"คำพิพากษาของตระกูลผมอย่างนั้นหรือ?"
ศิลาทวนคำพลางหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในถังเหล้า เขามองจ้องชายแปลกหน้าในเงามืดของห้องสมุดเก่าแก่ สายตาของเขาไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย ทว่ามือที่ถือรูปถ่ายใบนั้นกลับบีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
"คุณพูดเหมือนกับว่าความตายของครอบครัวผมเป็นเพียงตัวหมากในกระดานที่คุณเล่นสนุกมาตลอดหลายปี" ศิลาเอ่ยต่อ น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน
ชายผู้นั้นขยับตัวเข้าหาแสงไฟเพียงเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่ดูแคลน "ศิลา คุณเป็นคนฉลาด แต่ความฉลาดมักจะพาคนเราไปสู่จุดจบที่คาดไม่ถึงเสมอ... รินรดาไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คุณคิด และสิ่งที่คุณกำลังพยายามขุดคุ้ย มันอาจจะไม่ใช่ความจริง แต่มันคือหลุมศพของคุณเอง"
ทันใดนั้น เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังศิลาแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับแสงวาบของเหล็กเย็นเยียบที่พุ่งเข้าใส่ลำคอของเขา ศิลาเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แรงปะทะจากคมมีดกรีดเข้าที่ต้นแขนซ้ายจนเลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปตามผนังห้อง
"อั่ก!"
ศิลาทรุดลงกับพื้น ความเจ็บปวดแล่นพล่านราวกับไฟเผา ร่างของมือสังหารในชุดดำสนิทเงื้อมีดขึ้นอีกครั้ง หมายจะปลิดชีพเขาในคราวเดียว ศิลาใช้เท้าถีบโต๊ะไม้โอ๊กให้ล้มลงเพื่อขวางทาง ทว่าความอ่อนแรงจากอาการเสียเลือดเริ่มทำให้วิสัยทัศน์ของเขาพร่ามัว
'นี่หรือคือสิ่งที่รินรดารู้มาตลอด?' คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขาขณะที่เขากลิ้งตัวหลบคมมีดที่จ้วงแทงลงมายังจุดที่เขานอนอยู่เมื่อครู่
"แก... ใครส่งแกมา?" ศิลาเค้นเสียงถาม มือขวากุมแผลที่แขนแน่น เลือดอุ่นๆ ไหลซึมผ่านร่องนิ้วไม่หยุด
มือสังหารไม่ตอบ มันเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาแขวนผนังที่เดินไปอย่างเนิบช้าก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "คนตายไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อเพชฌฆาตหรอกครับศิลา"
ศิลาอาศัยจังหวะที่มือสังหารชะงัก พุ่งตัวเข้าใส่ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย เขากระแทกศอกเข้าที่ซี่โครงของอีกฝ่ายจนมันเซถอยหลัง ก่อนจะฉวยโอกาสคว้าแจกันเซรามิกบนโต๊ะข้างๆ ฟาดเข้าที่ขมับของผู้บุกรุกจนมันร่วงลงไปกองกับพื้น ทว่าในจังหวะนั้นเอง เขากลับสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่จ่ออยู่ตรงท้ายทอย
"คุณพลาดแล้วศิลา" เสียงที่คุ้นเคย... เสียงของคนที่เขาไว้วางใจที่สุดดังขึ้นจากด้านหลัง
ศิลาค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือรินรดา เธอยืนอยู่ตรงนั้น ในมือของเธอถือปืนพกกระบอกเล็กที่เขามอบให้เธอไว้เพื่อป้องกันตัว แต่ทว่ากระบอกปืนนั้นกลับเล็งมาที่หน้าอกของเขาด้วยความนิ่งสนิท
"รินรดา... นี่มันหมายความว่ายังไง?" ศิลาพยายามรักษาสติ แม้ความเจ็บปวดจากการเสียเลือดจะทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง
ดวงตาของรินรดาที่เคยมีแต่ความอ่อนโยน กลับว่างเปล่าเหมือนคนไร้วิญญาณ "ฉันบอกคุณแล้วไงศิลา ว่าสิ่งที่อยู่ในรูปนั้นคือคำพิพากษา... และคุณคือคนสุดท้ายที่ต้องชดใช้แทนบรรพบุรุษของคุณ"
เธอกดไกปืนเบาๆ เสียงปืนดังสนั่นก้องห้องโถงกว้าง ศิลารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกระแทกเข้าที่หน้าอกอย่างจัง แรงปะทะนั้นส่งร่างของเขากระเด็นไปกระแทกกับชั้นหนังสือเก่าจนล้มระเนระนาด กลิ่นหนังสือเก่าคลุกเคล้ากับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
เขานอนหายใจหอบอยู่บนพื้น กลิ่นอายความตายเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ เขาเห็นรินรดาเดินเข้ามาใกล้ๆ เธอทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เขา มือบางแตะที่บาดแผลของเขาเบาๆ ก่อนจะกระซิบที่ข้างหู
"ขอโทษนะศิลา แต่นี่เป็นทางเดียวที่ฉันจะรอดไปจากอัครเดชได้... และมันก็เป็นทางเดียวที่จะทำให้คุณหยุดสืบเรื่องนี้เสียที"
เธอลุกขึ้นเดินจากไปทิ้งให้ศิลานอนจมกองเลือดอยู่เพียงลำพัง ทว่าก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา รองเท้าหนังขัดเงาที่เขาจำได้ดีว่าเป็นของใคร
"น่าสงสารจริงๆ..." เสียงของอัครเดชดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่มองลงมายังร่างที่ไร้ทางสู้ของศิลา "คุณอยากรู้นักไม่ใช่หรือว่าพ่อแม่ของคุณตายอย่างไร วันนี้คุณจะได้พบกับพวกเขาแล้ว... แต่ก่อนจะไป ผมมีอีกเรื่องที่จะบอกคุณ"
อัครเดชโน้มตัวลงมาจนใบหน้าเกือบชิดกับหน้าของศิลา แล้วกระซิบความจริงที่ทำลายหัวใจของเขาให้แหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี
"คนที่สั่งฆ่าพ่อแม่คุณในคืนนั้น... ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน แต่คือรินรดาที่เพิ่งเดินจากไปเมื่อครู่นี้เองครับ"
ดวงตาของศิลาเบิกโพลงขึ้นทันที ความเจ็บปวดทางกายดูเล็กน้อยไปถนัดตาเมื่อเทียบกับความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายคว้าข้อมือของอัครเดชไว้แน่น พร้อมกับหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งที่เขาแอบซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อออกมา... มันคือระเบิดแสงขนาดเล็กที่เขาเตรียมไว้เป็นแผนสำรองเสมอ
"งั้นเรามาจบเรื่องนี้ไปด้วยกันเถอะครับ..."
นิ้วชี้ของเขาแตะลงบนสลักระเบิดที่พร้อมจะเปลี่ยนห้องนี้ให้กลายเป็นนรกไปพร้อมกับเขาและศัตรู
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่เข้มข้นที่สุดของนิยายเรื่องนี้ หวังว่าทุกท่านจะคอยลุ้นไปกับศิลาในตอนต่อไปนะครับ
กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 29
บาดแผลที่ไม่มีวันหาย
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!