"ถ้าคุณยังยืนกรานจะเอาโต๊ะตัวนี้ เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามคงต้องต้อนรับคนหน้าด้านที่ไม่มีมารยาททางสังคมเป็นพิเศษแล้วล่ะค่ะ"
น้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับหิมะโปรยปรายในฤดูหนาวดังขึ้น ท่าوَะความเงียบสงบของห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์เงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ อิมิสรา หรือที่เพื่อนๆ เรียกติดปากว่าหมออิ่ม นักศึกษาแพทย์ปี 5 ผู้ขึ้นชื่อเรื่องใบหน้าไร้ระลอกคลื่นและโลกส่วนตัวสูงลิ่ว กำลังยืนจ้องหน้าผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งด้วยแววตาที่เยียบเย็นเสียยิ่งกว่าสเตนเลสผ่าตัด
รัน หรือ รันธกร นักศึกษาปี 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เจ้าของร่างสูงโปร่งในเสื้อช็อปสีเลือดหมูที่มีคราบกาวตราช้างและรอยเปื้อนดินสอ 2B เลอะอยู่ตรงกระเป๋าเสื้อ ชะوักมือที่กำลังกางแปลนโมเดลสเกล 1:100 ลงบนโต๊ะอ่านหนังสือตัวริมหน้าต่าง เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของเสียงหวานแต่บาดลึกนั้นอย่างไม่เกรงกลัว
แทนที่จะถอย รันกลับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มกวนประสาทที่ทำเอาคนมองอยากจะคว้าตำรากายวิภาคศาสตร์เล่มหนาฟาดหน้าสักทีสองที
"อ้าว นึกว่าโต๊ะตัวนี้สลักชื่อคุณไว้ซะอีกนะคะ คุณหมอหน้าตาย" รันลากเสียงยาวอย่างจงใจกวนอารมณ์ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างไร้มารยาทในสายตาของเธอ พร้อมกับวางกระบอกใส่แบบแปลนกระแทកโต๊ะดัง *ตุ้บ* "พอดีว่าพื้นที่ตรงนี้มันมีปลั๊กไฟที่กระแสไฟเสถียรที่สุดในตึกนี้ และบังเอิญว่างานสถาปัตย์ของฉันมันกำลังจะตายคาจอแล็ปท็อปถ้าแบตหมด... เพราะฉะนั้น คนหน้าด้านคนนี้คงต้องขออนุญาตใช้พื้นที่ร่วมกับคุณแล้วล่ะค่ะ"
หมออิ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เดือดดาลที่กำลังตีรวนขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนใจร้อน แต่วันนี้เป็นวันที่เธอต้องท่องจำชีวเคมีของระบบประสาทส่วนกลางเพื่อสอบย่อยในเช้าวันพรุ่งนี้ ความกดดันมหาศาลทำให้เธอต้องการความสงบขั้นสุด ไม่ใช่ผู้ชายแต่งตัวมอมแมม กลิ่นสีสเปรย์คละคลุ้งแถมยังปากดีคนนี้มานั่งกวนใจ
"ถอยไปค่ะ ฉันไม่ได้ล้อเล่น" อิมิสรากดเสียงต่ำ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความหงุดหงิดอย่างชัดเจน เธอยกมือขึ้นกอดอก ปลายเล็บเรียวสวยจิกเข้าที่แขนเสื้อกราวน์สีขาวของตัวเอง "ห้องสมุดนี้มีที่นั่งเป็นร้อย ทำไมคุณถึงต้องมาแย่งโต๊ะตัวที่ฉันวางกระเป๋าจองไว้ด้วยคะ?"
"วางกระเป๋า?" รันเลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง แกล้งกวาดสายตามองไปรอบๆ โต๊ะโล่งๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ "อ๋อ... กระเป๋าผ้าแคนพาสใบยับๆ ที่คุณเอาไปวางพาดไว้บนเก้าอี้อีกตัวน่ะเหรอคะ? ขอโทษทีนะ พอดีสายตาสถาปนิกมองเห็นแต่โครงสร้างหลัก ไม่ทันได้สังเกตขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยหรอกค่ะ"
คำว่า 'ขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อย' ทำให้คิ้วเรียวของหมออิ่มกระตุกวูบ ร่างบางก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กและกระดาษตำราเรียนปะทะเข้ากับจมูกของรันที่เงยหน้ารับพายุอารมณ์จากเธอพอดี ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบจะแนบชิด ลมหายใจอุ่นๆ ของคนตัวเล็กกว่าทำให้รันชะงักไปชั่ววินาที ดวงตากลมโตที่จ้องมองมานั้นไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่เขาแซว แต่มันกำลังลุกโชนไปด้วยไฟโทสะที่สวยงามหยดย้อยจนหัวใจไอ้เสือสถาปัตย์เกิดอาการกระตุกแปลกๆ
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงอะไร โกรธแล้วน่ามองเป็นบ้า
"ถ้าคุณยังไม่ไสหัวไป ฉันจะเรียกบรรณารักษ์มาเชิญคุณออกไปในข้อหาก่อความรำคาญและคุกคามพื้นที่ส่วนบุคคล" อิมิสราขู่ด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้แข็งกร้าวที่สุด แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวด้วยความโมโหจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม
รันไม่ได้กลัวคำขู่สักนิด เขายันข้อศอกทั้งสองข้างลงกับโต๊ะ ประสานมือรองรับคางตัวเองไว้แล้วเงยหน้ามองหญิงสาวด้วยแววตาพราวระยับ แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และประกายบางอย่างที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้ลึกจนเกินกว่าจะคาดเดา
"เรียกเลยค่ะ เชิญตามสบาย" รันเอ่ยด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ ปากหนายังคงหยักยิ้มยั่วโมโห "แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าบรรณารักษ์มาแล้วเห็นคุณยืนทำหน้ายักษ์ใส่ฉันแบบนี้ เขากinอาจจะคิดว่าคุณกำลังสารภาพรักเด็กสถาปัตย์ปีสามคนนี้อยู่ก็ได้นะคะ... หน้าแดงใหญ่แล้วนะนั่น"
"ใครหน้าแดงไม่ทราบคะ!" อิมิสราเผลอยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอไม่ได้หน้าแดงเพราะเขินสักหน่อย แต่มันแดงเพราะความโกรธล้วนๆ! "คุณนี่มัน... พูดไม่รู้เรื่อง!"
"ก็บอกแล้วไงคะว่าคุยกันดีๆ ได้" รันเปลี่ยนท่าทาง เขาเอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาที่วางอยู่บนกองหนังสือแพทย์ของเธอขึ้นมาพลิกดูหน้าปกผ่านๆ อย่างถือวิสาสะ "ชีวเคมีขั้นสูง? โอ้โห... สมแล้วที่เป็นหมอ สมองคงมีแต่สารเคมีเต็มไปหมด ถึงได้แข็งกระด้างไร้ความยืดหยุ่นเหมือนคอนกรีตบล็อกแบบนี้"
"เอาคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" อิมิสราพยายามจะแย่งสมุดคืน แต่รันกลับชูมันขึ้นสูงเหนือหัว ด้วยความที่ส่วนสูงของเธอน้อยกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงหัวไหล่ ทำให้เธอทำได้แค่เอื้อมมือคว้าอากาศ ปลายจมูกรั้นเฉียดผ่านแผงอกกว้างของชายหนุ่มไปอย่างหวุดหวิด กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมกลิ่นกาแฟดำและสีอะคริลิกจางๆ ลอยเข้าจมูกจนเธอต้องผะแผ่วลมหายใจ
รันก้มมองหญิงสาวที่กำลังพยายามกระโดดคว้าสมุดในมือเขา รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา ชั่วขณะหนึ่ง แววตาคมกริบของพ่อหนุ่มวิศวกรสถาปัตย์ทอดมองความดื้อรั้นตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่อนละมุนขึ้นอย่างประหลาด ความนุ่มนวลที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทางกวนบาทaเริ่มแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไป
"เตี้ยจังเลยนะคะ" รันเอ่ยแซويเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มนุ่มชวนฝันอย่างกะทันหัน จนคนฟังถึงกับชะงักงัน "เวลาโมโหแล้วน่ารักเป็นบ้าเลยรู้ตัวไหม?"
อิมิสราเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ เธอนิ่งค้างไปในอ้อมแขนกึ่งๆ โอบล้อมของเขาโดยไม่รู้ตัว หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่ ตอนนี้กลับเปลี่ยนจังหวะการเต้นไปเป็นความปั่นป่วนชวนวิงเวียน ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ชั่วขณะหนึ่ง
*กริ๊ง...*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของอิมิสลาดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ นั้นลงอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอดึงสติกลับมาได้ รีบผลักอกแกร่งของรันออกห่างทันที ใบหน้างอง้ำพยายามซ่อนความประหม่าไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชาตามเดิม มือเรียวรีบควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของเพื่อนสนิทอย่าง 'หมวดมีน' โชว์หราอยู่
อิมิสรากดรับสายโดยไม่ละสายตาจากคนกวนประสาทตรงหน้า "ว่าไงมีน... มีอะไร?"
เสียงปลายสายกรอกกลับมาด้วยความร้อนรนจนคนที่อยู่ใกล้เคียงยังพลอยได้ยินไปด้วย "แกอยู่ไหนเนี่ย! รีบลงมาที่ห้องฉุกเฉินด่วนเลยนะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... อาจารย์หมอให้ตามตัวแพทย์เวรด่วน มีเคสอุบัติเหตุหมู่จากไซต์งานก่อสร้างตึกคณะสถาปัตย์ที่เพิ่งถล่มเมื่อกี้ ส่งตัวคนเจ็บมาที่นี่สิบกว่าคน!"
หัวใจของหมออิ่มกระตุกวูบ ทันทีที่คำว่า 'ไซต์งานก่อสร้างตึกคณะสถาปัตย์' หลุดออกมาจากปากเพื่อนสนิท เธอก็ชะงักค้างไป หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้าช้าๆ
รันที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่ผ่านโทรศัพท์ รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าก็พลันมลายหายไปในพริบตา ดวงตาคู่คมที่เคยพราวระยับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและเย็นเยียบ ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อนึกถึงเพื่อนร่วมรุ่นและรุ่นน้องที่ยังคงทำงานค้างเติ่งอยู่บนโครงสร้างตึกตึกนั้น
รันคว้ากระเป๋าและกระบอกใส่แบบแปลนของตัวเองขึ้นมาพาดบ่าในเสี้ยววินาที เขาหันมามองหน้าหมออิ่มด้วยแววตาที่สั่นระริก คราบความกวนประสาทถูกแทนที่ด้วยความกังวลขั้นสุดยอดจนน่าใจหาย
"ไซต์งาน... ตึกคณะฉันเหรอคะ?" รันถามเสียงแหบพร่า น้ำเสียงที่เคยเย้าแหย่กลับกลายเป็นสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่
อิมิสราเม้มริมฝีปากแน่น เธอกดวางสายโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้าข้อมือหนาของรันไว้โดยไม่รู้ตัว แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชากลับฉายแววเห็นอกเห็นใจและจริงจังขึ้นมาทันที
"ใช่ค่ะ... และหนึ่งในผู้บาดเจ็บสาหัสที่เพิ่งถูกส่งตัวมา คือเด็กปีสามคณะสถาปัตย์ที่คุณเพิ่งเดินจากมาเมื่อชั่วโมงที่แล้ว"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาเปิดหน้ากระดาษแห่งความทรงจำนี้นะคะ
สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย•ตอนที่ 1
สถาปนิกกับใบสั่งยา
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!