หมอผีไอที กับทหารหนุ่มผู้คลั่งรักและอาถรรพ์ยุค 80•ตอนที่ 1

ย้ายเข้าบ้านผี แต่ตู้เย็นต้องเย็นก่อน

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
กาน้ำอลูมิเนียมขึ้นสนิมเขรอะบนเตาถ่านส่งเสียงเดือดพล่านราวกับจะประชดประชันความจนของตระกูล “วงศ์วานิช” ขณะที่ป้าน้อยและเหล่าลูกพี่ลูกน้องสายรองกำลังยืนล้อมวงส่งเสียงเอะอะโวยวายกันอยู่ที่หน้าชานบ้านไม้สักโบราณอายุกว่าห้าสิบปี ซึ่งตอนนี้ถูกทิ้งร้างจนหยากไย่เกาะหนาเตอะ “อีนังจันทร์แรม! แกคิดดีแล้วใช่ไหมที่เอาตัวเข้ามาตายในบ้านหลังนี้?” เสียงแหลมสูงของป้าน้อยกระแทกกระทั้นผ่านร่องกระดานผุพัง พร้อมกับสายตาคมกริบที่กวาดมองหญิงสาวร่างโปร่งในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเรียบง่าย ซึ่งกำลังยืนก้มหน้าก้มตาเช็ดหน้าจอมอนิเตอร์คอมพิวเตอร์พกพารุ่นบุกเบิกด้วยผ้าเช็ดหน้าสะอาดสะอ้าน จันทร์แรมไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที เธอยังคงใช้ปลายนิ้วเคาะแป้นพิมพ์เบาๆ เพื่อเช็คระบบจ่ายไฟของเครื่องปั่นไฟขนาดพกพาที่เธอเพิ่งลากสายเชื่อมต่อกับแบตเตอรี่รถจี๊ปทหาร ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาญาติผู้ใหญ่จอมเขมือบด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก “บ้านหลังนี้เป็นมรดกตกทอดจากคุณตาที่ยกให้ฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมายครับ... เอ๊ย หมายถึง ตามพินัยกรรม ไม่ใช่สมบัติกองกลางที่พวกท่านจะมาตั้งวงแบ่งกันกินบนความตายของคนอื่น” จันทร์แรมตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนจนคนฟังหน้าชา “ปากดีนักนะนังหลานอกตัญญู! แกก็รู้ว่าบ้านหลังนี้มี ‘เจ้าที่แรง’ ขนาดไหน สองสามปีก่อนคนที่เข้ามาอยู่ใหม่ยังต้องหามห่อศพออกไปแทบไม่ทัน แกคิดว่าลำพังผู้หญิงตัวคนเดียวกับสามีที่เป็นทหารกระจอกๆ จะเอาตัวรอดจากอาถรรพ์ยุคแปดศูนย์นี่ได้หรือไงวะ!” ลูกพี่ลูกน้องชายร่างท้วมคนหนึ่งส่งเสียงขู่ขวัญพร้อมกับถ่มน้ำลายลงพื้นบ้านอย่างจงใจหาเรื่อง ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังคุคุกรุ่นจนแทบจะระเบิด เสียงเครื่องยนต์รถบรรทุกทหารจี๊ป GMC สีเขียวเข้มขลับก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าลานบ้าน ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสนามของ ร้อยเอกภูผา จะก้าวลงจากรถด้วยท่าทางองอาจ มือแกร่งข้างหนึ่งถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ส่วนอีกข้างปลดกระดุมเสื้อแถบอกเผยให้เห็นลำคอหนาและหยาดเหงื่อจากการเดินทางไกล สายตาดุดันของนายทหารหนุ่มกวาดมองกลุ่มญาติจอมวุ่นวายที่ยืนออกันอยู่เต็มชานบ้านเพียงแวบเดียว บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงทันทีราวกับอุณหภูมิลดฮวบลงหลายองศา “มีปัญหาอะไรกันหรือครับ... ทำไมเสียงดังมาถึงรั้วบ้านผม” ภูผาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนคนฟังถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ไอ้ภูผา! แกมาก็ดีแล้ว เตือนเมียแกซะบ้าง อย่าหาว่าฉันไม่เตือน ที่ดินตรงนี้และบ้านหลังนี้ พวกฉันตกลงกันไว้หมดแล้วว่าเตรียมจะขายให้เสี่ยโรงเลื่อยเอาเงินมาแบ่งกัน แกสองคนผัวเมียรีบไสหัวออกไปซะ ก่อนจะเจอดีเข้าจริงๆ!” ป้าน้อยเชิดหน้าชูตาประกาศกร้าวโดยไม่เกรงกลัวยศฐาบรรดาศักดิ์ของนายทหารหนุ่มแม้แต่น้อย จันทร์แรมส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เธอเดินเข้าไปคล้องแขนสามีหนุ่มผู้ซื่อตรง พร้อมกับส่งสายตาซุกซนให้ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มญาติผู้โลภมากแบบตาต่อตาฟันฟัน “จะขายหรือครับป้า? เกรงว่าเงินสดห้าแสนบาทที่ป้าแอบเอาไปจำนองโฉนดปลอมกับนายทุนนอกระบบเมื่อเดือนก่อน จะทำให้ป้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้ามาในเขตบ้านหลังนี้ด้วยซ้ำนะครับ” จันทร์แรมเอ่ยขึ้นพร้อมกับเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาโชว์เอกสารหลักฐานทางการเงินที่เธอแฮกเข้ามาจากฐานข้อมูลลับของสหกรณ์ตำบลอย่างแนบเนียน ใบหน้าของป้าน้อยซีดเผือดลงในพริบตา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกจนพูดไม่ออก ขณะที่เหล่าลูกพี่ลูกน้องเริ่มถอยกรูดด้วยความหวาดระแวง “พวกคุณรีบกลับไปเถอะครับ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วใช้วิธีการของทหารจัดการกับพวกบุกรุกยามวิกาล” ภูผากล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด พร้อมกับวางมือหนาลงบนด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างหลวมๆ เมื่อกลุ่มคนผู้หวังฮุบมรดกพากันถอยร่นขึ้นรถแล้วขับหนีออกไปอย่างหัวซุกหัวซุน จันทร์แรมก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เธอหันไปมองหน้าสามีหนุ่มที่ตอนนี้เปลี่ยนสีหน้าจากเสือร้ายกลายเป็นแมวเชื่องๆ ทันทีที่อยู่กันตามลำพัง “เหนื่อยไหมครับที่รัก พี่จัดการพวกนั้นให้ไหม” ภูผาก้มลงกระซิบข้างหูภรรยาด้วยแววตาคลั่งรักเต็มเปี่ยม มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อให้อย่างทะนุถนอม “ไม่เหนื่อยเลยพี่ภู แค่จัดการพวกเหลือบไรพวกนี้มันเรื่องจิ๊บจ๊อยค่ะ... เอ๊ย! ครับ!” จันทร์แรมรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นชิน ทำเอาภูผาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเอ็นดู “พี่ว่าเราเคลียร์ของแล้วมาหาอะไรกินกันดีกว่าครับ เดินทางมาเหนี่ยวๆ แบบนี้ ท้องเริ่มร้องแล้วนะ” ภูผายิ้มกว้างเมื่อนึกถึงเสบียงที่เตรียมมา แม้ภายนอกบ้านหลังนี้จะดูน่ากลัวและเต็มไปด้วยร่องรอยของอาถรรพ์ยุคแปดศูนย์ที่ร่ำลือกัน แต่ภายในห้องครัวหลังบ้านที่จันทร์แรมเพิ่งจัดการปัดกวาดเช็ดถูอย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นพื้นที่อบอุ่นด้วยฝีมือของหมอผีสาวสายไอที เธอหยิบเตาแก๊สปิคนิคและกระทะเหล็กใบเก่าออกมาตั้งไฟ พร้อมกับเตรียมวัตถุดิบชั้นดีที่แอบซ่อนไว้ในมิติลับส่วนตัว—หมูสามชั้นติดมันฉ่ำๆ ใบมะกรูดซอยพริกแห้ง และพริกแกงเผ็ดสูตรลับเฉพาะตัว กลิ่นหอมฉุยของ “หมูผัดพริกแกงใต้ใบมะกรูดกรอบๆ” เริ่มโชยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวโบราณ ผสมผสานกับกลิ่นไอร้อนของข้าวสวยหอมมะลิหุงใหม่ๆ ในหม้อสนาม ท่ามกลางความเงียบสงบของยามวิกาลที่คืบคลานเข้ามาเยือนรอบตัวบ้าน จันทร์แรมตักข้าวใส่จานส่งให้สามีหนุ่มด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ขณะที่ภูผารับจานข้าวมาด้วยความซาบซึ้งใจ ทั้งสองคนนั่งลงรับประทานอาหารมื้อแรกในบ้านหลังใหม่ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและอบอุ่น โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... ที่มุมมืดบริเวณใต้ถุนบ้านและหลังบานหน้าต่างไม้สักที่ปิดสนิท มีเงาร่างสีดำทะมึนของใครบางคนกำลังจ้องมองดูความสุขของคนทั้งคู่ด้วยแววตาดุร้าย พร้อมกับกลิ่นอายความตายที่เริ่มคละคลุ้งเข้ามาแทนที่กลิ่นหอมของอาหารบนโต๊ะอย่างช้าๆ... ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานของหมอผีวัยรุ่นคนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอที กับทหารหนุ่มผู้คลั่งรักและอาถรรพ์ยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%
ย้ายเข้าบ้านผี แต่ตู้เย็นต้องเย็นก่อน — หมอผีไอที กับทหารหนุ่มผู้คลั่งรักและอาถรรพ์ยุค 80 | yayni