“ข้าบอกให้วางถ้วยยาลง ไม่เช่นนั้น... ข้าจะถือว่าเจ้าเลือกทางตายที่ทรมานที่สุด”
เสียงแหบพร่าทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ดังขึ้นในความมืดสลัว หลี่ซูเหยาค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่กลิ่นอายของโรงพยาบาลที่คุ้นเคย แต่เป็นกลิ่นไม้ผุ กลิ่นฝุ่นคลุ้ง และกลิ่นสนิมเหล็กที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เธอขยับกายอย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับถูกเข็มเงินนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นประสาทพร้อมกัน
ตรงหน้าเธอ หญิงรับใช้ในชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบสีมอซอผู้หนึ่งกำลังถือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขุ่นไว้ในมือ ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว สั่นสะท้านจนน้ำยาสีดำขุ่นในถ้วยกระเพื่อมเป็นวงคลื่น
“คุณหนูใหญ่ ท่านมันก็แค่สตรีที่ถูกเนรเทศมาตายในเรือนร้างแห่งนี้ ดื่มยาเสียเถิด นายท่านสั่งไว้ว่าหากท่านตาย... พวกเราถึงจะได้กลับจวน!” บ่าวรับใช้ตะคอก มือที่ถือถ้วยยาเอื้อมเข้ามาใกล้
หลี่ซูเหยาพยายามรวบรวมสติ ทักษะการเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งที่ผ่านการผ่าตัดมานับพันครั้งสอนให้เธอรู้ว่า ‘การนิ่งสงบ’ คืออาวุธที่ดีที่สุดในสถานการณ์วิกฤต เธอเบนสายตาจ้องมองถ้วยยาในมือนาง ลำคอของเธอแห้งผากทว่าสมองกลับทำงานแจ่มชัด กลิ่นสมุนไพรในนั้นมีความฉุนของรากต้นจี๋หยางและกลิ่นหอมหวานเอียนของดอกราตรี ซึ่งเป็นพิษที่ทำลายระบบประสาทอย่างช้าๆ
“เจ้ากล้าสังหารคนตระกูลหลี่หรือ?” หลี่ซูเหยาเค้นเสียงถาม แม้น้ำเสียงจะอ่อนแรง ทว่ากลับมีอำนาจแฝงอยู่ในที แววตาของเธอคมกริบดุจมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนจุดอ่อนของมนุษย์
บ่าวรับใช้ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้ม “ตระกูลหลี่หรือ? ใครๆ ก็รู้ว่าท่านถูกตัดชื่อออกจากผังตระกูลตั้งแต่วันที่ถูกส่งมาที่นี่แล้ว ดื่มเข้าไป!”
นางพุ่งตัวเข้ามาหมายจะกรอกยาลงคอ หลี่ซูเหยาไม่ได้กรีดร้อง เธอใช้จังหวะที่หัวใจเต้นรัวด้วยอะดรีนาลีน ขยับตัวหลบไปด้านข้างอย่างคล่องแคล่วเกินกว่าที่ร่างกายป่วยไข้ควรจะทำได้ มือเรียวบางคว้าเข้าที่ข้อมือของบ่าวรับใช้คนนั้นแล้วบิดอย่างแรงด้วยองศาที่แม่นยำตามหลักกายวิภาค
“อ๊าก!” เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นถนัดหู ถ้วยยาหล่นลงพื้นกระเบื้องแตกกระจาย กลิ่นฉุนของพิษตลบอบอวลไปทั่วห้อง
หลี่ซูเหยาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอคว้าเศษกระเบื้องที่คมกริบขึ้นมาจ่อที่หลอดลมของหญิงสาวผู้นั้น แรงกดที่พอดิบพอดีทำให้บ่าวคนนั้นตัวแข็งทื่อ รูม่านตาขยายกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“ยาพิษนี้ถ้าข้าตาย เจ้าจะได้รับรางวัลเท่าไหร่กัน? ทองคำร้อยตำลึง หรือแค่คำสัญญาปากเปล่าที่จะได้กลับจวน?” น้ำเสียงของซูเหยาเย็นชาดุจน้ำแข็ง “หากเจ้าไม่บอกความจริง เดี๋ยวนี้... ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่า การตายโดยที่ยังไม่ทันได้ลิ้มรสพิษนั้นมันน่าสยดสยองเพียงใด”
ดวงตาของเธอในยามนี้ไม่ใช่ดวงตาของคุณหนูผู้ต่ำต้อยที่พวกเขารู้จัก แต่เป็นดวงตาของนักล่าที่มองทะลุถึงก้นบึ้งของจิตใจ บ่าวรับใช้หลั่งน้ำตาออกมาด้วยความกลัว “ข้า... ข้าแค่ทำตามคำสั่ง... ฮูหยินรอง... เป็นฮูหยินรองที่สั่ง!”
หลี่ซูเหยาลดมือลงเล็กน้อย ในใจกำลังเรียบเรียงเหตุการณ์... *ฮูหยินรอง... ตระกูลหลี่... การเนรเทศ* ข้อมูลเหล่านี้ค่อยๆ ประกอบเข้าหากันราวกับชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่สมบูรณ์ เธอไม่ได้อยู่ที่เดิมอีกต่อไป แต่นี่คือโลกที่ชีวิตคนมีค่าดั่งผักปลา และเธอกลายเป็นหมากตัวสำคัญในเกมชิงอำนาจที่กำลังจะปะทุ
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะเค้นถามต่อ ประตูกระดานไม้เก่าๆ ก็ถูกถีบออกอย่างแรง บานประตูแตกกระจายกระเด็นไปคนละทิศละทาง ชายชุดดำสวมหน้ากากเหล็กรูปอสูรปรากฏกายขึ้นท่ามกลางฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจาย เขาไม่ได้มีท่าทีรีบร้อน แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาทำให้ห้องทั้งห้องดูเล็กลงถนัดตา
เขาก้าวเข้ามาด้วยจังหวะที่มั่นคง แววตาดุจพยัคฆ์ใต้หน้ากากนั้นกวาดมองร่างของคุณหนูผู้ถูกเนรเทศที่ยืนตัวเปื้อนฝุ่นแต่กลับสงบนิ่งราวกับหินผา ก่อนจะหยุดลงที่บ่าวรับใช้ที่นอนสั่นอยู่แทบเท้า
“ในเมื่อสุนัขรับใช้ทำงานพลาด...” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ แต่กระดูกสันหลังของหลี่ซูเหยากลับเย็นวาบ “หน้าที่นี้คงต้องให้ข้าลงมือเอง”
เขากระชับดาบในมือมั่น แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องเพดานตกกระทบลงบนใบดาบเผยให้เห็นคราบเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งทำให้บรรยากาศภายในเรือนร้างแห่งนี้กลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อมไปในทันที หลี่ซูเหยารู้ดีว่าความตายกำลังก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง... ไม่ใช่จากยาพิษ แต่จากบุรุษผู้กุมอำนาจการสังหารที่เพิ่งย่างกรายเข้ามา
เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อสังหารบ่าวรับใช้... เขามาเพื่อสังหาร ‘เธอ’
หลี่ซูเหยาสูดลมหายใจลึก เผชิญหน้ากับดวงตาคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในมือจะมีเพียงเศษกระเบื้องแตกๆ เพียงชิ้นเดียวก็ตาม
“ท่านเป็นใคร...” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าชายผู้นั้นกลับหยุดนิ่ง สายตาของเขาเปลี่ยนจากความสังหารเป็นความสงสัยชั่วขณะ เมื่อเห็นแววตาที่ไม่มีความหวาดหวั่นของสตรีตรงหน้า
เขายกมือขึ้นช้าๆ ปลดหน้ากากเหล็กออก เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรที่ถูกแกะสลักจากหินผา ทว่าแฝงไปด้วยรอยแผลเป็นลึกที่แก้มซ้าย ซึ่งไม่อาจลดทอนความน่าเกรงขามของเขาสมเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้ไร้พ่ายแห่งราชวงศ์เฉินไปได้
“คนที่จะส่งเจ้าไปสู่ปรโลกอย่างไรล่ะ...” อ๋องเฉินอี้เฟยเอ่ยขึ้นก่อนจะตวัดดาบพาดผ่านลำคอของบ่าวรับใช้จนสิ้นใจในพริบตา เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนพื้นไม้เก่าๆ ก่อนที่เขาจะหันปลายดาบมาจ่อที่ลำคอระหงของซูเหยา “แต่ก่อนหน้านั้น... บอกข้ามาว่า เจ้าคือใครกันแน่... หลี่ซูเหยา?”
หวังว่าบทเปิดตัวนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและอยากติดตามชะตากรรมของซูเหยาต่อไปนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเมฆหมอกสีชมพูในนิยายเรื่องนี้นะคะ
หัตถ์ศัลย์พลิกชะตา หงส์เหนือบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 1
ฟื้นจากความตายใต้เรือนเก่า
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์ศัลย์พลิกชะตา หงส์เหนือบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
