"ใต้เท้าไป๋... และคุณหนูฉี ทางเราได้รับรายงานว่ามีเอกสารสำคัญสูญหาย... และเกรงว่าพวกท่านกำลังครอบครองหลักฐานที่ขัดต่อความมั่นคงของตึกสำนักงานชั้นลบแห่งนี้ครับ"
เสียงทุ้มต่ำของหัวหน้าคณะผู้ตรวจสอบจากส่วนกลางยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทว่าบรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ ณ ชั้นใต้ดินลึกสุดยอดของตึกสำนักงานแห่งนี้ กลับไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ นอกจากเสียงรินชาจีนสีอำพันลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบลาดลายครามอย่างเชื่องช้าและมั่นคง
ฉีหลินยืนตัวตรงอยู่ในชุดสูทสากลสีดำสนิท ทว่าการตัดเย็บกลับแฝงกลิ่นอายของฉลองพระองค์ขุนนางสมัยโบราณด้วยคอปกตั้งและกระดุมจีนถักมือ ปลายแขนเสื้อกราบซ้ายทิ้งตัวลงอย่างเป็นระเบียบตามธรรมเนียมที่มารดาอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เยาว์วัย เขา দাঁড়อยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้มะฮอกกานีตัวยาว โดยมีร่างสูงสง่าของไป๋จิน ผู้อำนวยการผู้กุมชะตากรรมของตึกสำนักงานชั้นลบประทับนั่งอยู่เบื้องหน้า
ไป๋จินมิได้ชายตามองเอกสารร้องเรียนที่วางอยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวดั่งหยกสลักของเขากำลังหมุนถ้วยชาอุ่นๆ เล่นอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบคู่นั้นดุจดั่งหินผาใต้ท้องสมุทรลึก ที่ไม่ว่ากระแสคลื่นลมการเมืองภายในตึกสำนักงานจะโหมกระหน่ำรุนแรงเพียงใด ก็ไม่อาจสั่นคลอนความเยือกเย็นภายใต้กรอบระเบียบอันแน่นหนานี้ได้
"ความมั่นคงหรือ..." ไป๋จินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้ระลอกคลื่น ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้ผู้ตรวจบัญชาการจากส่วนกลางถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ "ท่านกำลังกล่าวถึงบัญชีงบดุลของวิญญาณที่สูญหาย หรือกำลังพูดถึงอำนาจที่พวกท่านพยายามจะแทรกแซงเข้ามาในเขตกองบัญชาการของผมกันแน่ครับ ฝ่ายตรวจสอบ"
"เรียนท่านผู้อำนวยการ... ทางเราเพียงแต่ทำตามกฎระเบียบข้อที่เจ็ดร้อยสี่สิบสองแห่งสภาบริหารวิญญาณ..."
"กฎระเบียบรึ?" ไป๋จินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง แต่กลับงดงามประณีตดั่งก,วีบทโศก "น่าเสียดายที่ในอาณาจักรใต้พื้นดินแห่งนี้ กฎหมายสูงสุดไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยหมึกบนกระดาษของพวกท่าน หากแต่ถูกจารึกด้วยสถิติความตายร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ผมเป็นผู้เซ็นอนุมัติ... ฉีหลิน อธิบายให้แขกของเราฟังทีสิว่า เอกสารที่พวกเขากำลังตามหานั้น อยู่ในหมวดหมู่ความรับผิดชอบใด"
ฉีหลินสูดลมหายใจเข้าลึก 1 ครั้งเพื่อตั้งสติ ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วผิวหนังราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง แต่นัยน์ตาคู่คมกลับฉายแววเฉียบแหลมดั่งเช่นบุตรชายขุนนางตกยากผู้ไม่เคยยอมสยบให้ความอยุติธรรม เขาก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว โค้งศีรษะลงเล็กน้อยตามธรรมเนียมปฏิบัติอย่างงดงามไร้ที่ติ
"เรียนท่านผู้ตรวจการ" ฉีหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ชัดถ้อยชัดคำ "เอกสารที่ท่านกล่าวถึง... บัญชีรายชื่อวิญญาณตกค้างล็อตที่สามร้อยสิบสอง แท้จริงแล้วไม่ได้สูญหายไปไหนครับ หากแต่ถูกจัดเก็บไว้อย่างถูกต้องตามหมวดหมู่บัญชีมรดกเลือด ซึ่งตามพระราชกำหนดแห่งวังหลังและกฎหมายควบคุมตึกสำนักงานชั้นลบ ข้อที่เก้าสิบแปดระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีความที่ยังไม่ปิดบัญชีของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ จะต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้ตรวจบัญชีมือหนึ่งและผู้อำนวยการฝ่ายโดยตรงเท่านั้น... การที่พวกท่านนำกำลังพลมาบุกรุกห้องประชุมใหญ่ในยามวิกาลเช่นนี้ เกรงว่าจะขัดต่อกฎระเบียบข้อบังคับ และอาจเข้าข่ายการละเมิดอำนาจบริหารส่วนท้องถิ่นนะครับ"
บรรยากาศในห้องประชุมพลันเงียบงันลงชั่วขณะ คณะผู้ตรวจสอบจากส่วนกลางถึงกับหน้าถอดสีเมื่อถูกตอกกลับด้วยข้อกฎหมายที่แน่นหนาและไร้ช่องโหว่ แม่นางฝู วิญญาณอาวุโสผู้ทำหน้าที่ดูแลหอเอกสารชั้น 13 ซึ่งยืนหลบมุมอยู่หลังเสาหินอ่อน แอบยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างพึงพอใจกับคารมคมคายของเด็กหนุ่มที่นางเฝ้าฟูมฟักมากับมือ
"ช่างฝีปากกล้าเสียจริงนะคุณหนูฉี..." หัวหน้าคณะผู้ตรวจสอบกัดฟันกรอด สายตาคมกราบมองฉีหลินด้วยความเคียดแค้น "แต่เกรงว่าต่อให้เจ้าจะมีข้ออ้างทางกฎหมายมากเพียงใด หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่พวกเจ้าซุกซ่อนไว้... อาจจะไม่สามารถอธิบายได้ด้วยตัวเลขบนกระดาษหรอกนะ!"
สิ้นคำพูดนั้น ประตูบานคู่ไม้สักทองแกะสลักลวดลายโบราณของห้องประชุมใหญ่ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กรูเข้ามาล้อมรอบโต๊ะประชุมไว้ทั้งหมด พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีเทาเข้มที่ก้าวผ่านเงาสลัวเข้ามา
ไป๋จินหรี่ตาลงเล็กน้อย วางถ้วยชาในมือลงบนจานรองเสียงกระทบกันดัง *กริ๊ง* เบาๆ แต่กลับทรงพลังดั่งเสียงระฆังเตือนภัยในยศฐาบรรดาศักดิ์ ฉีหลินขยับตัวเข้ามาขวางหน้าผู้อำนวยการตามสัญชาตญาณการปกป้อง แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น แต่แววตากลับไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย
ร่างในชุดคลุมสีเทาก้าวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าแสงไฟสลัวจากโคมระย้าคริสตัล เขาค่อยๆ เปิดฮู้ดคลุมศีรษะออกเผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่มีรอยแผลเป็นลึก และรอยยิ้มเยียบเย็นที่ฉีหลินไม่มีวันลืมตลอดชีวิต
"ไม่พบกันนานนะ... ท่านผู้ตรวจบัญชีตัวน้อย ลูกชายของไอ้สารเลวที่เผาทำลายสำนักงานใหญ่เมื่อสิบปีก่อน" บุคคลปริศนากล่าวด้วยเสียงแหบพร่า
ฉีหลินชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อดั่งถูกสาปให้กลายเป็นหินในชั่วพริบตา
ทว่าก่อนที่ฉีหลินจะได้เอ่ยคำใด มือหนาอันอบอุ่นและมั่นคงราวกับหน้าผาหินของไป๋จินก็เอื้อมมาแตะที่หัวไหล่ของเขาเบาๆ เป็นการส่งผ่านความอบอุ่นและปกป้องอย่างเงียบเชียวยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
ไป๋จินเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนที่เขาจะหยิบถ้วยชาถ้วยใหม่ขึ้นมาจิบช้าๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด
"ยินดีต้อนรับสู่ชั้นลบครับ... แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
ผู้ตรวจบัญชีวิญญาณกับสถิติความตายร้อยเปอร์เซ็นต์•ตอนที่ 3
เงาพาดผ่านห้องประชุมใหญ่
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้ตรวจบัญชีวิญญาณกับสถิติความตายร้อยเปอร์เซ็นต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!