต๊ะไม้โอ๊กหนาหนัก ไม่ได้สร้างความสะเทือนใจให้แก่รวินท์เท่ากับตัวเลขเจ็ดหลักบนกระดาษแผ่นบางที่ถูกเลื่อนข้ามผ่านมา มันไม่ใช่เช็คเงินสด แต่มันคือใบเสนอราคาค่าจ้างออกแบบ "พื้นที่สีเขียว" หน้าโครงการคอนโดมิเนียมหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี มูลค่าหมื่นล้านที่ศิลากุมบังเหียนอยู่ พื้นที่ที่เคยเป็นตลาดชุมชนเก่าแก่—ที่ซึ่งรวินท์เคยวิ่งเล่นเก็บลูกมะม่วงในวัยเด็ก บัดนี้ถูกตีราคาเป็นเพียงส่วนประดับกระจายความไฮโซเพื่ออัพราคาขายตารางเมตรละสามแสนบาท "ผมคิดว่าตัวเลขนี้ น่าจะเพียงพอที่จะทำให้คุณหยุดใช้คำว่า 'จิตวิญญาณแห่งชุมชน' มาเป็นข้ออ้างในการถ่วงเวลาโครงการของผมได้เสียทีนะครับ คุณรวินท์" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้รอยยิ้ม ดวงตาภายใต้กรอบแว่นโลหะราคาแพงจ้องมองสถาปนิกหนุ่มตรงหน้าอย่างประเมินค่า ศิลาเชื่อมาตลอดว่าทุกสิ่งในโลกนี้มีราคาที่ต้องจ่าย และรวินท์ก็คงไม่ต่างจากคนอื่นๆ ที่ยอมก้มหัวให้ทุนนิยมเมื่อตัวเลขมันเย้ายวนพอ รวินท์ไม่ได้แตะต้องกระดาษแผ่นนั้น ปลายนิ้วเรียวยาวของเขากำลังหมุนแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบมองทะลุกระจกใสของห้องทำงานเพנט์เฮาส์หรู มองเห็นตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ ที่แผ่ขยายราวกับอสุรกายเหล็กกล้าที่กำลังกลืนกินเมืองนี้ทีละน้อย "คุณศิลากำลังเข้าใจอะไรผิดไปถนัดเลยนะครับ" รวินท์เงยหน้าขึ้น สบตากับผู้บริหารหนุ่มโดยไม่หลบเลี่ยง มุมปากของสถาปนิกหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่หาดูได้ยาก "คุณคิดว่าสถาปัตยกรรมคือการเอาเงินฟาดหัวใครก็ได้ เพื่อให้เขาสร้างฉากหน้าที่สวยงามไว้กลบเกลื่อนรอยเลือดบนซากปรักหักพังอย่างนั้นหรือครับ" อุณหภูมิในห้องดูเหมือนจะลดฮวบลงทันที ศิลาขยับตัวเล็กน้อย ความไม่พอใจฉายชัดขึ้นในแววตาเย็นชา คิ้วคมเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "อย่ามาดัดจริตพูดเรื่องคุณธรรมกับผมเลยครับ คุณรวินท์ โลกนี้มันขับเคลื่อนด้วยกำไรและความเจริญ ไม่ใช่ความทรงจำวัยเด็กที่กินไม่ได้ ถ้าคุณไม่ทำ คนอื่นต่อแถวรอเสียบแทนคุณอีกเป็นหางว่าว" ศิลาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ พยายามรักษาท่าทีเย่อหยิ่งของนักบริหารมืออาชีพไว้ รวินท์พนักหน้ารับช้าๆ ราวกับเห็นอกเห็นใจเด็กน้อยที่กำลังถือของเล่นราคาแพง เขาวางแก้วกาแฟลงอย่างนุ่มนวล แต่เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับก้องกังวานในความเงียบ "นั่นสินะครับ... คนอย่างคุณคงไม่เข้าใจหรอกว่า กลิ่นอายของชุมชนที่ถูกทำลาย มันล้างไม่อציกด้วยเงินหมื่นล้านหรือแสนล้านหรอกครับ" รวินท์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคมกริบจดจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "ข้อเสนอของคุณมันสูงค่ามากจริงๆ ครับ น่าเสียดายที่ผมมี 'ราคา' ที่แพงกว่านั้น... นั่นคือศักดิ์ศรีที่ผมเก็บรักษาไว้ให้คนในชุมชนที่ถูกพวกคุณเหยียบย่ำ" รวินท์หยิบกระดาษใบเสนอราคาแผ่นนั้นขึ้นมา ช้าๆ บรรจงพับมันครึ่งหนึ่ง... แล้วพับอีกครั้ง ก่อนจะวางมันลงบนกองขี้เถ้าในที่เขี่ยบุหรี่กระจกใสที่ศิลาเพิ่งวางลงไป "เก็บเงินของคุณไว้จ้างคนอื่นเถอะครับ เพราะแบบแปลนเดียวที่คุณจะได้จากผม คือแบบที่จะฟ้องร้องเอาผิดพวกคุณข้อหาฮุบที่ดินสาธารณะโดยมิชอบ... ลากورครับ" รวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทเข้ารูปให้เรียบร้อยด้วยท่าทางสง่างาม ไม่เหลือบแลเจ้าของโครงการหมื่นล้านที่กำลังนั่งตัวแข็งค้างด้วยความโกรธกรุ่นที่ถูกหักหน้าอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เสียงประตูกระจกเลื่อนปิดลงเบาๆ ทิ้งให้ศิลานั่งอยู่ลำพังกับกองกระดาษที่เริ่มมีควันสีเทาลอยกรุ่นขึ้นมา ความเงียบงันกลับเข้าปกคลุมห้องทำงานหรูอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาในอกของนักบริหารผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ ศิลากัดกรามแน่น มือหนากำหมัดเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปーン เขากำลังจะกดอินเตอร์คอมเรียกบอดี้การ์ดให้มาจัดการสถาปนิกปากกล้าคนนั้น ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่รวินท์จงใจวางทิ้งไว้ลึกลงไปใต้กองหนังสือบนโต๊ะกาแฟ เอกสารที่จ่าหน้าซองด้วยลายมือหวัดๆ ว่า... *"โฉนดฉบับจริง: แปลงที่ดินพิพาท ปี 2542"* ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดอันเข้มข้นนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาปะทะทายาทอสังหาฯ หมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%