สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย•ตอนที่ 13

โปรเจกต์เดือด

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถ้ารอยกรีดคัตเตอร์พลาดไปอีกมิลเดียว โมเดลตึกนี้ก็กลายเป็นแค่เศษโฟมไร้ค่า อย่าให้ฉันเห็นว่านายประมาทกับรายละเอียดเล็กๆ พวกนี้อีกนะรันธกร!” เสียงทุ้มเข้มของอาจารย์ประจำวิชาออกแบบสถาปัตยกรรมยังคงก้องอยู่ในหัวของรัน ราวกับเสียงเตือนภัยที่ดังไม่หยุดหย่อน ชายหนุ่มขยี้ผมจนยุ่งเหยิง ดวงตาคมกริบที่มักจะมีแววขี้เล่นจางหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าและหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการทำงานละเอียดอ่อนมาตลอดสิบสิบสองชั่วโมงกำลังสั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่เขากำลังวางแผ่นผนังอาคารลงบนฐานโมเดล ห้องสตูดิโอคณะสถาปัตย์ในยามวิกาลเงียบสงัดจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเอง กลิ่นฉุนของกาวร้อนและเศษพลาสติกโมเดลตลบอบอวลไปทั่วบรรยากาศ รันจ้องมองชิ้นงานตรงหน้าด้วยความกดดัน เขาต้องส่งโปรเจกต์นี้ในเช้าวันพรุ่งนี้ หากพลาดเพียงนิดเดียว ความทุ่มเทตลอดทั้งเดือนก็พังทลาย *ครืด...* เสียงเลื่อนเก้าอี้ไม้ข้างตัวทำให้รันชะงัก เขาไม่ได้เงยหน้ามอง เพราะคิดว่าเป็นไอ้เต้ที่คงจะแวะมาดูลาดเลา หรือไม่ก็เพื่อนร่วมคณะที่ยังไม่ได้นอนเหมือนกัน “จะทำหน้าดุใส่โมเดลไปอีกนานแค่ไหนคะ? มันไม่ได้กลัวนายหรอกนะ” น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นคุ้นเคย ทำให้รันต้องชะงักค้าง มือที่กำลังถือคัตเตอร์วางลงทันที เขาหันขวับไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างตัว หมออิ่มในชุดเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ กับกางเกงยีนส์ตัวโปรด ใบหน้าหวานที่มักจะนิ่งเฉยตามฉบับคุณหมอหน้าตายยามนี้กลับดูอ่อนโยนอย่างประหลาด “หมอ... มาได้ไงครับ... เอ้ย มาได้ยังไงคะ?” รันถามเสียงแห้ง เขาเผลอหลุดปากใช้คำพูดผู้ชายไปนิด แต่รีบแก้ตัวให้ดูนุ่มนวลขึ้น “ก็เห็นว่าเงียบหายไปนาน คิดว่าคงจะลืมกินข้าวเย็นเหมือนเคย” อิ่มไม่ได้ตอบโต้เรื่องสรรพนาม แต่เธอกลับยื่นแก้วกาแฟเย็นที่หยดน้ำเกาะพราวมาให้ “นี่ค่ะ ดื่มซะหน่อย จะได้ตาสว่าง” รันรับแก้วกาแฟมาถือไว้ ความเย็นจากแก้วช่วยดึงสติเขาให้กลับมาอยู่กับร่องกับรอยมากขึ้น เขามองคนตัวเล็กที่นั่งเงียบๆ ข้างกาย เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่สายตาคู่นั้นกลับจ้องมองงานของเขาด้วยความสนใจอย่างจริงจัง เธอไม่ได้รบกวนการทำงานของเขาเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่คอยหยิบอุปกรณ์ที่วางระเกะระกะให้ หรือบางครั้งก็คอยประคองฐานโมเดลในจังหวะที่เขาต้องติดกาวส่วนที่ซับซ้อน บรรยากาศรอบข้างที่เคยบีบคั้น กลับกลายเป็นความอบอุ่นจนรันรู้สึกประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดว่าการทำงานหนักในสตูดิโอจะรู้สึกผ่อนคลายได้ขนาดนี้ เพียงเพราะมีใครบางคนมานั่งเฝ้าเงียบๆ โดยไม่ถามเซ้าซี้ถึงงาน แต่ยอมเสียสละเวลานอนมานั่งเป็นเพื่อนกัน “หมอไม่เหนื่อยเหรอคะ? พรุ่งนี้ต้องขึ้นเวรไม่ใช่เหรอ” รันเอ่ยถามเบาๆ พลางวางคัตเตอร์ลงแล้วเปลี่ยนมาใช้แหนบคีบต้นไม้จำลองชิ้นเล็กๆ วางลงบนสวนหย่อมหน้าอาคาร “เหนื่อยค่ะ...” อิ่มตอบสั้นๆ รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากทำให้หัวใจของรันเต้นแรงกว่าการส่งโปรเจกต์งานเสียอีก “แต่การได้เห็นคนข้างๆ ตั้งใจทำสิ่งที่เขารัก มันก็เป็นความเหนื่อยที่คุ้มค่าดีนะ” รันชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาสบกับดวงตาคู่สวยของอีกฝ่ายในความเงียบงัน ความหมายแฝงในประโยคนั้นทำให้เขารู้สึกถึงบางสิ่งที่มากกว่าเพื่อนร่วมงาน หรือคนรู้จัก อิ่มไม่ใช่คนหวานเลี่ยน แต่ทุกการกระทำของเธอคือความชัดเจนที่รันสัมผัสได้ดีที่สุด ในจังหวะนั้นเอง แสงไฟจากหน้าจอสมาร์ทโฟนของอิ่มที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างขึ้น มีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ รันบังเอิญเหลือบไปเห็นชื่อผู้ส่งที่ทำให้รอยยิ้มของเขาหายวับไปทันที *ข้อความจาก: ‘พี่ต้น’* *เนื้อหาข้อความ: “อิ่มครับ พรุ่งนี้พี่มีเรื่องสำคัญจะบอก... เรื่องที่อิ่มเคยถามพี่ไว้ พี่จัดการให้เรียบร้อยแล้วนะครับ”* รันนิ่งค้างไป แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นความสับสนและระแวงขึ้นมาทันที พี่ต้น... รุ่นพี่คณะวิศวะที่เคยมีประเด็นเรื่องจีบอิ่มอยู่พักใหญ่ แล้วเรื่อง ‘ความลับ’ ที่เพื่อนของเขาเคยเตือนไว้ในบทก่อนหน้านี้ล่ะ? ทำไมอิ่มถึงต้องถามเรื่องนี้กับผู้ชายคนนั้น และทำไมเรื่องนี้ถึงต้องเป็นความลับที่เขากำลังจะรู้ อิ่มรีบกดปิดหน้าจอสมาร์ทโฟนทันทีเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอหันมาสบตารัน ใบหน้าหวานที่เคยเรียบเฉยกลับดูตื่นตระหนกขึ้นเพียงแวบเดียว ก่อนจะปรับกลับมาเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เอ่อ... หมอต้องไปแล้วนะคะ พรุ่งนี้ต้องรีบตื่น” อิ่มพูดพลางลุกขึ้นยืนช้าๆ รันคว้าข้อมือของเธอไว้เบาๆ แววตาของเขามีความสั่นไหวและต้องการคำตอบ “หมอ... คนที่ชื่อพี่ต้นน่ะ เขาสำคัญกับหมอมากขนาดที่ต้องมีความลับต่อกันเลยเหรอคะ?” อิ่มชะงักกึก เธอไม่ได้หันกลับมามองหน้าเขา มือของเธอยังคงอยู่ในกำมือของรัน ร่างกายของเธอดูเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ดึงมือออกช้าๆ โดยไม่หันกลับมามอง “รัน... บางเรื่อง ถ้ารู้ตอนนี้ มันอาจจะทำให้คนอย่างนายไม่มีสมาธิทำงานนะคะ” เธอพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะเดินก้าวเท้าออกจากสตูดิโอไปอย่างรวดเร็ว รันยืนนิ่งอยู่กลางห้องสตูดิโอที่กว้างขวาง โมเดลตึกที่เขาทุ่มเทมาตลอดทั้งคืนดูไร้ความหมายไปในทันที เมื่อความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังใบหน้าเรียบเฉยนั้น กำลังจะกลายเป็นพายุที่โถมเข้าใส่ชีวิตของเขา ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้ด้วยดี... เขาตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเบอร์โทรหา ‘เต้’ ทันที “ไอ้เต้... มึงบอกกูมาให้หมด เรื่องพี่ต้นกับหมออิ่ม... พวกเขากำลังเล่นอะไรกันอยู่!” ขอบคุณที่เดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ เกียร์เปื้อนกาวใจจะรอพบทุกคนในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%