"ถ้าพี่จะเอาเงินสามหมื่นนี่ไปโปะหนี้ดอกลอยให้มันจบๆ ไปล่ะก็... เอาหัวฉันไปฟาดกับกำแพงร้านยังจะง่ายกว่าเลย!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนเศษฝุ่นบนหลังตู้เย็นสั่นไหว ฟ้าใสยืนตัวสั่นเทา ดวงตาคู่สวยที่ปกติมักจะฉายแววดุดันและพร้อมจะชี้นิ้วด่ากราดใครก็ตามที่กล้าเข้ามาหาเรื่องในร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ยามนี้กลับแดงก่ำ รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้สุดชีวิต มือเรียวที่เคยจับไขควงและหัวแร้งบัดกรีอย่างมั่นคง กลับกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขาวซีด
คินน์ชะงักมือที่กำลังจะหยิบกระเป๋าเงินแบรนด์เนมราคาหลักแสนที่ซุกไว้ใต้โต๊ะทำงานเก่าๆ เขามองภาพหญิงสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นแม้แต่ในวันที่ร้านเกือบจะถูกยึด ยามนี้เธอกลับยืนห่อไหล่ ไหล่บางสั่นสะท้อนอย่างน่าเวทนา
ภายในห้องซ่อมคอมพิวเตอร์คับแคบหลังร้าน กลิ่นน้ำยาประสานบัดกรีและฝุ่นผงอิเล็กทรอนิกส์ลอยอบอวล บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของคนทั้งคู่ คินน์ค่อยๆ วางกระเป๋าลงช้าๆ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่เขาถูกระบบมหาเศรษฐีตบหน้าด้วยการยึดบัตรเครดิตทั้งหมดแล้วปล่อยให้ใช้ชีวิตด้วยเงินเดือนระดับยาจก คินน์เรียนรู้ความยากลำบากของโลกใบนี้ผ่านสายตาของฟ้าใส เธอคือคนที่ด่าเขาเช้าเย็น คือคนที่บังคับให้เขากินข้าวแกงถุงละสิบบาท และคือคนเดียวที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาในวันที่ตระกูลใหญ่ประกาศตัดหางปล่อยวัด
นี่เป็นครั้งแรก... ที่เขาได้เห็นรอยร้าวเบื้องหลังเกราะป้องกันอันแข็งGแกร่งของเธอ
"เรื่องมันเท่าไหร่" คินน์เอ่ยถาม เสียงของเขาเรียบสนิท แต่แววตาคมกริบกลับทอประกายความดุดันที่ซ่อนเร้นมานาน อดีต CEO ผู้เคยสั่งปลดบอร์ดบริหารด้วยปลายนิ้วกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง
"มันไม่ใช่เรื่องของนาย! นายมันก็แค่ไอ้คุณชายตกอับที่ฉันต้องคอยหาข้าวกรอกปากอยู่ทุกวัน ไม่ได้มีปัญญาแม้แต่จะจ่ายค่าเช่าร้านด้วยซ้ำ จะเอาปัญญาที่ไหนมาช่วย!" ฟ้าใสหวีดร้องออกมาทั้งน้ำตา เสียงของเธอกลั้นสะื้นจนน่าสงสาร เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ อย่างหัวเสีย "พ่อฉัน... พ่อฉันไปค้ำประกันเงินกู้ให้ญาติเฮงซวยคนนั้นอีกแล้ว ตอนนี้เจ้าหนี้มันมาแปะป้ายประกาศขายบ้านที่ต่างจังหวัดแล้ว นายเข้าใจไหมคินน์ บ้านที่ฉันโตมา แม่ฉันเคยนอนป่วยอยู่ที่นั่น... ฉันไม่มีปัญญาแม้แต่จะปกป้องบ้านหลังสุดท้ายไว้ด้วยซ้ำ!"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลพรั่งพรู ทำให้คินน์นิ่งงันไปชั่วขณะ
ภาพของหญิงสาวผู้ห้าวหาญที่คอยถือประแจไล่ตะردลูกค้าปากเสีย ยามนี้กลับเหลือเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่กำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าลำพัง ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก มันไม่ใช่ความเวทนา แต่มันคือความเดือดดาลอย่างรุนแรง ความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านต่อไอ้พวกเวรตะไลที่กล้าทำให้ผู้หญิงคนนี้ต้องร้องไห้
คินน์ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาก้าวเท้าเข้าไปหาฟ้าใสอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความตกใจของหญิงสาวที่ถอยหลังไปจนติดชั้นวางอะไหล่คอมพิวเตอร์ มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวที่กำลังสั่นเทาเอาไว้เบาๆ แต่ออกแรงพอที่จะรั้งไม่ให้เธอก้าวหนี
"มองหน้าฉัน, ฟ้าใส" คินน์เอื้อมมืออีกข้างขึ้นเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างเบามือสัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยของพ่อ ่หนุ่มปากร้ายทำเอาฟ้าใสชะงักงัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เธอลืมร้องไห้ไปชั่วขณะ
"นะ... นายทำบ้าอะไรของ..."
"ฟังให้ดีนะ" คินน์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มที่เปื้อนคราบน้ำตา น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่เสียงของชายหนุ่มตกอับผู้ไร้ทางสู้ แต่มันคือเสียงของพญาอินทรีที่กำลังคำราม "เธอเลี้ยงดูฉัน ให้ที่ซุกหัวนอน ให้ข้าวฉันกิน และทนดูความงี่เง่าของฉันมาเป็นเดือน... ถึงเวลาที่ฉันจะต้องทวงคืนความยุติธรรมให้บ้านหลังนั้นบ้างแล้ว"
"แต่นั่นมันหนี้ตั้งแปดแสนนะคินน์! นายจะเอาปัญญาที่ไหนไปจ..."
คำพูดของฟ้าใสถูกกลืนหายไปเมื่อคินน์หยิบสมาร์ตโฟนราคาถูกเครื่องเก่าออกมาจากกระเป๋ากางเกง หน้าจอแตกๆ ร้าวๆ แสดงแอปพลิเคชันธนาคารสีดำสนิท ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซลับของระบบมหาเศรษฐีที่ถูกปลดล็อกฉุกเฉิน นิ้วเรียวกดรหัสผ่านอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
ปิ๊ป! เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของคินน์
[ตรวจพบสถานการณ์ฉุกเฉินระดับความสำคัญสูงสุด: คู่ชีวิต/ผู้มีพระคุณเผชิญวิกฤตการเงิน]
[ระบบทำการปลดล็อกวงเงินสำรองฉุกเฉิน "Black Titanium Unlimited" เป็นการชั่วคราว]
[ท่านสามารถใช้จ่ายได้ไม่จำกัดจำนวนเงิน เพื่อความสะใจและความสุขของตัวละครหลัก]
คินน์ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และอำนาจมืดฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลาจนฟ้าใสถึงกับขนหัวลุก
"แปดแสนเหรอ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะกดโอนเงินผ่านระบบออนไลน์ด้วยความเร็วสูง "สำหรับคนอื่นมันคือเงินก้อนโต แต่สำหรับฉัน... มันเป็นแค่ค่าขนมเด็กอนุบาลเท่านั้นแหละ"
ติ๊ง! เสียงข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าดังสนั่นมาจากโทรศัพท์มือถือเก่าๆ ของฟ้าใสที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน หน้าจอแสดงยอดเงินคงเหลือที่พุ่งทะยานจากศูนย์บาท ขึ้นไปแตะหลัก "สิบล้านบาท" ภายในพริบตาเดียว!
ฟ้าใสตาค้าง สมองของเธอหยุดทำงานไปชั่วขณะ เธอมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับใบหน้าของคินน์ที่กำลังยืนกอดอกด้วยท่าทางสบายๆ
"นะ... นี่มัน... นายไปปล้นธนาคารที่ไหนมาวะเนี่ย!" ฟ้าใสอุทานออกมาเสียงหลง ลืมตัวหลุดคำหยาบออกมาด้วยความช็อกตาค้าง
"ฉันไม่ได้ปล้น แค่ดึงเงินในกระเป๋าหลังมาใช้คืนพวกที่มารังแกคนของฉันก็เท่านั้น" คินน์ยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น เขายื่นมือไปหยิบกุญแจรถกระบะเก่าๆ ของฟ้าใสที่แขวนอยู่บนผนังมาถือไว้ "หยิบกระเป๋าสตางค์ซะฟ้าใส... วันนี้เราจะไปช็อปปิ้งกันหน่อย"
"ช็อปปิ้งอะไรวะ! บ้านจะถูกยึดอยู่แล้วนะเว้ย!"
"ใครบอกว่าจะให้ยึด" คินน์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกราบทอประกายคมกริบราวกับคมมีด "เราจะไปซื้อตึกที่เจ้าหนี้มันปล่อยกู้ แล้วไล่ตะردพวกมันออกจากพื้นที่ พร้อมกับเซ็นโอนบ้านคืนให้พ่อของเธอแบบสดๆ ร้อนๆ ในวันนี้เลย!"
ฟ้าใสยืนอึ้ง พูดไม่ออกบอกไม่ถูก สมองของเธอกำลังประมวลผลไม่ทันกับความบ้าคลั่งของพ่อหนุ่มตรงหน้า แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากท้วงติงอะไรร่างสูงก็คว้ามือเธอแล้วออกแรงดึงให้เดินตามออกจากร้านทันที
เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์รถกระบะเก่าๆ ดังกระหึ่มขึ้นที่หน้าร้าน พร้อมกับฝุ่นควันตลบอบอวล ทว่าในขณะที่คินน์กำลังจะเหยียบคลัตช์เพื่อพุ่งทะยานออกไปแก้แค้นให้สาสม โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของฟ้าใสก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาอีกครั้ง
เบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้นบนหน้าจอ...
ฟ้าใสกดรับด้วยมือที่ยังสั่นเทา เสียงปลายสายกรีดร้องโวยวายด้วยความตกใจกลัวดังลอดออกมาจนคินน์ได้ยินอย่างชัดเจน
"ยัยฟ้าใส! แกไปเอาเงินมาจากไหนวะ! ทำไมจู่ๆ เจ้าหนี้รายใหญ่ถึงโทรมาบอกว่า 'มีเศรษฐีซื้อหนี้ทั้งหมดของบ้านเราไปหมดแล้วแถมยังสั่งให้เรากราบขอขมาพวกแกโขกหัวสามครั้งไม่งั้นจะฟ้องล้มละลายยึดโคตรเหง้า' พวกแกไปทำอะไรลงไปวะ!"
ฟ้าใสชะביงค้าง หันขวับไปมองหน้าคินน์ที่นั่งยิ้มกริ่มอยู่หลังพวงมาลัยรถกระบะเก่าๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์เหนือชั้น
คินน์หันมาสบตาเธอ พางยักคิ้วให้อย่างกวนประสาท ก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนสั่นสะท้อนไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
"นั่งแน่นๆ นะครับเด็กดื้อ... เกมแก้แค้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความเจ้าเล่ห์ของพ่อหนุ่มอดีตเศรษฐีคนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด•ตอนที่ 19
ฟ้าใสจอมดุผู้มีมุมอ่อนโยน
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!