ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 28

การแข่งขันทำอาหาร

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ถ้าหลินฟางชนะการแข่งขันครั้งนี้ ฉันจะยอมกินแป้งสาลีดิบๆ ทั้งกระสอบให้ดูเลย!" เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าจางดังแหวกลงมาบนอัฒจันทร์ไม้เก่าคร่ำครึของหอประชุมประจำอำเภอ ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความริษยา ดวงตาตี่รีจดจ้องร่างเพรียวบางของลูกสะใภ้ที่ยืนอยู่หลังโต๊ะเตรียมอาหารเบื้องล่างด้วยความชิงชัง นางอุตส่าห์ไปติดสินบนกรรมการระดับอำเภอด้วยเงินเก็บก้อนสุดท้าย เพื่อให้มั่นใจว่าชื่อของหลินฟางจะไม่มีทางผ่านเข้ารอบสามคนสุดท้ายเด็ดขาด จางเหว่ยที่นั่งอยู่ข้างมารดา ขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึง ดวงตาคมปลาวาฬหันไปมองมารดาด้วยแววตาเย็นเยียบที่แฝงความกดดัน "แม่พูดจาให้เกียรติภรรยาผมด้วยครับ เธอกำลังทำชื่อเสียงให้ครอบครัว" "เกียรติอะไรกัน! นังตัวดีนี่มันก็แค่คนบ้านนอกที่โชคดีทำอาหารอร่อยขึ้นมาหน่อย อย่าลืมเชียวว่ามันเคยทำให้อับอายขายขี้หน้ามาแล้วทั้งหมู่บ้าน!" แม่เฒ่าจางแค่นเสียงฮึดฮัด สะบัดหน้าหนีไปทางอื่นอย่างไม่แยแส เบื้องล่างเวที หลินฟางไม่ได้ยินเสียงนินทากล่าวร้ายเหล่านั้น หรือต่อให้ได้ยิน เธอก็ไม่มีเวลามาใส่ใจ สมาธิทั้งหมดของเธอกำลังจดจ่ออยู่กับวัตถุดิบตรงหน้า กลิ่นหอมอวลของเครื่องเทศตุ๋นและแป้งหมักโชยเตะจมูก ท่ามกลางเสียงฮือฮาของผู้ชมและคู่แข่งคนอื่นๆ ที่ต่างส่งสายตาริษยามาเป็นระลอก การแข่งขันทำอาหารระดับอำเภอในยุค 1980 นี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ โจทย์คือ "การยกระดับอาหารพื้นบ้านให้ทรงคุณค่า" คู่แข่งส่วนใหญ่เลือกใช้เนื้อสัตว์ราคาแพงหรือวัตถุดิบหายากเพื่อเอาใจกรรมการ แต่หลินฟางกลับเลือกใช้สิ่งที่เรียบง่ายที่สุด—"เต้าหู้โฮมเมดสูตรพิเศษ" และ "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงมิติลับ" เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมอยู่บนขมับอย่างแผ่วเบา ปลายนายังคงนวดแป้งห่อเกี๊ยวด้วยความคล่องแคล่วและงดงามราวกับร่ายรำ แววตาของหญิงสาวฉายแววเด็ดเดี่ยว ในมิติบิ๊กคลังสินค้าของเธอเวลานี้ มีทั้งเตาอบพลังงานแม่เหล็ก พริกไทยดำเกรดพรีเมียมจากโลกอนาคต และซอสถั่วเหลืองหมักบ่มสามปีที่ไม่มีใครในยุคนี้เทียบเคียงได้ แต่เธอเลือกที่จะไม่ใช้มันทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าฝีมือและความเข้าใจในวัตถุดิบต่างหาก คืออาวุธที่แท้จริง "เวลาเหลืออีกสิบนาทีสุดท้ายครับ!" เสียงประกาศจากประธานกรรมการดังลั่น กรรมการทั้งห้าคนเดินตรวจความเรียบร้อยทีละโต๊ะ สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่โต๊ะของหลินฟาง "นี่คือ... หมูสามชั้นตุ๋นเต้าหู้สมุนไพร?" ประธานกรรมการวัยกลางคนผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและกินยาก ขมวดคิ้วมุ่น กลิ่นหอมที่ลอยเตะจมูกช่างยั่วยวนจนต่อมน้ำลายทำงาน แต่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเรียบง่ายจนเกินไปทำให้เขาลังเล หลินฟางยิ้มรับด้วยความมั่นใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้า "เรียนท่านประธานและคณะกรรมการทุกท่านค่ะ อาหารจานนี้ฉันตั้งชื่อมันว่า 'หอมละมุนคืนสู่เหย้า' ใช้หมูสามชั้นคัดพิเศษตุ๋นด้วยไฟอ่อนนานสามชั่วโมง ผสานกับเต้าหู้ถั่วเหลืองแท้ที่ซึมซับน้ำซุปจนชุ่มฉ่ำ ทานคู่กับเกี๊ยวทอดกรอบนอกนุ่มในเพื่อตัดเลี่ยนค่ะ" เธอตักน้ำซุปสีอำพันราดลงบนชิ้นหมูสามชั้นที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลายในปาก ไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นของโป๊ยกั๊กอบเชยและใบเตยที่ผสานกันอย่างลงตัว จนผู้ชมแถวหน้าถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมคอมามอง ประธานกรรมการหยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยความลังเล ก่อนจะคีบชิ้นเต้าหู้ที่อมน้ำซุปชุ่มฉ่ำเข้าปาก ทันทีที่ฟันกระทบสัมผัสและความหวานละมุนของถั่วเหลืองผสมผสานกับความเข้มข้นของน้ำซุปกระจายซ่านไปทั่วโพรงปาก ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นอย่างปิดไม่มิด เสียงซุบซิบเงียบลงทันที ทุกสายตาจ้องมองปฏิกิริยาของกรรมการ "นี่มัน..." ประธานกรรมการอุทานออกมาเบาๆ ก่อนจะรีบคีบชิ้นหมูสามชั้นเข้าปากต่อโดยไม่รอช้า เนื้อหมูนุ่มละมุนแทบไม่ต้องเคี้ยว ไขมันละลายหายไปในลำคอโดยไม่ทิ้งความเลี่ยนไว้เลยแม้แต่น้อย ความกลมกล่อมที่ล้ำลึกนี้ทำให้เขาลืมตัวเผลอพยักหน้ารัวๆ "ยอดเยี่ยม! รสชาตินี้ช่าง... กลมกล่อมและลึกล้ำอย่างไม่น่าเชื่อ!" บนอัฒจันทร์ แม่เฒ่าจางหน้าถอดสีทันที นางอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ "เป็นไปได้ยังไง! นังเด็กบ้านนอกนั่นมันใช้เล่ห์กลอะไรกัน!" จางเหว่ยที่นั่งมองอยู่ข้างๆ เผลอยิ้มออกมามุมปากอย่างภาคภูมิใจ ความตึงเครียดที่แบกไว้มลายหายไปสิ้น เขารู้ดีว่าภรรยาของเขาไม่เคยทำให้ผิดหวัง ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่นและชัยชนะอยู่แค่เอื้อม จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนในเครื่องแบบก็ดังขึ้นที่ทางเข้าหอประชุม ชายฉกรรจ์สามคนสวมปลอกแขนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเสบียงอาหารเดินตรงดิ่งเข้ามากลางงานโดยไม่เกรงใจใคร หัวหน้าเจ้าหน้าที่ผู้มีใบหน้าบึ้งตึงตบโต๊ะของหลินฟางเสียงดังปัง! จนจานอาหารเกือบกระเด็น "หยุดการให้คะแนนเดี๋ยวนี้! เราได้รับรายงานว่าวัตถุดิบเนื้อหมูที่ผู้เข้าแข่งขันหลินฟางใช้นั้นลักลอบนำมาจากตลาดมืดและอาจมีการปนเปื้อนสารเคมีผิดกฎหมาย!" ฮือ—! เสียงผู้คนในห้องประชุมฮือฮาขึ้นมาทันที หลินฟางหรี่ตาลงทันควัน รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาคมกริบดั่งใบมีด เธอกวาดสายตามองไปยังชายแปลกหน้ากลุ่มนั้น ก่อนจะเหลือบไปเห็นเงาคุ้นเคยของหลี่กั๋วเฉียง อดีตคู่แข่งที่ตกรอบไปยืนยิ้มเยาะอยู่ที่มุมเสา แม่เฒ่าจางที่ตื่นตระหนกในตอนแรก กลับส่งเสียงหัวเราะแหลมสูงออกมาอย่างสะใจ "ฮ่าๆๆๆ! เห็นไหมล่ะ! นังคนนี้นอกจากจะไร้ยางอายแล้ว ยังทำผิดกฎหมายบ้านเมืองอีก สมน้ำหน้า! จับมันเข้าคุกไปเลย!" จางเหว่ยลุกพรวดขึ้นยืน ใบหน้าคมเข้มถมึงทึง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่มจนคนรอบข้างต้องถอยร่น เขาก้าวเท้าเตรียมพุ่งลงไปเคลียร์สถานการณ์ด้วยกำลัง ทว่า หลินฟางกลับยกมือขึ้นห้ามสามีไว้เบาๆ เธอยังคงยืนสงบนิ่ง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย "เจ้าหน้าที่คะ..." หลินฟางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนทุกคนต้องเงียบเสียงลง "ก่อนจะกล่าวหาว่าฉันใช้เนื้อสัตว์ผิดกฎหมาย คุณช่วยดูตราประทับสีแดงบนลังไม้ใต้นั้นเสียก่อน... ว่ามันคือตราของหน่วยเสบียงทหารกองพลที่สาม หรือตราของใครกันแน่?" หัวหน้าเจ้าหน้าที่หน้าถอดสีทันทีเมื่อหันไปมองตามปลายนิ้วของหญิงสาว ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความละมุนและเล่ห์เหลี่ยมของหลินฟางในมิติคู่ขนานนะคะ!
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%