"เศษเหล็กที่วางทิ้งไว้ข้างเตาหลอมนั่น... เจ้านึกว่าจะใช้ทำอาวุธขึ้นมาได้จริงหรือ หลี่มู่เฉิน?"
เสียงเยาะเย้ยถากถางดังขึ้นจากกลุ่มศิษย์สายในที่ยืนล้อมรอบโรงตีเหล็กเก่าคร่ำคร่า หลี่มู่เฉินไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแม้แต่น้อย มือหยาบกร้านจากการงานตรากตรำยังคงกุมด้ามฝักดาบสนิมเกาะแน่น ความเย็นเยียบจากโลหะพุ่งซ่านเข้าสู่ฝ่ามือ ราวกับว่าตัวตนที่หลับใหลอยู่ภายในกำลังส่งกระแสคลื่นแห่งความเคียดแค้นตอบโต้กับจิตวิญญาณของเขา
"อาวุธไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าทำมาจากสิ่งใด แต่มันขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้จับมัน" หลี่มู่เฉินตอบเรียบๆ น้ำเสียงของเขาไร้อารมณ์ทว่ากังวานดุจคมกระบี่ที่ฝังลึกในก้อนหิน
เขากระชากฝักดาบเก่าคร่ำนั้นออกมาจากกองขี้เถ้า แสงไฟจากเตาหลอมที่มอดดับไปนานแล้วสะท้อนให้เห็นรอยร้าวบนฝักที่หุ้มด้วยหนังงูยักษ์ที่เปื่อยยุ่ย ทันใดนั้น ความรู้สึกดุจกระแสสายฟ้าหมุนวนแล่นปราดเข้าสู่สมองของเขา ไม่ใช่ภาพของดาบที่คมกริบ หากแต่เป็นอักขระโบราณที่สลักลึกอยู่ภายในช่องว่างของฝักดาบ
*‘วิถีแห่งความว่างเปล่า มิใช่ไร้สิ่งคงอยู่ หากแต่คือการหลอมรวมกับความไร้ลักษณ์’*
มันคือเคล็ดวิชาที่สาบสูญ—‘เคล็ดวิชาลืมโลก’ วิชาที่สามารถเปลี่ยนผ่านพลังปราณจากจิตวิญญาณสู่คมกระบี่โดยไม่ผ่านร่างเนื้อ!
"ข้าถามว่าเจ้าได้ยินหรือไม่!" ศิษย์คนเดิมก้าวเข้ามาหมายจะกระชากฝักดาบจากมือเขา แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะทันแตะโดน หลี่มู่เฉินก็ตวัดฝักดาบในมือเบาๆ เพียงแค่สะบัดข้อมือ ลมปราณอันเร้นลับที่ไหลเวียนผ่านอักขระในฝักก็ดีดร่างของอีกฝ่ายกระเด็นไปไกลกว่าสิบก้าว ราวกับถูกแรงกระแทกจากภูเขาทั้งลูก
บรรยากาศในโรงตีเหล็กเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจ้องมองด้วยความตื่นตะลึง เว้นแต่เพียงสตรีผู้หนึ่งที่ยืนอยู่หน้าประตูสำนักเมฆาคล้อย นางคือเย่ว์ฉิงเซียน ชุดสีขาวบริสุทธิ์ของนางตัดกับคราบเขม่าในโรงตีเหล็กอย่างสิ้นเชิง ดวงตาดุจน้ำแข็งคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่หลี่มู่เฉิน แฝงไปด้วยความฉงนที่แปรเปลี่ยนเป็นความกังวล
นางเดินเข้ามาใกล้ เงาร่างของนางทาบทับลงบนแผ่นหลังของเขา "เจ้าไปเอาวิชานี้มาจากไหน มู่เฉิน... พลังเมื่อครู่นี้ไม่ใช่วิชาของสำนักเรา มันมีความอาฆาตและอำนาจเทวะเจือปนเกินกว่าที่ศิษย์ปลายแถวจะครอบครองได้"
หลี่มู่เฉินหันกลับมาเผชิญหน้ากับนาง ดวงตาของเขาไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวหรือเกรงใจ แต่มันคือแววตาของผู้ที่มองเห็นสัจธรรมเหนือฟ้าดิน "ความลับของข้า... ไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์สายในคนใดจะรับมือได้ และอาจไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะเข้าใจได้ในตอนนี้ ฉิงเซียน"
เขาก้าวผ่านร่างของนางไปโดยไม่เหลียวหลัง เสียงฝีเท้าของเขาหนักแน่นดุจเสียงย่างกรายของมังกรจำศีล ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความเย็นเยียบที่ขยายวงกว้างจนหยาดน้ำบนพื้นเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวออกจากโรงตีเหล็ก มือของเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ตัวอักษรที่สลักอยู่บนฝักดาบเริ่มเปล่งแสงสีม่วงดำ ลมปราณในร่างของเขาที่เคยสงบนิ่งกลับปั่นป่วนดุจคลื่นยักษ์โถมเข้าหาเขื่อนดิน หลี่มู่เฉินทรุดลงคุกเข่ากับพื้น เหงื่อกาฬไหลซึมผ่านเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น
"นี่มัน... พลังของมหาเทพที่ข้าทิ้งไว้เมื่อชาติภพก่อน หรือว่ามันกำลังเรียกหาเจ้าของเดิม?"
เขาพยายามคุมสติ แต่เสียงกระซิบจากฝักดาบกลับดังก้องในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงคน แต่เป็นเสียงของ 'กระบี่' ที่กระหายเลือดนับหมื่นดวงวิญญาณ
ทันใดนั้น เสียงระฆังเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหุบเขาเมฆาคล้อย ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสพลันเปลี่ยนเป็นสีเลือด สัตว์อสูรในป่ารอบสำนักต่างพากันกู่ร้องด้วยความหวาดกลัว เย่ว์ฉิงเซียนชักกระบี่ประจำกายออกมา ชี้ปลายกระบี่ไปที่หลี่มู่เฉิน
"มู่เฉิน! เจ้าทำอะไรลงไป! ประตูมิติที่ถูกปิดตายมานานนับพันปี... กำลังถูกบางอย่างจากภายในเปิดออก!"
หลี่มู่เฉินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มอย่างสมบูรณ์ เขาแสยะยิ้มให้กับความโกลาหลที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ในมือยังคงกำฝักดาบโบราณแน่น
"มันไม่ใช่ข้าที่เปิดประตูฉิงเซียน... แต่มันคือ 'ศัตรู' ที่เคยสังหารข้าในชาติก่อน... พวกมันกลับมาทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของข้าแล้ว"
ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุม เงาร่างลึกลับมหาศาลปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มเมฆสีเลือด มันก้าวเท้าลงมาบนยอดเขาสูงสุดของสำนัก ปล่อยแรงกดดันมหาศาลจนพื้นดินแตกระแหง ผู้มาเยือนไม่ใช่มนุษย์ แต่มันคือ 'เทพสงครามวิญญาณ' ที่ตามล่าเขาสุดขอบฟ้าเพื่อชิงตำแหน่งมหาเทพคืน
ความตายกำลังคลืบคลานเข้ามาในสำนักเมฆาคล้อย และหลี่มู่เฉินรู้ดีว่าศึกครั้งนี้คือบทพิสูจน์เดียวที่จะตัดสินว่า เขาคือ 'ผู้ร่วงหล่น' หรือ 'ผู้พิชิต' ที่จะกลับมาผงาดเหนือสวรรค์อีกครั้ง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับมหากาพย์บทใหม่นี้ด้วยกันนะครับ
ลั่วอสูรหมื่นภูผา
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สลักจิตทวนสวรรค์•ตอนที่ 2
เคล็ดวิชาลืมโลก
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สลักจิตทวนสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
