“ถ้ารอยกรีดคัตเตอร์พลาดไปอีกมิลเดียว โมเดลตึกนี้ก็กลายเป็นแค่เศษโฟมไร้ค่า อย่าให้ฉันเห็นว่านายประมาทกับรายละเอียดเล็กๆ พวกนี้อีกนะรันธกร!”
เสียงทุ้มเข้มของอาจารย์ประจำวิชาออกแบบสถาปัตยกรรมยังคงก้องอยู่ในหัวของรัน ราวกับเสียงเตือนภัยที่ดังไม่หยุดหย่อน ชายหนุ่มขยี้ผมจนยุ่งเหยิง ดวงตาคมกริบที่มักจะมีแววขี้เล่นจางหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าและหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการทำงานละเอียดอ่อนมาตลอดสิบสิบสองชั่วโมงกำลังสั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่เขากำลังวางแผ่นผนังอาคารลงบนฐานโมเดล
ห้องสตูดิโอคณะสถาปัตย์ในยามวิกาลเงียบสงัดจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเอง กลิ่นฉุนของกาวร้อนและเศษพลาสติกโมเดลตลบอบอวลไปทั่วบรรยากาศ รันจ้องมองชิ้นงานตรงหน้าด้วยความกดดัน เขาต้องส่งโปรเจกต์นี้ในเช้าวันพรุ่งนี้ หากพลาดเพียงนิดเดียว ความทุ่มเทตลอดทั้งเดือนก็พังทลาย
*ครืด...*
เสียงเลื่อนเก้าอี้ไม้ข้างตัวทำให้รันชะงัก เขาไม่ได้เงยหน้ามอง เพราะคิดว่าเป็นไอ้เต้ที่คงจะแวะมาดูลาดเลา หรือไม่ก็เพื่อนร่วมคณะที่ยังไม่ได้นอนเหมือนกัน
“จะทำหน้าดุใส่โมเดลไปอีกนานแค่ไหนคะ? มันไม่ได้กลัวนายหรอกนะ”
น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นคุ้นเคย ทำให้รันต้องชะงักค้าง มือที่กำลังถือคัตเตอร์วางลงทันที เขาหันขวับไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างตัว หมออิ่มในชุดเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ กับกางเกงยีนส์ตัวโปรด ใบหน้าหวานที่มักจะนิ่งเฉยตามฉบับคุณหมอหน้าตายยามนี้กลับดูอ่อนโยนอย่างประหลาด
“หมอ... มาได้ไงครับ... เอ้ย มาได้ยังไงคะ?” รันถามเสียงแห้ง เขาเผลอหลุดปากใช้คำพูดผู้ชายไปนิด แต่รีบแก้ตัวให้ดูนุ่มนวลขึ้น
“ก็เห็นว่าเงียบหายไปนาน คิดว่าคงจะลืมกินข้าวเย็นเหมือนเคย” อิ่มไม่ได้ตอบโต้เรื่องสรรพนาม แต่เธอกลับยื่นแก้วกาแฟเย็นที่หยดน้ำเกาะพราวมาให้ “นี่ค่ะ ดื่มซะหน่อย จะได้ตาสว่าง”
รันรับแก้วกาแฟมาถือไว้ ความเย็นจากแก้วช่วยดึงสติเขาให้กลับมาอยู่กับร่องกับรอยมากขึ้น เขามองคนตัวเล็กที่นั่งเงียบๆ ข้างกาย เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่สายตาคู่นั้นกลับจ้องมองงานของเขาด้วยความสนใจอย่างจริงจัง เธอไม่ได้รบกวนการทำงานของเขาเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่คอยหยิบอุปกรณ์ที่วางระเกะระกะให้ หรือบางครั้งก็คอยประคองฐานโมเดลในจังหวะที่เขาต้องติดกาวส่วนที่ซับซ้อน
บรรยากาศรอบข้างที่เคยบีบคั้น กลับกลายเป็นความอบอุ่นจนรันรู้สึกประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดว่าการทำงานหนักในสตูดิโอจะรู้สึกผ่อนคลายได้ขนาดนี้ เพียงเพราะมีใครบางคนมานั่งเฝ้าเงียบๆ โดยไม่ถามเซ้าซี้ถึงงาน แต่ยอมเสียสละเวลานอนมานั่งเป็นเพื่อนกัน
“หมอไม่เหนื่อยเหรอคะ? พรุ่งนี้ต้องขึ้นเวรไม่ใช่เหรอ” รันเอ่ยถามเบาๆ พลางวางคัตเตอร์ลงแล้วเปลี่ยนมาใช้แหนบคีบต้นไม้จำลองชิ้นเล็กๆ วางลงบนสวนหย่อมหน้าอาคาร
“เหนื่อยค่ะ...” อิ่มตอบสั้นๆ รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากทำให้หัวใจของรันเต้นแรงกว่าการส่งโปรเจกต์งานเสียอีก “แต่การได้เห็นคนข้างๆ ตั้งใจทำสิ่งที่เขารัก มันก็เป็นความเหนื่อยที่คุ้มค่าดีนะ”
รันชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาสบกับดวงตาคู่สวยของอีกฝ่ายในความเงียบงัน ความหมายแฝงในประโยคนั้นทำให้เขารู้สึกถึงบางสิ่งที่มากกว่าเพื่อนร่วมงาน หรือคนรู้จัก อิ่มไม่ใช่คนหวานเลี่ยน แต่ทุกการกระทำของเธอคือความชัดเจนที่รันสัมผัสได้ดีที่สุด
ในจังหวะนั้นเอง แสงไฟจากหน้าจอสมาร์ทโฟนของอิ่มที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างขึ้น มีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ รันบังเอิญเหลือบไปเห็นชื่อผู้ส่งที่ทำให้รอยยิ้มของเขาหายวับไปทันที
*ข้อความจาก: ‘พี่ต้น’*
*เนื้อหาข้อความ: “อิ่มครับ พรุ่งนี้พี่มีเรื่องสำคัญจะบอก... เรื่องที่อิ่มเคยถามพี่ไว้ พี่จัดการให้เรียบร้อยแล้วนะครับ”*
รันนิ่งค้างไป แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นความสับสนและระแวงขึ้นมาทันที พี่ต้น... รุ่นพี่คณะวิศวะที่เคยมีประเด็นเรื่องจีบอิ่มอยู่พักใหญ่ แล้วเรื่อง ‘ความลับ’ ที่เพื่อนของเขาเคยเตือนไว้ในบทก่อนหน้านี้ล่ะ? ทำไมอิ่มถึงต้องถามเรื่องนี้กับผู้ชายคนนั้น และทำไมเรื่องนี้ถึงต้องเป็นความลับที่เขากำลังจะรู้
อิ่มรีบกดปิดหน้าจอสมาร์ทโฟนทันทีเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอหันมาสบตารัน ใบหน้าหวานที่เคยเรียบเฉยกลับดูตื่นตระหนกขึ้นเพียงแวบเดียว ก่อนจะปรับกลับมาเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เอ่อ... หมอต้องไปแล้วนะคะ พรุ่งนี้ต้องรีบตื่น” อิ่มพูดพลางลุกขึ้นยืนช้าๆ
รันคว้าข้อมือของเธอไว้เบาๆ แววตาของเขามีความสั่นไหวและต้องการคำตอบ “หมอ... คนที่ชื่อพี่ต้นน่ะ เขาสำคัญกับหมอมากขนาดที่ต้องมีความลับต่อกันเลยเหรอคะ?”
อิ่มชะงักกึก เธอไม่ได้หันกลับมามองหน้าเขา มือของเธอยังคงอยู่ในกำมือของรัน ร่างกายของเธอดูเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ดึงมือออกช้าๆ โดยไม่หันกลับมามอง
“รัน... บางเรื่อง ถ้ารู้ตอนนี้ มันอาจจะทำให้คนอย่างนายไม่มีสมาธิทำงานนะคะ” เธอพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะเดินก้าวเท้าออกจากสตูดิโอไปอย่างรวดเร็ว
รันยืนนิ่งอยู่กลางห้องสตูดิโอที่กว้างขวาง โมเดลตึกที่เขาทุ่มเทมาตลอดทั้งคืนดูไร้ความหมายไปในทันที เมื่อความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังใบหน้าเรียบเฉยนั้น กำลังจะกลายเป็นพายุที่โถมเข้าใส่ชีวิตของเขา ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้ด้วยดี... เขาตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเบอร์โทรหา ‘เต้’ ทันที
“ไอ้เต้... มึงบอกกูมาให้หมด เรื่องพี่ต้นกับหมออิ่ม... พวกเขากำลังเล่นอะไรกันอยู่!”
ขอบคุณที่เดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ เกียร์เปื้อนกาวใจจะรอพบทุกคนในตอนถัดไปค่ะ!
สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย•ตอนที่ 13
โปรเจกต์เดือด
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!