เซียนเครื่องเทศผู้ครองไร่กับสหายร่วมรบยุคคอมมูน•ตอนที่ 2

เครื่องเทศเปลี่ยนชีวิต

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
“ถ้าพวกคุณกล้าก้าวเข้ามาในห้องครัวบ้านฉันอีกก้าวเดียว ฉันจะเอาไม้ฟืนนี่ตีหัวสุนัขพวกนี้ให้แตกคามือ!” เสียงตวาดกร้าวของหลินหว่านเอ๋อร์ดังลั่นจนก้อนเมฆบนท้องฟ้ายามสายแทบสะเทือน สายตาของเธอคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งลับใหม่ๆ จ้องมองร่างอวบอ้วนของสะใภ้ใหญ่หลี่และป้าสะใภ้รองที่ยืนหน้าตาตื่นอยู่ที่หน้าประตูบ้านดินเก่าๆ สะใภ้ใหญ่หลี่ตั้งใจจะมาค้นบ้านตามคำสั่งของหัวหน้าคอมมูนเพราะได้ยินข่าวลือว่าบ้านนี้แอบซ่อน “ของต้องห้าม” ไว้ ทว่ายังไม่ทันได้แตะต้องตั่งไม้ไผ่ หว่านเอ๋อร์ก็พุ่งตัวกลับมาจากแปลงผักพร้อมท่อนไม้ฟืนขนาดเท่าท่อนขา จางเหว่ย สามีร่างสูงใหญ่ของเธอก้าวฉับๆ เข้ามาบังภรรยาไว้ข้างหลัง ร่างหนากำยำราวกับภูเขาผา เขายังคงสวมเสื้อทหารเก่าๆ ที่ซีดจาง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวตวัดมองสองป้าหลานด้วยความเย็นชาจนผู้บุกรุกถึงกับถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ “ออกไป” จางเหว่ยเอ่ยสั้นๆ เพียงคำเดียว แต่ทรงพลังจนสะใภ้ใหญ่หลี่หน้าซีดเผือด รีบดึงแขนญาติสนิทแล้วถอยร่นออกไปพึมพำด่าทอตามประสาคนพาล “ระวังตัวไว้เถอะ! ทำตัวโดดเด่นนัก เดี๋ยวก็โดนจับไปเข้าค่ายดัดสันดานหรอก!” ปัง! ประตูไม้เก่าถูกกระแทกปิดลงอย่างแรง หว่านเอ๋อร์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด หัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำค่อยๆ สงบลง เมื่อครู่หากสะใภ้ใหญ่หลี่ตาดีเปิดตู้ไม้ไผ่แล้วพบกระปุกเซรามิกที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด ความลับเรื่อง “มิติลับ” ที่เธอเพิ่งค้นพบเมื่อคืนคงถูกเปิดโปง และยุค 70 อันเข้มงวดนี้คงไม่ปล่อยเธอไว้แน่ “หว่านเอ๋อร์… เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?” จางเหว่ยหันกลับมา สำรวจเนื้อตัวภรรยาด้วยความร้อนรน ดวงตาที่มักจะนิ่งสงบฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด มือหยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมเอื้อมมาลูบผมเธอบนบ่าอย่างทะนุถนอม “ฉันไม่เป็นไรค่ะพี่จาง… แต่ท้องของเรากำลังร้องประท้วงแล้วต่างหาก” หว่านเอ๋อร์คลายยิ้มบางๆ ออกมา ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์เล็กน้อย เธอวางท่อนไม้ลง แล้วเอื้อมมือไปคว้าจับมืออุ่นของสามีไว้ “เมื่อกี้ตอนที่ฉันอยู่ในมิติลับ… ฉันบังเอิญเจอสมบัติล้ำค่าค่ะ” สมบัติที่ว่า ไม่ใช่ทองคำหรือเพชรนิลจินดา แต่เป็นเมล็ดพันธุ์และเครื่องเทศหายากสารพัดชนิดจากโลกอนาคตและยุคโบราณที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างดีในคลังแสงปริศนา! สิบนาทีต่อมา กลิ่นหอมอันแปลกประหลาดแต่เย้ายวนใจจนน่าประหลาดใจก็เริ่มลอยฟุ้งออกจากครัวดินหลังเล็ก กลิ่นหอมของพริกเสฉวนคั่วแห้งที่ให้ความเผ็ดชาผสานกับกลิ่นหอมหวานของโป๊ยกั๊ก ออบเชย และรากผักชีที่โขลกจนละเอียด หว่านเอ๋อร์กำลังลงมือทำอาหารกลางวันด้วยวัตถุดิบที่เรียบง่ายที่สุดในยุคนี้ นั่นคือ “เต้าหู้กระด้าง” สองก้อนที่เกือบจะเสียและผักกาดขาวเหี่ยวๆ กำมือเดียว แต่ด้วยมือของเซียนเครื่องเทศผู้ครองไร่ในมิติลับ อาหารธรรมดาๆ ย่อมไม่ธรรมดาอีกต่อไป ซิ่ว… เสียงน้ำมันหมูหยดลงในกระทะเหล็กเก่าๆ ตามด้วยการผัดพริกแกงสูตรลับที่หว่านเอ๋อร์แอบผสมผงเครื่องเทศพิเศษจากมิติลับลงไปเพียงปลายช้อนชา สีแดงฉานของน้ำมันพริกเริ่มเคลือบชิ้นเต้าหู้สีขาวที่ถูกหั่นเป็นลูกเต๋าอย่างประณีต ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมฉุนที่เตะจมูกทะลุทะลวงผ่านรอยแตกของฝาผนังบ้านออกไปสู่ตรอกซอยแคบๆ ของหมู่บ้านหงซิงทันที! จางเหว่ยยืนมองภรรยาด้วยความตะลึงงัน เขาเป็นทหารผ่านศึก กินอาหารกองทัพมาโชกโชน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่กลิ่นอาหารจะทำให้ต่อมรับรสในปากทำงานหนักขนาดนี้ ท้องของเขาถึงกับส่งเสียงร้องโครกครากออกมาเบาๆ จนต้องยกมือขึ้นเกบท้ายทอยแก้เก้อด้วยความเขินอาย หว่านเอ๋อร์เหลือบมองสามีแล้วหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี “พี่จางคะ รออีกประเดี๋ยวเดียวนะคะ รับรองว่าเต้าหู้ผัดพริกหอมหมื่นลี้จานนี้ จะทำให้พี่ลืมรสชาติอาหารห่วยๆ ที่เคยกินมาทั้งชีวิตเลยค่ะ” ขณะที่เธอกำลังตักเต้าหู้สีสันน่ารับประทานใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีหม่น กลิ่นหอมอันรุนแรงและเย้ายวนใจนั้นก็ลอยลมไปไกลถึงบ้านของหัวหน้าคอมมูนที่อยู่ห่างออกไปสามหลังคาเรือน! เด็กๆ ในหมู่บ้านที่กำลังวิ่งเล่นอยู่กลางลานดิน ต่างพากันหยุดวิ่ง สูดจมูกฟุดฟิด แล้วหันซ้ายหันขวาด้วยความงุนงง “แม่จ๋า… กลิ่นอะไรน่ะ หอมจังเลย! เหมือนเนื้อตุ๋นเลยแม่!” เสียงเด็กชายบ้านข้างๆ ร้องโวยวายลั่น สะใภ้ใหญ่หลี่ที่เพิ่งเดินกลับมาถึงบ้านหน้าบูดบึ้ง เธอนิ่งงันไปเมื่อสูดกลิ่นนั้นเข้าเต็มปอด สัญชาตญาณความอิจฉาริษยาพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที บ้านของไอ้จนจางเหว่ยมีปัญญาซื้อเนื้อตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?! ทว่า… ความวุ่นวายยังไม่จบแค่นั้น ในขณะที่หว่านเอ๋อร์กำลังจะยกชามเต้าหู้ร้อนๆ วางลงบนโต๊ะไม้ไผ่ เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยเสียงทุบหนักแน่น พร้อมกับเสียงตะโกนแหบพร่าของ “ผู้ใหญ่บ้านหวัง” ที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดอยู่หน้าประตูบ้านด้วยใบหน้าตื่นตระหนกเหงื่อท่วมกาย! “จางเหว่ย! หว่านเอ๋อร์! เปิดประตูเร็ა! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” หว่านเอ๋อร์ชะงักมือที่ถือตะเกียบ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย หรือว่าความลับเรื่องมิติลับจะรั่วไหลแล้วจริงๆ? เธอกับจางเหว่ยสบตากันชั่วพริบตา ก่อนที่จางเหว่ยจะเดินไปปลดกลอนประตูอย่างระมัดระวัง ทันทีที่ประตูเปิดออก ผู้ใหญ่บ้านหวังก็พุ่งพรวดเข้ามาในบ้าน คว้าแขนเสื้อจางเหว่ยไว้แน่น หอบหายใจฮึกฮักจนแทบพูดไม่เป็นคำ “พวกเธอ… พวกเธอทำอะไรกินกันแน่? เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากอำเภอที่เพิ่งลงตรวจแปลงนา… เดินดุ่มๆ เข้ามาในหมู่บ้านเพราะได้กลิ่นอาหารจากบ้านพวกเธอเข้าแล้ว!” หว่านเอ๋อร์นิ่งค้างไป ชามเต้าหู้ในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้นเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของผู้ใหญ่บ้านที่ทำให้ลมหายใจแทบสะดุด— “ตอนนี้… ท่านเลขาธิการพรรคคอมมูนประจำอำเภอมายืนรออยู่ที่หน้าประตูบ้านเธอแล้ว!” --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มรสความหอมอร่อยและร่วมลุ้นไปกับความแสบสันของหลินหว่านเอ๋อร์นะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้ครองไร่กับสหายร่วมรบยุคคอมมูน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%