ความเงียบงันที่ทาบทับอยู่หน้าบานประตูห้องนอนกว้างขวางในเพนต์เฮาส์หรูหราใจกลางกรุงนั้น หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าแผ่นเหล็กกล้า บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานประตูไม่ได้ทำให้คีรินเพียงแค่ประหลาดใจ ทว่ามันคือประกายไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่งให้มอดไหม้ในพริบตา ร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มขยับกายบังขวางทางเข้าไว้ทันที แววตาดิบเถื่อนที่เคยทอประกายความเร่าร้อนเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นและคมกริบดั่งใบมีดโกน
"คุณมาทำอะไรที่นี่... วาริน"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของคีรินเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต ขณะที่เรนซึ่งยืนอยู่ภายในห้องสะดุดลมหายใจกึก ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมอาบน้ำเนื้อนุ่มถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เมื่อได้ยินชื่อของศัตรูคู่อาฆาตที่เธอตามสืบมาตลอดชีวิตก้าวเข้ามาเหยียบถึงถิ่นของคีริน วารินแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษและความเย่อหยิ่งเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ เขากวาดสายตาผ่านไหล่กว้างของคีรินเข้ามาด้านใน ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างของหญิงสาว
"ผมก็แค่แวะมาทักทายเพื่อนเก่า... และมาดูว่า 'ของเล่น' ชิ้นใหม่ของคุณคีริน จะราคาแพงสมคำร่ำลือหรือเปล่า" วารินเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน ก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตโดยไม่รอการอนุญาต
คีรินไม่ขยับถอย เขาใช้ร่างกายของตนเองปิดกั้นการมองเห็นของอีกฝ่ายอย่างมิดชิด บรรยากาศรอบตัวของมาเฟียหนุ่มตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ "ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่แกจะมาเดินพล่อยๆ วาริน ไสหัวออกไปก่อนที่ฉันจะสั่งให้ลูกน้องหิ้วปีกแกโยนลงจากตึกนี้"
"ใจร้อนเสียจริง... คีริน" วารินหัวเราะในลำคออย่างไม่เกรงกลัว "ฉันแค่อยากมาเตือนด้วยความหวังดี ว่าระวังงูพิษที่คุณเก็บไว้ข้างกาย จะแว้งกัดเข้าสักวัน... โดยเฉพาะเรื่องที่คุณพยายามซ่อนไว้ในห้องทำงานชั้นใต้ดินนั่น"
สิ้นคำพูดนั้น แววตาของคีรินก็วับโรจน์ด้วยความกรรเกรี้ยวอย่างถึงขีดสุด มือหนาข้างที่กำหมัดแน่จนเส้นเลือดปูดโปนพุ่งเข้ากระชากคอเสื้อของวารินในเสี้ยววินาที แรงปะทะที่รุนแรงทำให้ผนังห้องสั่นสะเทือนเล็กน้อย ทว่าวารินกลับยังคงรอยยิ้มเยาะเย้ยไว้บนใบหน้าได้อย่างน่าหมั่นไส้
"ไสหัวไป!" คีรินคำรามต่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวเปี่ยมด้วยโทสะ
ผ่านไปชั่วอึดใจใหญ่ วารินจึงยอมยกมือขึ้นเชิงยอมจำนนเล็กน้อย ก่อนจะผละตัวออกแล้วก้าวถอยหลังช้าๆ "ก็ได้ๆ ผมไปก็ได้... แต่จำคำผมไว้ให้ดี คีริน ความลับไม่มีในโลกหรอกนะ"
เมื่อร่างของวารินลับสายตาไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังสนั่น คีรินยืนนิ่งค้างอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะหันขวับกลับมามองเรนที่ยืนตัวเกร็งอยู่กลางห้อง แววตาของเขาดุดันและเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ยังไม่ได้เอ่ยออกมา เรนพยายามควบคุมลมหายใจของตนเองให้เป็นปกติที่สุด แม้หัวใจจะเต้นรัวระเร็วดั่งกลองศึก
"อย่าก้าวล้ำเข้ามาในเขตที่เธอไม่ควรอยู่ รินรดา" คีรินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ก่อนที่เขาจะสาวเท้าเดินออกจากห้องไปอย่างไร้คำอธิบาย ทิ้งให้เธอยืนอยู่ลำพังท่ามกลางความอ้างว้างและคำถามที่ค้างคา
ทว่า... ความเย็นชาของคีรินไม่ได้ทำให้เรนล้มเลิกความตั้งใจ ในเมื่อเสือร้ายอย่างเขาเผลอเปิดช่องว่างให้เธอได้หายใจเข้าออกอย่างอิสระชั่วขณะ นี่คือโอกาสเดียวที่เธอจะไขปริศนาที่ถูกฝังกลบไว้
เมื่อมั่นใจว่าคีรินลงไปจัดการธุระด้านล่างและไม่อาจกลับขึ้นมาได้ในเร็ว
เรนตัดสินใจก้าวออกจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ปลายเท้าเปลือยเปล่าเหยียบลงบนพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้สุ้มเสียง เป้าหมายของเธอไม่ใช่ทางออก แต่คือห้องทำงานส่วนตัวของคีริน—สถานที่ที่วารินเพิ่งเอ่ยถึงเมื่อครู่
ความมืดสลัวภายในห้องทำงานกว้างขวางถูกแต่ง and ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อแข็งสีเข้ม กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและกาแฟคั่วเข้มยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เรนกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่น นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยแต่ยังคงมั่นคง เธอเริ่มค้นหาเบาะแสจากลิ้นชักทุกช่องที่ถูกล็อกไว้ด้วยรหัสผ่าน
ติ๊ด... ติ๊ด... เสียงกดปุ่มดิจิทัลเบาหวิว
เรนใช้ความทรงจำและร่องรอยการกดแป้นพิมพ์ที่เธอเคยแอบสังเกตคีรินทำบ่อยครั้ง จนกระทั่ง... แกร็ก! ลิ้นชักลับใต้โต๊ะทำงานดีดตัวออกด้วยกลไกอัตโนมัติ
ลมหายใจของเรนสะดุดกึกเมื่อก้มลงมองสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในนั้น มันไม่ใช่เอกสารทางธุรกิจหรือสัญญาเงินกู้มหาศาลอย่างที่เธอคาดคิด แต่กลับเป็นแฟ้มหนังสีดำเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่ง ที่มุมปกมีรอยคราบสีน้ำตาลเข้มคล้ายรอยเลือดแห้งกรังจางๆ
มือบางหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง เปิดหน้าแรกออกอย่างช้าๆ แสงไฟสลัวจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาพอให้เห็นตัวอักษรและรูปถ่ายที่ถูกแปะเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ
ภาพถ่ายใบแรก... คือภาพของครอบครัวอบอุ่นคู่หนึ่ง พ่อ แม่ และเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังแย้มยิ้มอย่างมีความสุข ท่ามกลางสวนดอกไม้ร่มรื่นในอดีต
เรนรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดเข้าที่กลางกระหม่อม ภาพตรงหน้าทำให้ขอบตาร้อนผ่าว ร่างกายชาดิกจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ภาพนั้น... คือภาพครอบครัวของเธอเอง! ครอบครัวที่ถูกทำลายย่อยยับด้วยน้ำมือของคนที่เธอคิดมาตลอดว่าเป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน
"ไม่จริง..." เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากที่สั่นเทา น้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาคู่สวยก่อนจะไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
เธอกวาดสายตาอ่านข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือดิบกระด้างแต่หนักแน่นในหน้าถัดไป บันทึกการสืบสวน รายชื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และ... ชื่อของ 'คีริน' ที่ถูกวงด้วยหมึกสีแดงฉาน พร้อมข้อความตัวโตที่เขียนทับไว้ว่า
*'เป้าหมายหลักในการชำระแค้น'*
ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าอกจนเธอแทบกระอักเลือด ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอกลืนกินความรู้สึกผิดและปล่อยให้ตัวเองตกเป็นของเล่นในกำมือของซาตานอย่างเขา ด้วยความเข้าใจว่าเขาคือผู้บริสุทธิ์ที่เข้ามาช่วยชีวิต แต่แท้จริงแล้ว... เขาคือคนที่กุมความลับทั้งหมด และอาจเป็นผู้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตเธอตั้งแต่แรกเริ่ม
เรนกำแผ่นกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ความแค้นที่เคยถูกกดทับไว้ใต้ความเยือกเย็น ปะทุขึ้นมาราวกับลาวาใต้พิภพที่รอวันระเบิด
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะพลิกไปดูหน้าถัดไปเพื่อค้นหาความจริงว่าใครคือผู้สั่งการตัวจริง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูก็ทำเอาหัวใจเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม
แกร็ก... เสียงลูกบิดประตูกำลังถูกหมุนช้าๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคีรินที่ก้าวเข้ามาในความมืด ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่ไม่อาจคาดเดาได้แม้แต่น้อย
"หาของที่เธออยากเจอ... เจอหรือยังล่ะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่ากดดันจนแทบหยุดหายใจ
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
ดีลเลอร์มือฉมังกับนักพนันไร้แต้ม•ตอนที่ 4
รอยร้าวในความมืด
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือฉมังกับนักพนันไร้แต้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!