กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับปะปนกับกลิ่นอายความเย็นชาของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหราใจกลางย่านธุรกิจ ช่างเป็นกลิ่นที่ชวนให้อาคเนย์รู้สึกคลื่นไส้เสียเหลือเกิน ไม่ใช่เพราะกลิ่นมันฉุนเกินไป... แต่เป็นเพราะมันลอยมาจากร่างของคนที่เขารักและทุ่มเทชีวิตให้มาตลอดสามปีเต็ม
"เซ็นซะ อาคเนย์ อย่าทำให้มันยุ่งยากไปมากกว่านี้เลย"
กระดาษแผ่นบางที่วางอยู่ตรงหน้า ปรากฏตัวอักษรหัวข้อ 'หนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างงาน และใบยินยอมยุติความสัมพันธ์' ช่างเป็นความบังเอิญอันน่าขัน ที่ความรักและหน้าที่การงานของเขากำลังจะถูกสะบั้นลงในวินาทีเดียวกันอย่างไร้เยื่อใย
อาคเนย์เงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวผู้เป็นทั้งแฟนสาวและหัวหน้าแผนก ริมฝีปากที่เคยแย้มยิ้มให้เขาด้วยความอ่อนโยนในยามยากลำบาก บัดนี้กลับเหยียดยิ้มเยาะอย่างไม่คิดจะปิดบัง นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยคู่นั้นมองเขาด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับเขามันเป็นเพียงเศษฝุ่นผงที่เกาะอยู่ใต้รองเท้าส้นสูงปรี๊ดของเธอ
"แพรว... ตลอดสามปีที่ผ่านมา ฉันอยู่เคียงข้างเธอ ช่วยเธอปิดยอดโปรเจกต์มหาศาล ยอมแม้กระทั่งรับผิดชอบความผิดแทนเธอในโปรเจกต์ปีที่แล้ว จนเกือบหมดอนาคต... นี่คือสิ่งตอบแทนที่ฉันควรได้รับสินะ?" เสียงของอาคเนย์ราบเรียบเย็นเยียบ แต่นัยน์ตากลับลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่กำลังเก็บซ่อนพายุลูกใหญ่ไว้ภายใน
แพรวพรรณ หัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่แหลมสูงบาดหู เธอกอดอกแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ท่าทางกร่างและมั่นใจในอำนาจเงินตราเต็มเปี่ยม ต่างจากหญิงสาวผู้ซื่อบื้อในวันวานราวฟ้ากับเหว
"อย่ามาทวงบุญคุณหน่อยเลย อาคเนย์! นายมันก็แค่ไอ้กระจอกคนหนึ่งที่มีดีแค่หน้าตาและความซื่อบื้อบ้าๆ บอๆ นายคิดจริงๆ เหรอว่าผู้หญิงเพอร์เฟกต์อย่างฉัน จะเอาอนาคตไปผูกติดไว้กับผู้ชายจนตรอกที่แม้แต่ค่าเช่าห้องยังต้องหารครึ่งกับฉันไปตลอดชีวิต?" เธอกวาดสายตามองชุดสูทเก่าๆ ที่เขาใส่มาทำงานด้วยความเหยียดหยาม "ตื่นได้แล้วค่ะคุณอาคเนย์ โลกนี้เขาขับเคลื่อนด้วยเงิน ไม่ใช่ความรักงี่เง่า"
ประโยคนั้นเพิ่งขาดคำ ประตูห้องทำงานกระจกนิรภัยก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท กวินทร์ อดีตเพื่อนสนิทที่ผันตัวไปเป็นผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ย มือหนาถือแฟ้มเอกสารโครงการใหม่ล่าสุด—โครงการที่อาคเนย์เป็นคนร่างแผนงานทั้งหมดขึ้นมาหยาดเหงื่อแรงกาย
"พูดได้ดีนี่แพรว... คนเรามันต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตสิ" กวินทร์เดินเข้าไปโอบไหล่แพรวพรรณอย่างสนิทสนม สายตาที่มองมาที่อาคเนย์เต็มไปด้วยความสะใจและชัยชนะ "ขอบใจสำหรับแผนงานโปรเจกต์พันล้านนี้นะอาคเนย์ แกทำมันได้ดีจริงๆ... ในฐานะที่แกเป็นคนจนที่น่าสงสาร ฉันจะเมตตาเซ็นอนุมัติให้แกออกไปจากบริษัทนี้อย่างสมเกียรติ... อ้อ ลืมบอกไป ฝ่ายบุคคลเคลียร์บัญชีเงินเดือนเดือนนี้ให้แกเป็นศูนย์แล้วนะ เพราะถือว่าหักลบกับความเสียหายที่แกทำไว้กับบริษัทเมื่อสัปดาห์ก่อน"
ความโลภและความทรยศหักหลังอบอวลไปทั่วห้อง กวินทร์กับแพรวพรรณประสานสายตากันด้วยความพึงพอใจ พวกเขาคิดว่าอาคเนย์ในตอนนี้คงจะทรุดตัวลงคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอน ร้องขอความเห็นใจ หรือไม่ก็สติหลุดคลุ้มคลั่งทำลายข้าวของเหมือนคนบ้า
แต่มันกลับตรงกันข้าม...
อาคเนย์ยังคงนั่งนิ่งหลังตรง ไม่มีความตื่นตระหนก ไม่มีแม้แต่หยดน้ำตา มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นช้าๆ รอยยิ้มที่ทำให้กวินทร์รู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ รอยยิ้มที่เย็นเยือกจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น
"มองหน้าฉันทำไมวะไอ้อาคเนย์! แกยังไม่ไสหัวออกไปอีก!" กวินทร์ตบโต๊ะเสียงดังลั่นด้วยความหงุดหงิดที่เห็นอีกฝ่ายนิ่งเฉยเกินไป
อาคเนย์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเสื้อสูทที่ไร้รอยเปื้อนอย่างใจเย็น เขากวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาที่ทรงอำนาจอย่างประหลาด อำนาจที่ไม่ได้มาจากเงินในบัญชีบริษัทปลอมๆ พวกนี้ แต่อำนาจที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากของชายหนุ่มผู้ยากไร้มานานนับปี
"กวินทร์... แพรวพรรณ... พวกเธอลืมไปแล้วสินะ ว่าบริษัทแห่งนี้ ที่ดินตึกระฟ้าสามสิบชั้นนี่ และหุ้นเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่พวกเธอกำลังภาคภูมิใจนักหนา..." อาคเนย์เว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุม ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน "มันเป็นทรัพย์สินส่วนเกินที่อยู่ภายใต้ 'กองทุนอภิมหาเศรษฐีตระกูลศิริอนันต์' ของฉันเอง!"
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสนิทชั่วขณะ ก่อนที่กวินทร์จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นจนหน้าดำหน้าแดง
"ฮ่าๆๆๆ! ไอ้อาคเนย์! แกสติหลุดไปแล้วเหรอวะ! ตระกูลศิริอนันต์มหาเศรษฐีหมื่นล้านอันดับหนึ่งของประเทศเนี่ยนะ จะเป็นของไอ้กระจอกอย่างแก! ถ้าแกเป็นถึงคุณหนูหมื่นล้านจริง แกจะมานั่งกินข้าวแกงข้างทางแล้วให้ผู้หญิงเลี้ยงดูทำไมวะ!" แพรวพรรณเสริมขึ้นด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว เธอมองเขาด้วยความสมเพชยิ่งกว่าเดิม "เพ้อเจ้อไม่เข้าเรื่อง! รปภ.! เข้ามาลากคอไอ้สติเฟื่องนี่ออกไปจากตึกเดี๋ยวนี้!"
รปภ. ร่างยักษ์สองคนวิ่งเข้ามาตามคำสั่ง พวกมันพุ่งตรงเข้ามาหมายจะกระชากแขนของอาคเนย์ให้ออกไปจากห้อง ทว่า... ก่อนที่มือหยาบกร้านพวกนั้นจะแตะโดนตัวอาคเนย์ เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงของกวินทร์ก็แผדเสียงดังลั่นทำลายความเงียบขึ้นเสียก่อน
กวินทร์ขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยท่าทีรำคาญใจ แต่เพียงแค่เห็นชื่อบนหน้าจอ สีหน้าที่เคยหยิ่งผยองก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษทิชชู มือที่ถือเครื่องสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
"คะ... คุณท่านประธานใหญ่...?" กวินทร์ละล่ำละลักรับสาย เปิดสปีกเกอร์โฟนโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจและเย็นชาจนน่ากลัวของประธานบอร์ดบริหารสูงสุดดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงาน
*[กวินทร์! แกทำบ้าอะไรลงไป! แกกล้าไล่ 'ท่านอาคเนย์' ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดและเจ้าของที่แท้จริงของกลุ่มบริษัทเราออกได้อย่างไร! เตรียมตัวรับหมายศาลเรียกฟ้องล้มละลายยึดทรัพย์ทั้งหมดของแกและครอบครัวได้เลย! พวกเราฉิบหายกันหมดแล้วเพราะความโง่เง่าของแกคนเดียว!]^*
ติ๊ด! สายถูกตัดตัดไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้กวินทร์ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ร่างกายสั่นสะท้านจนโทรศัพท์หลุดมือร่วงลงกระแทกพื้นแตกกระจาย แพรวพรรณอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด สมองของเธอขาวโพลนประมวลผลอะไรไม่ถูกอีกต่อไป
อาคเนย์ก้าวเท้าช้าๆ เดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้ากวินทร์ที่กำลังทรุดเข่าลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เขาก้มตัวลงกระซิบข้างหูอดีตเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีด
"ยินดีต้อนรับสู่... วันสิ้นเนื้อประดาตัวของจริงนะเพื่อนรัก"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากสมาร์ทโฟนราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของอาคเนย์ก็ดังขึ้น—มันคือเสียงแจ้งเตือนการโอนเงินสดเข้าบัญชีส่วนตัวจำนวน *สพันล้านบาท* พร้อมกับการปรากฏตัวของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ที่บินมาจอดนิ่งสนิทอยู่บนลานจอดดาดฟ้ากระจกของตึกนี้เพื่อรอรับเจ้านายที่แท้จริงกลับสู่อาณาจักรของเขา!
เมล่อนโซดาขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความสะใจในบทแรกนี้นะคะ
คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน•ตอนที่ 1
ถูกทิ้งในวันสิ้นเนื้อประดาตัว
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!