"ถ้ามึงยังไม่หุบปากแล้วไินสมาธิพิมพ์รายงานสต็อกสินค้าล็อตนี้ให้กูนะ... ผีในตู้กับข้าวบ้านมึงคืนนี้ ได้แปลงร่างเป็นเป็ดพะโล้ราดน้ำปลาเคี่ยวพริกสดให้มึงกินแก้แค้นแน่ ไอ้ทิว!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นตามมาด้วยแรงกระแทกของแฟ้มกระดาษสมุดบัญชีเล่มหนา จันทร์แรมสะบัดหน้ามามองน้องชายตัวแสบที่ทำหน้าเหเก เก้าอี้ไม้สักโยกเยกจนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญ บรรยากาศภายในห้องทำงานคับแคบที่เต็มไปด้วยกล่องลังกระดาษบรรจุอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ยุค 80 และกลิ่นธูปหอมจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอับของกระดาษเก่า ทำให้ค่ำคืนนี้ดูชวนอึดอัดชอบกล
ทิวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาเหลือบไปมองตู้กับข้าวไม้สักลายโบราณมุมห้อง ที่เมื่อครู่เพิ่งมีเสียงเคาะเบาๆ สามครั้งซ้อน—ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!—แถมยังมีไอน้ำสีขาวขุ่นลอดออกมาจากรอยต่อของบานประตู ทั้งๆ ที่ในนั้นไม่มีอะไรเลยนอกจากหม้อแกงเขียวหวานเนื้อที่จันทร์แรมเพิ่งเคี่ยวเสร็จเมื่อช่วงหัวค่ำ
"พี่จันทร์... ผมว่ามันไม่ใช่แค่เสียงหนูแทะแล้วล่ะครับ" ทิวขยับเก้าอี้ถอยหลังจนล้อไม้ขูดกับพื้นปูนซีเมนต์ขัดมันดังครืด "เมื่อกี้... เมื่อกี้ผมเห็นมือสีดำโผล่อออกมาจากใต้ตู้ด้วยนะ!"
จันทร์แรมถอนหายใจยาวเหยียด เธอสวมเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและรอยสักยันต์อักขระโบราณจางๆ ที่ข้อมือซ้าย ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดระคนท้าทาย มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่เธอเพิ่งบัดกรีเสร็จเมื่อครู่ขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ
"ผีสมัยนี้มันไม่มีมารยาทเอาเสียเลย อยากกินแกงเขียวหวานทำไมไม่ต่อคิวซื้อฟะ นึกจะมาเคาะตู้กินฟรีๆ เหมือนพวกญาติเปรตฝั่งพ่อฉันหรือไง" จันทร์แรมบ่นพึมพำพลางหยิบมีดอีโต้วางพาดไว้บนโต๊ะทำงานใกล้กับคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์อย่างไม่สะทกสะท้าน "เอ็งนั่งคุมเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าตรงนั้นไป ห้ามขยับ ถ้าคำสั่งซื้อจากตลาดมืดหลุดแม้แต่บรรทัดเดียว ข้าจะเอาหัวเอ็งไปเซ่นตู้กับข้าวแทนหมูสามชั้น!"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยแรงผลักบานประตูจนเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มมารยาท
ร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มในชุดเครื่องแบบสนามสีเขียวเข้ม กลิ่นอายความดิบเถื่อนและฝุ่นควันจากการเดินทางไกลลอยอบอวลเข้ามาเตะจมูก ร้อยเอกภูผาก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเร่งรีบ ใบหน้าคมคายมีเหงื่อซึมตามไรผม ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่จันทร์แรม ซึ่งยืนถือมีดอีโต้อยู่หน้าตู้กับข้าว
"จันทร์แรม! หลบไปจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้!" ภูผาตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ พร้อมกับชักปืนพกออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว
จันทร์แรมขมวดคิ้วมุ่น ชักสีหน้าใส่แขกไม่ได้รับเชิญทันที "นี่คุณ! บุกเข้ามาในบ้านคนอื่นแถมยังชักปืนขู่เจ้าของบ้าน เสียมารยาทที่สุด! แล้วนี่ใครอนุญาตให้เข้ามาไม่ทราบ ออกไปเลยนะ ฉันกำลังจะจัดการกับแขกไม่ได้รับเชิญในตู้พอดี!"
"แขกบ้านแขกเมืองอะไร นั่นมันวิญญาณอาถรรพ์ระดับพญาผีที่แหกคุกนรกมาจากชายแดนตะวันตก!" ภูผาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวร่างบาง มือใหญ่วางทับลงบนข้อมือที่ถือมีดอีโต้อย่างรวดเร็ว แรงมหาศาลจากความเป็นทหารผ่านศึกทำให้จันทร์แรมขยับตัวไม่ได้ดั่งใจ นัยน์ตาคมกริบของเขามองลึกเข้ามาในดวงตาเธอด้วยความห่วงใยระคนดุดัน "ผมบอกให้ถอย คุณหูหนวกหรือไง!"
"ปล่อยนะไอ้ทหารบ้า! ฉันถือมีดอยู่ เกิดมือลั่นปาดคอคุณขึ้นมา ศาลพระภูมิแถวนี้ไม่รับฟ้องนะเว้ย!" จันทร์แรมสะบัดข้อมือออกอย่างแรง แต่ภูผากลับกระชับอ้อมแขนรวบเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นกายบุรุษเพศผสมกลิ่นดินปืนและเหงื่อไคลตีปะทะเข้ากับจมูกของเธอจนชะงักไปชั่วขณะ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง บานตู้กับข้าวไม้สักก็กระแทกเปิดออกอย่างแรง!
เสียงกรีดแหลมสูงเสียจนแก้วหูแทบแตกดังสะท้อนไปทั่วห้อง ไอน้ำสีดำพวยพุ่งทะลักออกมาจากตู้ราวกับควันไฟจากปากปล่องภูเขาไฟ ร่างบิดเบี้ยวของภูตผีไร้หน้าที่มีเส้นผมยาวรุงรังลากพื้น พุ่งตรงเข้ามาหมายจะคว้าคอทิวที่นั่งตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าทรงอยู่มุมห้อง!
"ระวัง!" ภูผาผลักจันทร์แรมไปด้านหลังด้วยมือเดียวอย่างคล่องแคล่ว มืออีกข้างยกปืนขึ้นเล็งแล้วเหนี่ยวไกเสียงดังสนั่น—ปัง! กระสุนอาคมพุ่งแหวกอากาศทะลุผ่านร่างเงาดำจนเกิดประกายไฟสีเขียวสว่างวาบ แต่ทว่ามันกลับไม่สลายตัว มันกลับหัว 180 องศาแล้วพุ่งเข้าใส่ร้อยเอกหนุ่มแทน!
จันทร์แรมเห็นดังนั้น ดวงตากลมโตก็วาวโรจน์ขึ้นด้วยความโมโห มือเรียวคว้ากระปุกเกลือทะเลเม็ดโตที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะทำงานสาดใส่หน้าผีร้ายเต็มแรง พร้อมกับร่ายคาถาบทสั้นที่เธอคิดค้นขึ้นเองเพื่อปราบพวกผีกวนประสาท
"อยากกินเค็มดีนักใช่มั้ย มึงรับไปซะไอ้ผีเปรต!"
เกลืออาคมระเบิดเสียงดังเปรี๊ยะๆ เมื่อกระทบกับไอน้ำสีดำ ผีร้ายกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ถอยร่นกลับเข้าไปในตู้กับข้าวอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่บานตู้จะปิดสนิท เสียงหัวเราะแหบพร่าอันน่าขนลุกก็ดังลอดออกมาจากรอยแยก—เสียงหัวเราะของคนตายที่เคยทิ้งปมปริศนาไว้เมื่อสามปีก่อน!
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ทิวฟุบสลบคาโต๊ะทำงานไปเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงจันทร์แรมที่ยืนหายใจหอบถี่ กับร้อยเอกภูผาที่ยังคงยืนบังร่างเธอไว้ไม่ยอมขยับไปไหน
ภูผาก้มลงมองหน้าหญิงสาวที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดสามปี แววตาของนายทหารหนุ่มผู้แข็งแกร่งฉายแววอ่อนโยนและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะแก้มนวล แต่จันทร์แรมกลับปัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย
"หยุดมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลยนะ ร้อยเอกภูผา..." จันทร์แรมเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงเยεσและเต็มไปด้วยความสงสัยระคนคุกกรุ่น "อธิบายมาให้เคลียร์ เดี๋ยวนี้เลย ว่าทำไมวิญญาณตัวนี้ถึงมีเสียงหัวเราะเดียวกับ 'พี่ชาย' ของคุณ...คนที่ควรจะนอนเน่าอยู่ในหลุมศพที่ค่ายทหารเมื่อสามปีก่อน!"
ภูผากัดกรามแน่นสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมหลบวตาเธอนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของจันทร์แรมเย็นเฉียบยิ่งกว่าเดิม
"เพราะมันไม่ได้อยู่ในหลุม... และมันกำลังเดินมาที่นี่ ในตอนนี้ครับ"
**ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บรรทัดนี้ครับ**
หมอผีไอที กับทหารหนุ่มผู้คลั่งรักและอาถรรพ์ยุค 80•ตอนที่ 3
คุณทหารครับ ช่วยจับผีในตู้กับข้าวที
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอที กับทหารหนุ่มผู้คลั่งรักและอาถรรพ์ยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
