"ธันวา... ถ้าลูกยังไม่พร้อมจะฟังแม่ ก็เอาข้าวไปวางไว้หน้าห้องเถอะ อย่าทำเสียงตึงตังเหมือนรำคาญกันเลย แม่แก่แล้วนะ"
เสียงแหบพร่าของแม่ดังลอดผ่านประตูไม้เนื้อแข็งที่ฉันเพิ่งปิดใส่หน้าท่านไปไม่ถึงห้านาที กลิ่นแกงส้มมะละกอกุ้งสด—กลิ่นที่ฉันเคยโหยหาในวันที่ทำงานจนดึกดื่นในกรุงเทพฯ—บัดนี้กลับลอยอวลอยู่ในอากาศ กลายเป็นกลิ่นที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ความอบอุ่นจากควันกรุ่นของกับข้าวฝีมือแม่มันช่างสวนทางกับความเย็นเยียบที่เกาะกินหัวใจฉันในยามนี้
ฉันทรุดตัวลงนั่งพิงประตูไม้ ความเงียบงันในห้องนอนที่เคยเป็นเซฟโซนของฉันบัดนี้กลับกลายเป็นกรงขัง มือสั่นเทาหยิบสมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มโปรดขึ้นมาเปิดทิ้งไว้ แต่ปากกากลับไร้หมึกที่จะเขียนระบายความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ข้างใน
"แม่ไม่ได้อยากกดดัน... แต่ถ้าลูกไม่เริ่มที่นี่ แล้วจะให้เริ่มที่ไหน" ประโยคเดิมๆ ที่แม่พร่ำบอกตลอดสามวันที่ฉันกลับมาบ้าน มันไม่ใช่ความหวังดีที่บริสุทธิ์ แต่มันคือเข็มทิศที่แม่พยายามบังคับให้ฉันเดินไปตามเส้นทางที่ท่านขีดไว้
ฉันลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปเห็นคุณยายละมุนกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นไทรหน้าร้านหนังสือเก่าของท่าน ท่านเงยหน้าขึ้นมองมาทางบ้านฉันพอดี ราวกับรับรู้ถึงพายุในใจที่กำลังก่อตัวผ่านสายตาคู่นั้น ฉันรีบเบือนหน้าหนี ความอับอายที่ต้องกลับมาแพ้พ่ายต่อโลกภายนอกจนต้องซมซานกลับบ้านมันหนักหนาเกินกว่าจะให้ใครเห็น
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นจังหวะที่แผ่วเบาจนใจสั่น
"ธันวา... แม่ใส่พริกแกงน้อยลงแล้วนะ สูตรที่ลูกชอบไง"
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น กลิ่นแกงส้มที่ลอยผ่านช่องใต้ประตูมันยั่วเย้าให้หิวโหย แต่ความโหยหานั้นไม่ได้อยู่ที่ท้อง มันอยู่ที่การได้รับการยอมรับในแบบที่ฉันเป็น ไม่ใช่ในแบบที่แม่ 'คาดหวัง' ว่าควรจะเป็น ฉันหมุนลูกบิดประตูออกไปเผชิญหน้า ความกดดันมหาศาลบีบอัดจนฉันเกือบจะสำลัก
"แม่คะ... หนูแค่ต้องการเวลา" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจอยากจะตะโกนระบายความอัดอั้นออกมาจนสุดเสียง
แม่วางถาดข้าวลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า สายตาของท่านไม่ได้ดูโกรธเคืองอย่างที่ฉันคิด แต่มันเต็มไปด้วยความเวทนา—สายตาที่ทำให้ฉันเจ็บปวดมากกว่าคำด่าทอเสียอีก ท่านยื่นมือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลามาแตะที่แขนฉันเบาๆ ผิวสัมผัสนั้นสากแต่เปี่ยมไปด้วยความรักที่น่าอึดอัด
"แม่รู้... แม่แค่อยากเห็นลูกกินข้าวให้อิ่ม ก่อนที่พายุข้างนอกนั่นจะพัดพาเราไปไกลกว่าเดิม"
ฉันมองชามแกงส้มที่ควันยังกรุ่น มันไม่ใช่แค่กับข้าว แต่มันคือภาระทางความรู้สึกที่แม่ยัดเยียดให้ ฉันคว้าช้อนขึ้นมาตักน้ำแกงเข้าปาก รสชาติที่คุ้นเคยไหลผ่านลำคอ แต่มันกลับขมปร่าเพราะน้ำตาที่เอ่อคลอ มันเป็นรสชาติของความรักที่เต็มไปด้วยความคาดหวังจนฉันเกือบขาดใจ
ในขณะที่ฉันกำลังจะเอ่ยปากขอโทษคุณแม่ เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเตียงก็สั่นรัวขึ้นมา ฉันเดินกลับไปหยิบมันขึ้นดูด้วยความสงสัยว่าใครกันที่โทรมาในเวลานี้ หน้าจอแสดงชื่อ 'คุณยายละมุน' แต่ข้อความที่เด้งขึ้นมาบนจอทำเอาฉันถึงกับตัวชา
*“อย่าเพิ่งกินอะไรที่แม่เอาไปให้... กลับมาดูที่สมุดบันทึกหน้าล่าสุดที่ฉันฝากไว้ในร้านหนังสือ เดี๋ยวนี้!”*
ข้อความนั้นสั้นกระชับ แต่ความหมายของมันสั่นคลอนทุกอย่างที่ฉันเชื่อมั่นมาตลอดทั้งชีวิต ฉันหันกลับไปมองจานแกงส้มบนโต๊ะอีกครั้ง สังเกตเห็นจุดผิดปกติบางอย่างที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำแกง—มันไม่ใช่พริกหรือเศษข่า แต่มันคือชิ้นส่วนของกระดาษสีน้ำตาลที่คุ้นตา ค่อยๆ ละลายหายไปในน้ำแกงสีส้มจัด
สมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มที่ฉันกำลังถืออยู่... แล้วเล่มที่แม่ถืออยู่ในมือล่ะ คือของจริงหรือของที่ถูกสลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่?
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความทรงจำไปพร้อมกับสมุดบันทึกสีน้ำตาลนะคะ
บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 19
กลิ่นกับข้าวฝีมือแม่
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!