ถุงมือยางสีฟ้าในมือของรวินท์ถูกดึงออกด้วยแรงกระชากที่มากเกินความจำเป็น เสียงยางดีดกระทบข้อมือดังเฉียบขาดท่ามกลางความเงียบงัดของห้องเย็นเก็บศพโรงพยาบาลรัฐบาล กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและไอความเย็นติดลบสี่องศาเซลเซียลอบกัดกินผิวเนื้อจนชาด้าน ทว่าความเย็นเยียบเหล่านั้นยังเทียบไม่ได้กับอุณหภูมิในสายตาของเขา—นิติพยาธิหนุ่มผู้ยึดมั่นในความเงียบงันของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างไร้ข้อต่อรอง
บนเตียงสแตนเลส ร่างไร้วิญญาณของเหยื่อคดีฆาตกรรมรายล่าสุดนอนสงบนิ่ง รอยแผลฉีกขาดที่ลำคอถูกเย็บปิดด้วยด้ายไนลอนสีดำสนิท เป็นฝีมือการผ่าชันสูตรที่รวินท์บรรจงทำด้วยความพิถีพิถันราวกับกำลังประกอบชิ้นส่วนนาฬิกาโบราณ ทุกร่องรอย ทุกคราบดีเอ็นเอใต้เล็บ และทุกหยดเลือดถูกจัดเก็บลงในภาชนะสุญญากาศตามระเบียบปฏิบัติอันเคร่งครัด ไม่มีช่องว่างให้ความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเจือปน
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าไม่ได้ทำให้รวินท์เงยหน้าขึ้นจากบันทึกการแพทย์ในมือ เขารู้ดีว่าใครคือผู้รุกล้ำพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ นอกเสียจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทั่วไปแล้ว มีเพียงมนุษย์ผู้เดียวที่ชอบเดินเหินราวกับเป็นเจ้าของสถานที่ และมักจะมาพร้อมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดอยู่ตามชายเสื้อสูทราคาแพง
"คุณกำลังทำลายสถิติความเร็วในการทำลายหลักฐานทางจิตวิทยาด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์แบบดื้อด้านที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยนะครับ, คุณหมอ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันดังขึ้นพร้อมกับการผลักประตูเปิดออก ศิลา โปรไฟล์เลอร์หนุ่มนอกรีต ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆ มือข้างหนึ่งซองอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทสีเข้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างไร้ชีวิตบนเตียงสแตนเลสแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ถาดเครื่องมือแพทย์
รวินท์วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะโลหะเสียงดังสนั่น เขาเงยหน้าขึ้น สบตากับผู้มาเยือนด้วยแววตาที่เยียบเย็นเป็นทุนเดิม "ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของพวกนักจิตวิทยาข้างถนน, คุณศิลา ประตูทางออกอยู่ข้างหลัง หากคุณอ่านป้ายภาษาอังกฤษไม่อผมยินดีจะสะกดให้ฟัง"
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน เขาเดินเข้ามาใกล้เตียงชันสูตรมากขึ้นโดยไม่สนใจสายตาพิฆาตของนิติพยาธิ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบหลอดเก็บตัวอย่าง DNA ที่วางอยู่บนถาดขึ้นมาพิจารณาอย่างถือวิสาสะ
"วิทยาศาสตร์บอกคุณว่ารอยกรีดที่คอทำมุมสี่สิบห้าองศา ใช้มีดพับความยาวห นิ้ว และฆาตกรมีความถนัดมือขวา... ถูกต้องไหมครับ?" ศิลาหันมามองรวินท์ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย "แต่วิทยาศาสตร์ไม่ได้บอกคุณเลยว่า ทำไมรอยกรีดนั้นถึงลังเลในวินาทีแรก แต่กลับเฉียบขาดอย่างไร้ความปรานีในวินาทีที่สอง"
"นั่นคือหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ไม่ใช่เรื่องของหมอผ่าศพอย่างผม และแน่นอนว่ามันยิ่งไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อของคนที่ใช้แค่ 'ความรู้สึก' ตัดสินคดี" รวินท์ก้าวเข้าไปประชิด ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งคู่ ราวกับประจุไฟฟ้าที่รอวันปะทะ "ศพพูดความจริงเสมอ, คุณศิลา... ต่างจากมนุษย์บางคนที่มักโกหกแม้กระทั่งเงาของตัวเอง"
"ศพโกหกไม่ได้ก็จริง... แต่คนตายไม่ได้เลือกวิธีตายด้วยตัวเองทุกเคสนะครับ" ศิลาโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของอีกฝ่าย "คุณกำลังมองหาความสมบูรณ์แบบในคราบเลือด เพราะคุณกลัว... กลัวว่าถ้าความจริงเบื้องหลังรอยแผลนี้เปิดเผยออก It might look too familiar to you, isn't it?"
คำพูดนั้นทำเอารวินท์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ รอยแผลเป็นในอดีตเกี่ยวกับคดีของพ่อผู้ให้กำเนิดถูกสะกิดขึ้นมาอย่างแม่นยำ ทว่าใบหน้าของเขายังคงนิ่งสนิท ดั่งผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม
"ระวังปากของคุณให้ดี, ศิลา" รวินท์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยแรงกดดันที่พร้อมจะระเบิด "การที่คุณสูญเสียคู่หูไปในคดีคราวก่อน ไม่ได้แปลว่าคุณมีสิทธิ์เอาปมด้อยของตัวเองมาเที่ยววินิจฉัยคนอื่น"
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกพลันอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น เคมีที่ดึงดูดและผลักไสระหว่างคนสองคนที่มีสมองปราดเปรื่องไม่แพ้กันกำลังสร้างแรงเหวี่ยงที่อันตราย ศิลาไม่ได้ถอยหนี รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับกว้างขึ้นเล็กน้อย ทว่าแววตากลับไหววูบไปชั่วขณะเมื่อถูกจี้ใจดำเรื่องอดีต
"เราต่างมีผีที่ต้องวิ่งหนีด้วยกันทั้งคู่แหละครับ, คุณหมอ" ศิลาพูดเสียงเบาลง นัยน์ตาคมกริบหันกลับไปมองที่ร่างบนเตียงอีกครั้ง "แต่ถ้าคุณยังดึงดันจะเก็บหลักฐานแค่ทางกายภาพโดยไม่สนว่าฆาตกร 'รู้สึก' อย่างไรตอนลงมือ... คุณก็จะพลาดสิ่งสำคัญที่สุดไป"
"สิ่งสำคัญอะไรที่คุณกำลังพูดถึง?" รวินท์ถามเสียงห้วน แม้จะไม่สบอารมณ์ แต่สัญชาตญาณมืออาชีพก็บอกเขาว่าโปรไฟล์เลอร์ตรงหน้าไม่ได้พูดจาเหลวไหล
ศิลาหยิบปากกาเคมีด้ามหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ เดินอ้อมไปทางด้านหัวเตียง โดยไม่ฟังเสียงท้วงติงของนิติพยาธิ เข้มยื่นมือออกไปเปิดผ้าดิบที่คลุมช่วงอกของเหยื่อลงเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยสักรูปกางเขนหัวกลับที่ถูกกรีดทับด้วยรอยแผลเป็นเก่า
"รอยกรีดพวกนี้... ไม่ได้เกิดจากความแค้น หรือความโกรธเกรี้ยว" ศิลาใช้ปลายปากกาชี้ไปยังรอยแผลอย่างแม่นยำ "แต่มันคือ 'พิธีกรรม' ฆาตกรไม่ได้อยากฆ่าเธอตั้งแต่แรก เขากำลังทำตามขั้นตอนบางอย่าง... และที่สำคัญที่สุด"
ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตารวินท์ แววตาเจ้าเล่ห์เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังที่น่ากลัว
"ฆาตกรไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้เพราะความประมาท... แต่เขาจงใจ 'ส่งสาส์น' ถึงคนๆ เดียว"
"หมายความว่ายังไง?" รวินท์ขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวทำงานอย่างรุนแรง
ศิลาส지้มมุมปาก ยื่นมือไปหยิบกระดาษบันทึกคดีแผ่นสุดท้ายที่อยู่ใต้แฟ้มของรวินท์ขึ้นมาพลิกดู ด้านหลังกระดาษแผ่นนั้น มีรอยหมึกจางๆ ที่ซึมทะลุมาจากกระดาษคารบอนที่ถูกรองไว้ด้านล่าง ซึ่งรวินท์ยังไม่ได้สังเกตเห็น
"หมายความว่า... ลายมือที่เขียนชื่อเหยื่อในแฟ้มชันสูตรของคุณเมื่อเช้า ไม่ได้เขียนโดยเจ้าหน้าที่เวรคนนั้นหรอกครับ"
ศิลาพลิกกระดาษแผ่นนั้นให้รวินท์ดูเต็มตา ตัวอักษรหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิทไม่ได้ระบุชื่อเหยื่อ แต่เป็นประโยคสั้นๆ ที่ทำให้นิติพยาธิหนุ่มผู้เยือกเย็นถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
*— หมอครับ... ศพต่อไป เตรียมตัวให้พร้อมนะ -*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในจิตใจที่บิดเบี้ยวนี้ด้วยกันนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับฆาตกรรมไร้เงา•ตอนที่ 2
โปรไฟล์เลอร์นอกรีต
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับฆาตกรรมไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
