คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน•ตอนที่ 17

เปลี่ยนรินรดาให้เป็นนางฟ้า

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
เสียงเพลทแก้วแชมเปญกระทบกันเบาๆ ในห้องจัดเลี้ยงระดับหกดาวกลางมหานคร แต่เสียงเหล่านั้นช่างน่ารำคาญในความรู้สึกของกวินทร์ ขณะที่เขายืนจิบเครื่องดื่มราคาแพงลิบลิ่วอยู่มุมห้อง สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วงานด้วยความหงุดหงิดระคนดูแคลน วันนี้คือค่ำคืนแห่งการเปิดตัวสังคมไฮโซที่เขาอุตส่าห์ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ ทว่าในใจกลับร้อนรุ่มดั่งไฟสุม เพียงเพราะข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับ "มหาเศรษฐีลึกลับ" ผู้กว้านซื้อหุ้นในเครือบริษัทของเขาทีละน้อยจนแทบจะฮุบกิจการได้ทั้งบริษัทในชั่วข้ามคืน "คุณกวินทร์คะ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย มีเรื่องอะไรให้กังวลหรือเปล่าคะ?" เสียงหวานหยดของนางแบบสาวแถวหน้าผู้ควงแขนมาด้วยเอ่ยถาม พร้อมกับแนบชิดกายเข้ามาออดอเซาะ กวินทร์แค่นเสียงในลำคอ ปัดมือไล่อีกฝ่ายให้ออกห่างเบาๆ "ไม่มีอะไร... แค่รำคาญพวกแมลงวันที่ชอบมาเกาะแกะในงานของฉันก็เท่านั้น" เขากวาดสายตาไปรอบห้องอีกครั้ง ก่อนที่นัยน์ตาจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อบานประตูไม้สักทองสลักลายวิจิตรตรงทางเข้าหลักค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยพนักงานต้อนรับในชุดสูทสากล เสียงพูดคุยจอแจภายในห้องโถงค่อยๆ เงียบลงโดยอัตโนมัติ ราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียง ความสนใจทั้งหมดถูกดึงดูดไปยังร่างสองร่างที่ก้าวเข้ามา อาคเนย์ปรากฏกายในชุดสูททักซิโด้ตัดเย็บพิเศษสีดำสนิท ขับเน้นรูปร่างสูงสง่าและไหล่กว้างที่แผ่ซ่านบรรยากาศทรงอำนาจยากจะต่อกร นัยน์ตาคมกราบเรียบนิ่งดั่งผิวน้ำในมหาสมุทรลึก แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนในงานแทบหยุดหายใจไม่ใช่ความหล่อเหลาอันเยือกเย็นของเขา หากแต่เป็นหญิงสาวที่เดินเคียงข้างมาด้วยกัน รินรดา... หญิงสาวผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็นเพียง "ดอกไม้ริมทาง" ไร้ค่าในสายตาของสังคมไฮโซ บัดนี้เธองดงามราวกับนางฟ้าที่หลุดออกมาจากเทพนิยายชั้นสูง ชุดราตรีเกาะอกยาวกรุยกรายสีแชมเปญประดับคริสตัลระยิบระยับนับพันเม็ดสะท้อนแสงไฟจากแชนเดอเลียร์ ทว่าสิ่งที่สะกดทุกสายตาคือสร้อยเพชรน้ำงามประดับมรกตเม็ดโตวาววับบนลำคอระหง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีในงานต่างรู้ดีว่ามันคือคอลเลกชันจำกัดจำนวนชิ้นเดียวในโลกที่มีมูลค่าสูงลิ่วจนเทียบเท่ากับคฤหาสน์หรูหลังโต ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องชั่วขณะ ก่อนเสียงกระซิบกระซาบจะดังเซ็งแซ่ "นั่น... นั่นมันรินรดาแฟนเก่าของอาคเนย์ไม่ใช่เหรอ ทำไมเธอถึง..." "แล้วชุดที่เธอใส่กับสร้อยเส้นนั้น... ฉันเคยเห็นในนิตยสารการประมูลระดับโลก มันราคาเกือบร้อยล้านไม่ใช่เหรอ!" "บ้าน่า ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงให้เกียรติเธอถึงขนาดนี้" กวินทร์กำแก้วในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง อาคเนย์... ไอ้ผู้ชายจนตรอกที่เขาเคยเหยียบย่ำและแย่งชิงทุกอย่างมาได้ ทำไมถึงมายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้? จุดที่เหนือกว่าเขา... เหนือกว่าผู้ชายทุกคนในห้องนี้ อาคเนย์เหลือบสายตามามองกวินทร์เพียงนิดเดียว มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเย้ยหยันที่ทรงพลังยิ่งกว่าคำพูดนับล้านคำ เขากุมมือบางของรินรดาไว้แน่นสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยของเธอ "ไม่ต้องกลัวค่ะคนดี วันนี้... ไม่มีใครบนโลกนี้กล้าทำอะไรคุณอีกแล้ว" เสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างใบหูของหญิงสาว พร้อมกับส่งสายตาอ่อนโยนที่เก็บไว้ให้เธอเพียงคนเดียว รินรดาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบของเธอ ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ ใส ความทรงจำในวันที่เธอต้องก้มหน้ายอมรับความอัปยศอดสูจากคนพวกนี้ไหลย้อนเข้ามา แต่วินาทีนี้... มือที่อบอุ่นและสายตาที่มั่นคงของอาคเนย์ทำให้ความหวาดกลัวทั้งหมดมลายหายไป เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เชิดหน้าขึ้นอย่างสง่างาม ก้าวเดินเคียงข้างเขาเข้าสู่กลางงานเลี้ยงด้วยความมั่นใจที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากความรักและความภักดี กวินทร์ทนมองภาพบาดตาบาดใจนั้นไม่ไหว เขาก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาขวางทางทั้งสองคนไว้ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ "อาคเนย์! แกกล้าดียังไงถึงพาผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้เข้ามาในงานของฉัน งานนี้คืองานเลี้ยงของคนมีระดับ ไม่ใช่ที่สำหรับพวกขอทานอย่างพวกแก!" กวินทร์ตะโกนลั่นห้อง ทำให้เสียงเพลงบรรเลงต้องหยุดชะงักลงทันที สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่การเผชิญหน้าระหว่างอดีตเพื่อนสนิท รินรดาชะงักเล็กน้อย สัญชาตญาณความหวาดกลัวในอดีตทำให้เธอเผลอบีบมืออาคเนย์แน่นขึ้น แต่อาคเนย์กลับนิ่งสนิท เขาไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวออกมาแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดไหล่เสื้อของตัวเองเบาๆ ราวกับกวินทร์เป็นเพียงฝุ่นละอองที่น่ารำคาญ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "คนมีระดับอย่างนั้นเหรอ กวินทร์..." อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม "บริษัทที่นายกำลังยืนแอคท่าภูมิใจอยู่นี้ รู้ไหมว่าตอนนี้ใครคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด?" กวินทร์ชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือด "แก... แกหมายความว่ายังไง" อาคเนย์หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท กดหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้งก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะกระจกหรูตรงหน้ากวินทร์ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากธนาคารและเอกสารทางกฎหมายปรากฏหราบนหน้าจอ "ฉันเพิ่งซื้อหนี้สินทั้งหมดของบริษัทนาย และตอนนี้... ฉันคือคนที่จะเซ็นไล่นายออกจากตึกนี้เมื่อไหร่ก็ได้" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงอีกครั้งอย่างน่ากลัว กวินทร์ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ ตัวสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เอกสารการโอนหุ้นและตัวเลขมหาศาลยืนยันชัดเจนว่าเขาหมดตัวแล้วจริงๆ ลมหายใจของเขาติดขัด ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อตระหนักว่าอำนาจทั้งหมดที่เคยมีได้มลายหายไปในพริบตา อาคเนย์ก้าวเข้าไปใกล้กวินทร์ที่กำลังทรุดเข่าลงช้าๆ ด้วยความสิ้นหวัง ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "จำไว้นะกวินทร์... คนที่แกเคยเหยียบย่ำ วันนี้เขาเหยียบหัวแกคืนได้มิดดินแล้ว" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงปรบมือดังขึ้นสามครั้งจากความมืดบริเวณระเบียงด้านนอกห้องจัดเลี้ยง ร่างสูงโปรดของชายชราในชุดสูททหารโบราณพร้อมผู้ติดตามนับสิบชีวิตก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ทำให้สีหน้าของอาคเนย์เปลี่ยนไปเล็กน้อย... ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เมล่อนโซดา" ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%