เซียนเครื่องเทศผู้ครองไร่กับสหายร่วมรบยุคคอมมูน•ตอนที่ 3

ประกาศแยกบ้านแบบสะใจ

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าสะใภ้รองอย่างฉันยังไม่ออกจากบ้านนี้ไปพร้อมกับชื่อที่ถูกตัดออกจากทะเบียนสำมะโนครัวของตระกูลหลิน วันนี้... ฉันจะทำให้ตระกูลหลินของพวกท่านกลายเป็นตัวตลกที่ไม่มีหน้าเดินไปพบใครในอำเภออีกเลย!" กระดาษแผ่นบางในมือของหลินหว่านเอ๋อร์สั่นไหวเล็กน้อยตามแรงลมยามบ่าย แต่แววตาของเธอกลับคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับ น้ำเสียงใสกระจ่างแต่ก้องกังวานจนชาวบ้านนับสิบคนที่มามุงดูเหตุการณ์หน้าลานบ้านตระกูลหลินต่างพากันเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าหายใจแรง นี่คือลานบ้านของตระกูลหลินในคอมมูนหง싱 ยุค 1970 ที่ผู้คนต่างต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบ ทว่าตระกูลหลินกลับขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนา สูบเลือดเนื้อแรงงานของหลินหว่านเอ๋อร์และจางเหว่ยสามีของเธอมานานหลายปี ตั้งแต่จางเหว่ยได้รับบาดเจ็บปลดประจำการกลับมาพร้อมเงินชดเชยเล็กน้อย แม่สามีและพี่ใหญ่ตระกูลหลินต่างก็จ้องจะฮุบเงินก้อนนั้นราวกับฝูงแร้งรุมทึ้งซากสัตว์ "นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาประกาศกร้าวกลางลานบ้านฉัน!" แม่ใหญ่หลินตบโต๊ะไม้เสียงดังปัง ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเนื้อตัวสั่นเทา นางชี้หน้าหลินหว่านเอ๋อร์ด้วยความเคียดแค้น "แกกินข้าวบ้านฉัน นอนเรือนบ้านฉัน แต่งเข้ามาแล้วตัวเปล่าเล่าเปลือย จะมาขอแยกบ้านแล้วเอาทรัพย์สินไปได้ยังไง!" "ทรัพย์สิน?" หลินหว่านเอ๋อร์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันจนคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "แม่ใหญ่หลิน ท่านช่วยตาสว่างแล้วมองดูให้ดีเถอะว่า ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลหลินมาสามปี มีวันไหนที่ฉันได้กินอิ่มนอนหลับเหมือนคนอื่นบ้าง? ข้าวในหม้อก้นครัวมีแต่รำข้าวกับมันเทศขึ้นรา ส่วนข้าวขาวชั้นดีถูกเก็บไว้ให้ลูกชายคนโปรดของท่านกินเพื่อสอบจอหงส์—อ้อ โทษที ยุคนี้เขาเรียกสอบเข้ามหาวิทยาลัยต่างหากล่ะ!" คำพูดจี้ใจดำนี้เรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่มามุงดูทันที หลายคนเริ่มซุบซิบกันเบาๆ เพราะต่างก็รู้ดีว่าหลินหว่านเอ๋อร์ทำงานหนักยิ่งกว่าวัวควาย แต่กลับถูกปฏิบัติราวกับทาสในเรือนเบี้ย จางเหว่ย สามีร่างสูงใหญ่ผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังภรรยา ขยับตัวเล็กน้อย แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ขึ้น เขายกมือขึ้นโอบไหล่บางของภรรยาไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ว่าหลินหว่านเอ๋อร์จะตัดสินใจอย่างไร เขากพร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างและทำลายล้างทุกคนที่กล้าแตะต้องเธอ "ถ้าพวกท่านไม่ยอมเซ็นชื่อลงในหนังสือแยกบ้านและสละสิทธิ์การปกครองตัวฉันวันนี้..." หลินหว่านเอ๋อร์ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะประธานกลุ่มการผลิตทีละก้าว เอกสารในมือถูกยกขึ้นสูง "ฉันก็มี 'เอกสารลับ' อีกฉบับที่ท่านผู้ใหญ่บ้านและเลขาธิการพรรคคอมมูนประจำคอมมูนน่าจะสนใจอยากตรวจสอกเป็นพิเศษ... เกี่ยวกับการกักตุนเสบียงส่วนรวมและการแอบขายสินค้าโควตาตลาดมืดเพื่อเข้ากระเป๋าตัวเองของพี่ใหญ่หลิน!" สิ้นเสียงคำขู่ที่เฉียบคมราวกับศปักเป้า แม่ใหญ่หลินหน้าซีดเผือดลงทันทีจนแทบไร้สีเลือด ส่วนพี่ใหญ่หลินที่ยืนหลบอยู่หลังเสาถึงกับสะดุ้งโหยง เหงื่อกาฬไหลซกเต็มแผ่นหลัง เขารู้ดีว่าหากเรื่องนี้ถึงหูพรรค พวกเขาอาจถูกส่งไปใช้แรงงานดัดสันดานที่ทุ่งหญ้าหนาวเหน็บทางเหนือ! "แก... นังสารเลว!" พี่ใหญ่หลินพุ่งตัวออกมาหมายจะคว้าแขนภรรยาเพื่อสั่งสอน แต่วินาทีนั้นเอง จางเหว่ยก็ก้าวเข้ามาขวางไว้ราวกับกำแพงเหล็ก มือหนาคว้าข้อมือของพี่ใหญ่หลินไว้แน่นจนเกิดเสียงกระดูกลั่นเบาๆ พร้อมกับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากอดีตทหารผ่านศึกสนามรบ "ถ้าไม่อยากให้มือข้างนี้หัก ก็ถอยไป" จางเหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และไร้ความปรานี ผู้ใหญ่บ้านซุน ซึ่งยืนสูบไปป์มองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ มานาน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเคาะไปป์ลงกับพื้นเพื่อยุติความวุ่นวาย "พอได้แล้ว! ตระกูลหลินทำตัวเหลวไหลมามากพอแล้ว เอกสารแยกบ้านฉบับนี้... เซ็นเสียเถอะหลินต้าเฉียง ไม่อย่างนั้นฉันจะเรียกกองกำลังรักษาความปลอดภัยมาตรวจสอบบัญชีของบ้านพวกแกเอง!" ความกดดันรอบด้านบีบให้หลินต้าเฉียงและแม่ใหญ่หลินต้องจำใจหยิบพู่กันจุ่มหมึกด้วยมือที่สั่นเทา แล้วกดรอยนิ้วมือลงบนกระดาษแยกบ้าน ท่ามกลางเสียงปรบมือเบาๆ และเสียงถอนหายใจด้วยความสะใจของชาวบ้าน หลินหว่านเอ๋อร์รับเอกสารแผ่นนั้นมาถือไว้ด้วยรอยยิ้มบางๆ ความรู้สึกโล่งอกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ในที่สุดเธอก็หลุดพ้นจากปลิงดูดเลือดเหล่านี้เสียที แผ่นหลังที่เคยแบกรับภาระอันหนักอึ้งบัดนี้เบาสบายอย่างยิ่ง ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะหันหลังเดินเคียงคู่ไปกับจางเหว่ยเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างแท้จริง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเด็กส่งจดหมายประจำคอมมูนก็ดังแทรกขึ้นมาจากปากทางเข้าหมู่บ้าน "จดหมายด่วน! จดหมายด่วนจากเมืองหลวงสำหรับ... สหายจางเหว่ย!" ทุกคนในลานบ้านชะงักงัน หลินหว่านเอ๋อร์หันกลับไปมองซองจดหมายสีขาวสะอาดตาที่มีตราประทับราชการลับเฉพาะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏขึ้นในหมู่บ้านชนบทห่างไกลเช่นนี้มาก่อน แววตาของจางเหว่ยที่เคยราบเรียบมาตลอด กลับไหววูบลงชั่วขณะเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งที่มุมซองจดหมาย... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรไปกับหลินฮวายุคปฏิรูปนะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้ครองไร่กับสหายร่วมรบยุคคอมมูน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%