กลิ่นคาวเลือดเจือจางในสายลมหนาวเหน็บยามสนธยา ไม่ได้มาจากสนามรบในความหมายของทุ่งกว้างและศัสตราวุธ หากแต่มาจากซากปรักหักพังของหมู่บ้านตระกูลหลิน ที่บัดนี้เหลือเพียงเถ้าถ่านและซากศพเกลื่อนกลาด
“ท่านแม่ทัพถัง... กองกำลังของเรากวาดล้างเสร็จสิ้นแล้วขอรับ ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว”
เสียงรายงานจากรองแม่ทัพดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน แต่ผู้ถูกขานนามกลับมิได้ใส่ใจแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์หิมะของ **ถังจวินเหว่ย** ทอดมองไปยังกองตำราโบราณที่ถูกไฟเผาผลาญไปครึ่งเล่มบนพื้นดิน รองเท้าหนังปักลายหรูเหยียดย่ำลงบนคราบโลหิตสีเข้มโดยไม่สะิเทือนใจแม้แต่น้อย
บุรุษผู้นี้คือผู้กุมอำนาจกองทัพทมิฬแห่งแผ่นดิน ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักแต่ไร้ซึ่งความรู้สึก เย็นชา ดุร้าย และเปี่ยมด้วยรอยแผลเป็นจากอดีตที่ถูกราชวงศ์เก่าหักหลังอย่างไร้เยื่อใย ความแค้นฝังรากลึกในอกทำให้เขากลายเป็นคมดาบพิฆาตที่พร้อมจะบดขยี้ทุกตระกูลที่เคยสนับสนุนราชบัลลังก์เน่าเฟะนี้ให้สิ้นซาก
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ถังจวินเหว่ยกำลังจะหมุนกายกลับขึ้นหลังม้า สัญชาตญาณนักรบที่เฉียบคมดั่งเหยี่ยวราตรีก็พลانตื่นตัวขึ้นอย่างกะทันหัน
*แกร๊ก...*
เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางซากปรักหักพังของหอตำราตระกูลหลิน
ถังจวินเหว่ยไม่หันกลับไปมอง แต่คมกระบี่ข้างกายถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว ปลายกระบี่ชี้ตรงไปยังกองซากหนังสือและเศษไม้ที่สุมกันอยู่ ท่วงท่าอันเยือกเย็นและดุร้ายนั้นแผ่รังสีสังหารออกมารอบรัศมีส้าวจ้างจนบรรยากาศรอบตัวหนתทึบลงทันตาเห็น
“ออก... หรือจะให้ข้าส่งเจ้าไปยมโลกพร้อมกับคนตระกูลหลินพวกนั้น” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีเสียงสะอื้นไห้
สิ่งที่ปรากฏออกมาจากเงาเพลิงมืดครึ้ม กลับเป็นร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งในชุดไว้ทุกข์สีขาวบริสุทธิ์ นางไม่ได้ก้าวถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาดำขลับคู่สวยฉายแววนิ่งสงบ ลึกล้ำ และเยือกเย็นราวน้ำในบึงลึกที่ไม่สะท้านไหวต่อลมพายุ นางคือ **หลินซูเหยา** ทายาทคนสุดท้ายแห่งตระกูลกุนซือผู้หยั่งรู้บรรณพิภพ ผู้ซึ่งควรจะถูกเผาไหม้ไปพร้อมกับกองเพลิงนี้แล้ว
หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตากับแม่ทัพผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดอย่างไร้ความหวาดกลัว ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มบางเบา ราวกับกำลังมองดูการแสดงงิ้วฉากหนึ่ง มากกว่าการเผชิญหน้าระหว่างความเป็นกับความตาย
“ท่านแม่ทัพถัง... ช่างใจร้อนสมคำร่ำลือ” เสียงหวานใสแต่กังวานก้องกังสดาลเอ่ยขึ้น ท่ามกลางกลิ่นอายความตาย “ท่านคิดว่าการเผาหอตำราตระกูลหลินให้เป็นจุล จะสามารถลบประวัติศาสตร์ที่ท่านเคยคุกเข่าสาบานต่อหน้าองค์จักรพรรดิองค์ก่อนได้กระนั้นหรือ?”
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ ทหารรอบข้างต่างหน้าถอดสี ถังจวินเหว่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนอากาศแทบแข็งตัว มือที่กุมด้ามกระบี่กระชับแน่นขึ้นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
ในแผ่นดินนี้ มีคนน้อยนักกล้าเอ่ยถึงอดีตของเขา และมีน้อยยิ่งกว่าที่กล้าใช้คำพูดทิ่มแทงแผลเป็นในใจเขาต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้
“เจ้าเป็นใคร?” ถังจวินเหว่ยเอ่ยถาม น้ำเสียงเยือกเย็นจนน่ากลัว ก้าวเท้าเข้าไปใกล้สตรีตรงหน้าทีละก้าว ช้าๆ ทว่ากดดันดั่งภูเขาถล่มลงมาทับ “คนตระกูลหลินตายหมดแล้ว เจ้าเป็นภูตผีหรือเป็นสายลับขององค์ชายสามที่ส่งมาเก็บกวาดซาก?”
หลินซูเหยาไม่ถอยร่น นางก้าวสวนขึ้นมาหนึ่งก้าวอย่างอาจหาญ กลิ่นหอมจางๆ ประหลาดคล้ายกลิ่นหมึกจีนและดอกเหมยลอยแตะนาสกของแม่ทัพหนุ่ม นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้สูงใหญ่กว่าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“ข้าไม่ใช่ผี และไม่ใช่สุนัขรับใช้ขององค์ชายสามผู้มักใหญ่ใฝ่สูงผู้นั้น...” หลินซูเหยาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจับจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของแม่ทัพผู้เยือกเย็น “ข้าคือผู้ที่จะมอบเส้นทางเดินใหม่ให้ท่าน... หรือไม่ก็... ดึงท่านลงสู่ขุมนรกที่แท้จริงไปพร้อมกับข้า”
ความเงียบเข้าปกคลุมสมรภูมิอีกครั้ง ลลมหนาวพัดโชยกลิ่นเลือดผ่านกลางระหว่างคนทั้งสอง ถังจวินเหว่ยหยุดฝีเท้าลง ปลายกระบี่ห่างจากลำคอระหงของนางเพียงไม่ถึงนิ้ว นางมิได้กะพริบตาเลยแม้แต่น้อย
ในขณะที่แม่ทัพหนุ่มกำลังจะยื่นมือออกไปกระชากคอเสื้อเพื่อค้นหาความจริง ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงอย่างเร่งรีบก็ดังแหวกความมืดเข้ามา ตามด้วยเสียงตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนกจากองครักษ์หน้าค่าย
“ท่านแม่ทัพ! มีพระราชโองการด่วนที่สุดจากเมืองหลวง! องค์ชายสามทรงส่งราชสมบัติและ... และราชสาส์นลับถึงท่านแม่ทัพ โดยระบุชื่อพระชายาเอกที่จะพระราชทานให้ท่านในอีกสามวันข้างหน้าขอรับ!”
ถังจวินเหว่ยชะงัก สายตาที่กำลังจะสังหารหลินซูเหยาต้องตวัดกลับไปยังทิศทางของม้าเร็ว
หลินซูเหยาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า แย้มยิ้มลึกล้ำขึ้นอีกนิด รอยยิ้มนั้นงดงามแต่ซ่อนเร้นด้วยคมมีดนับพันเล่ม
นางเอ่ยกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน ก่อนที่องครักษ์จะวิ่งเข้ามาถึงตัว
“ยินดีต้อนรับสู่หมากกระดานของหม่อมฉันเพคะ... ท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น”
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการหักเหลี่ยมเฉือนคมนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้บรรณพิภพ•ตอนที่ 1
ดาบพิฆาตกับตำราพิชัย
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้บรรณพิภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
