"ถ้าคุณไม่คิดจะอ่านมันจริงๆ ก็วางมันลงที่เดิมเถอะค่ะธันวา... ของบางอย่างมันมีชีวิตของมัน ยิ่งเราไปขุดมันขึ้นมาโดยไม่พร้อมจะรับมือ ความพังทลายที่จะเกิดขึ้นตามมา มันไม่คุ้มกับความอยากรู้อยากเห็นหรอกนะคะ"
เสียงแหบพร่าของคุณยายละมุนดังแทรกผ่านความเงียบงันภายในร้านหนังสือเก่า กลิ่นกระดาษอบอวลผสมกับกลิ่นชาอู่หลงจางๆ แทบจะกลืนกินลมหายใจของฉันไปหมดสิ้น ฉันไม่ได้ตอบกลับทันที ปลายนิ้วที่สั่นเทาของฉันยังคงแตะอยู่บนปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่ซีดจางจนเกือบเป็นสีเทา ฝุ่นผงที่เกาะตัวหนาบนหน้าปกเหมือนกำแพงกั้นระหว่างฉันกับความทรงจำที่พยายามฝังกลบไว้นานถึงสิบปี
ฉันไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาที่นี่ได้อย่างไร... บางทีอาจเป็นเพราะความรู้สึกโหวงเหวงในอกที่ค่อยๆ กัดกินชีวิตวัยทำงานที่ดูสมบูรณ์แบบของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี ชีวิตที่ใครๆ ต่างอิจฉา แต่สำหรับฉัน มันเหมือนการยืนอยู่ในห้องว่างเปล่าที่ไม่มีแม้แต่เงาของตัวเอง
"มันแค่ฝุ่นน่ะค่ะคุณยาย" ฉันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามรวบรวมความมั่นคง "ไม่ได้อยากรู้เรื่องราวหรอกค่ะ แค่... บังเอิญเห็นมันซุกอยู่หลังชั้นหนังสือประวัติศาสตร์เล่มนั้น"
คำโกหกของฉันดูเปราะบางจนน่าสมเพช สายตาของยายละมุนที่มองทะลุผ่านแว่นสายตาหนาเตอะคู่นั้นไม่ได้ดุร้าย แต่มันกลับบีบคั้นให้หัวใจของฉันสั่นไหวอย่างประหลาด ยายไม่ได้พูดอะไรต่อ ท่านเพียงแค่ขยับเก้าอี้ไม้ตัวเก่าออกห่าง แล้วหันไปจดจ่อกับการเรียงหนังสือด้วยความใจเย็น ราวกับจะปล่อยให้ฉันเผชิญหน้ากับ 'มัน' ด้วยลำพัง
ฉันค่อยๆ ใช้นิ้วโป้งปัดฝุ่นที่หน้าปกออก ผิวสัมผัสของหนังที่เคยนุ่มมือในวันวาน บัดนี้กลับแห้งกรอบและสากระคาย สมุดเล่มนี้คือสิ่งที่ฉันทิ้งไว้ที่นี่ ก่อนที่ชีวิตจะถูกผลักให้เข้าสู่โหมด 'หุ่นยนต์' ของการเป็นพนักงานบริษัทข้ามชาติที่ใครๆ ต่างพากันชื่นชม ฉันสูดลมหายใจลึก กลิ่นอับชื้นของกาลเวลาพุ่งเข้าปะทะจมูก—มันเป็นกลิ่นของความไร้เดียงสาที่ฉันเกือบจะลืมไปแล้วว่าเคยมี
*แกร๊ก...*
เสียงสันปกที่เริ่มร้าวจากการไม่ได้เปิดมานานฟังดูบาดหูเหมือนเสียงกรีดหัวใจ ฉันเปิดหน้าแรกออก ลายมือหวัดๆ ของเด็กสาววัยยี่สิบต้นๆ ปรากฏขึ้นบนกระดาษสีเหลืองซีด มันไม่ใช่แค่ตัวอักษร แต่มันคือน้ำเสียงที่ดังออกมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณที่ฉันพยายามปิดตาย
*'ธันวา... ถ้าวันหนึ่งเธอโตขึ้นจนกลายเป็นคนที่เธอเคยเกลียดที่สุด อย่าลืมกลับมาอ่านหน้านี้ เธอเคยบอกว่าความฝันไม่ได้มีไว้ให้สำเร็จเสมอไป แต่มันมีไว้เพื่อให้เรารู้ว่าเรายังมีหัวใจเต้นอยู่ข้างใน'*
ประโยคนั้นเหมือนหมัดฮุกเข้าที่หน้าอกอย่างจัง ฉันรู้สึกถึงก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ ไม่ใช่ความเสียใจที่เพิ่งเกิด แต่เป็นความเสียใจที่สะสมมานานแสนนานตลอดสิบปีที่ฉันทำหล่นหายไปโดยไม่รู้ตัว มือที่ถือสมุดสั่นเทาจนแทบประคองไม่อยู่
ฉันพลิกไปหน้าถัดไป ลายมือที่ดูจริงจังขึ้นบ่งบอกถึงความผิดหวังครั้งแรกในชีวิตการทำงานที่ฉันพยายามจะลบมันออกไปจากความทรงจำเสียสนิท ภาพเหตุการณ์ในอดีตเริ่มฉายซ้ำราวกับม้วนฟิล์มเก่าๆ ที่ถูกกรอมาเปิดใหม่ ทั้งหยดน้ำตาที่หน้าคอมพิวเตอร์ในคืนที่โปรเจกต์ล้มเหลว คำด่าทอจากหัวหน้างานที่ฉันก้มหน้ารับด้วยความนิ่งเฉย และความกลัวที่จะเอ่ยปากพูดสิ่งที่ตัวเองคิดจริงๆ จนในที่สุดฉันก็กลายเป็นคนที่ไม่เหลือความเห็นของตัวเอง
"คุณยายคะ..." ฉันเรียกเบาๆ แต่เสียงกลับแห้งผาก "หนูไม่ได้เขียนมันด้วยความตั้งใจที่จะให้ใครอ่าน... กระทั่งตัวเองด้วย"
"บางครั้งเราก็ต้องเขียนเพื่อให้รู้ว่าเรายังมีตัวตนนะคะ" ยายละมุนตอบโดยไม่หันมามอง "การตามหาตัวเองไม่ใช่การออกไปท่องโลกกว้างเสมอไปหรอกค่ะธันวา บางที... การกลับมาอ่านความพ่ายแพ้ของตัวเองในอดีต ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่น่าตื่นเต้นที่สุด"
ฉันก้มลงอ่านหน้าถัดไปอย่างเร่งรีบ กระดาษแผ่นหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากสมุด มันไม่ใช่หน้าที่เขียนด้วยปากกา แต่มันเป็นรูปถ่ายใบหนึ่ง... รูปถ่ายที่ฉันถ่ายคู่กับใครบางคนในวันที่เราสัญญากันว่าจะไม่ยอมเปลี่ยนไปตามกลไกของโลกใบนี้ รูปภาพนั้นยังคงชัดเจน แต่ความทรงจำที่เกี่ยวกับ 'คนในรูป' กลับว่างเปล่าและบิดเบี้ยว
วินาทีที่ฉันพลิกหลังรูปถ่ายขึ้นดู หัวใจที่พยายามประคับประคองมาตลอดทั้งวันก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ข้อความลายมือที่คุ้นตาเขียนสั้นๆ ไว้ว่า *'วันที่ธันวาลืมทุกอย่าง โปรดจำไว้ว่าเธอเป็นคนทิ้งฉันไปเอง'*
จังหวะที่หัวใจกำลังจะหยุดเต้น เสียงกริ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด เขาเดินตรงมาที่เคาน์เตอร์ ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่สมุดในมือฉันราวกับจะกรีดเนื้อออกมา และนั่นคือตอนที่ฉันเพิ่งตระหนักได้ว่า... การเปิดสมุดเล่มนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการตามหาอดีต แต่มันคือการเปิดประตูปิดตายที่จะทำให้ชีวิตของฉันไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับสมุดบันทึกเล่มสีน้ำตาลเล่มนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ
บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 1
สมุดเล่มเก่าใต้ฝุ่นจับ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!