บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 9

วันหยุดที่ไม่มีใครเรียกหา

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“ถ้าคุณยังจ้องจะประกอบชิ้นส่วนของความพินาศตรงหน้าให้กลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิม คุณก็จะไม่มีวันมองเห็นภาพจริงที่วางอยู่ข้างๆ เลยนะคะ ธันวา” เสียงแหบพร่าของคุณยายละมุนดังขึ้นในความเงียบงันของร้านหนังสือเก่า ไม่ใช่คำปลอบประโลม แต่เป็นมีดที่กรีดลงบนความสับสนของฉัน ธันวานิ่งค้าง สายตายังคงจับจ้องไปที่เอกสารปริศนาบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยรอยยับย่น ปากกาที่ร่วงหล่นลงพื้นเมื่อครู่ยังคงนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับสัญลักษณ์ของความพ่ายแพ้ที่เขาเพิ่งได้รับจากอดีตที่หวนคืน “ผมไม่ได้อยากประกอบมันครับยาย... ผมแค่อยากรู้ว่าทำไมมันถึงต้องมาจบลงตรงหน้าผมในวันที่ผมพยายามจะทิ้งทุกอย่างไปแล้ว” ธันวาตอบ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนีจากแผ่นกระดาษที่มีลายมือคุ้นตาซึ่งส่งผลต่อหัวใจเขาอย่างรุนแรง วันนี้เป็นวันหยุด—วันหยุดที่โลกภายนอกดูเหมือนจะลืมเลือนตัวตนของเขาไปเสียสนิท ไม่มีเสียงโทรศัพท์จากหัวหน้างาน ไม่มีอีเมลแจ้งเตือนงานด่วน ไม่มีเสียงเคาะประตูจากเพื่อนร่วมงานที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่ความว่างเปล่านั้นกลับกดทับเขาหนักหน่วงยิ่งกว่าภาระงานที่เคยแบกไว้เสียอีก การฝึก ‘อยู่กับตัวเอง’ ในวันที่ไม่มีอะไรให้ทำ กลายเป็นการเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านของความเคยชิน เขาลุกขึ้นยืนเดินไปที่หน้าต่างร้านหนังสือ ฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในอากาศดูสงบเงียบผิดกับพายุในอก ธันวาพิงหน้าผากลงกับกระจกเย็นเยียบ ความเงียบในวันหยุดนี้มันช่างน่าอึดอัด มันไม่ใช่ความเงียบที่ให้การพักผ่อน แต่เป็นความเงียบที่ขยายเสียงความคิดของเขาให้ดังกึกก้องจนน่ากลัว เขาเห็นตัวเองในเงากระจก—ชายหนุ่มผู้หลงทางที่พยายามจะถอดหน้ากากพนักงานออฟฟิศออก แต่กลับพบว่าภายใต้หน้ากากนั้นไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยนอกจากคำถามที่ไม่มีคำตอบ “คนเรามักกลัววันหยุดนะคะ” คุณยายละมุนกล่าวต่อขณะหยิบถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ “เพราะในวันธรรมดา เรามีงานให้โหนเกาะไว้เหมือนเชือก แต่พอถึงวันหยุด... เชือกเส้นนั้นขาดสะบั้นลง เราก็เลยต้องหัดกางปีกบิน หรือไม่ก็... ตกเหว” “แล้วถ้าผมไม่ได้อยากบินล่ะครับยาย? ผมแค่อยากอยู่เฉยๆ โดยไม่ต้องรู้สึกผิดที่ตัวเองไม่มีค่าอะไรเลย” ธันวาหมุนตัวกลับมา สายตาของเขาปะทะกับสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจของคุณยายละมุน มันเป็นสายตาที่ไม่ตัดสิน และนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกเปราะบางจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาให้นิยามตัวเองผ่าน 'ผลงาน' มาโดยตลอด วันนี้เมื่อไม่มีงาน วันนี้เมื่อไม่มีใครเรียกหา เขากลับพบว่าตัวเองเหมือนหนังสือที่หน้ากระดาษถูกฉีกออกไปจนเกือบหมดเล่ม เขาไม่รู้จะเริ่มอ่านตัวเองจากตรงไหนดี เขาก้มลงหยิบปากกาบนพื้นขึ้นมา นิ้วมือเรียวบางของเขาสั่นไหว ลายมือในเอกสารปริศนานั้น... มันไม่ใช่แค่เอกสาร แต่มันคือแผนที่ที่นำไปสู่ความลับเรื่องการหายตัวไปของพี่ชายเขาเมื่อสิบปีก่อน ความลับที่เขาสาบานว่าจะฝังมันลงดินไปพร้อมกับความรู้สึกผิดของตัวเอง “ธันวาคะ” ยายละมุนวางถ้วยชาลง เสียงของท่านอ่อนโยนแต่หนักแน่น “หนูไม่ได้กำลังตามหาตัวตนผ่านงานที่ทำอยู่หรอกค่ะ หนูแค่กำลังพยายามหนีจากความจริงที่ว่า... หนูไม่เคยให้อภัยตัวเองเลยต่างหาก” หัวใจของธันวากระตุกวูบ เขาเดินกลับไปที่โต๊ะไม้ตัวเก่า ขยำเอกสารปริศนานั้นไว้ในกำมือแน่นจนนิ้วซีดขาว เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความกล้าหาญที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อจะเผชิญหน้ากับมันอีกครั้ง วันนี้เขาสัญญาว่าเขาจะใช้เวลาทั้งวันอยู่กับตัวเอง—อยู่กับความเจ็บปวดที่เขาเคยเมินเฉยมาตลอด ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกเพื่ออ่านมันให้จบโดยไม่หันหลังหนีอีกต่อไป เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงจนหัวใจเขาหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ประตูไม้บานเก่าถูกผลักออกพร้อมกับลมหนาวที่พัดวูบเข้ามาปะทะใบหน้า ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาในร้าน เธอสวมเสื้อโค้ทสีดำสนิทที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของเธอถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้าง แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นและสบตากับธันวา เขาก็ถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ มือที่สั่นเทาของเธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ท ก่อนจะวางซองจดหมายเก่าคร่ำคร่าลงบนโต๊ะข้างๆ เอกสารของเขา... จดหมายที่ประทับตราครั่งด้วยสัญลักษณ์เดียวกับที่อยู่บนสร้อยคอที่เขาเก็บได้ในที่เกิดเหตุเมื่อสิบปีก่อน “คุณไม่ใช่คนเดียวที่กำลังตามหาความจริงในห้องที่ว่างเปล่านี่หรอกนะคะ... คุณธันวา” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เพราะเสียงนั้น... คือเสียงของคนที่เขามั่นใจว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันที่เขาเริ่มออกตามหาตัวเอง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและทำความเข้าใจความเปราะบางของชีวิตไปพร้อมกับธันวานะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%