"ถ้าเธอก้าวเข้าไปในนั้นแล้ว... ประตูที่เปิดออกจะไม่มีวันปิดลงได้อีก รินรดา เธอเข้าใจความหมายของคำว่า 'จุดจบ' ดีพอหรือยัง?"
ศิลาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวฉาบใบหน้าคมเข้มของเขาให้ดูดุดันและเย็นชา รินรดานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แววตาของเธอสั่นไหวเพียงครู่ก่อนจะแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม
"ฉันเข้าใจมากกว่าใครศิลา" เสียงของเธอราบเรียบ หากทว่าหนักแน่นราวกับผาหิน "ครอบครัวของฉันไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ เช่นเดียวกับที่ครอบครัวของนายไม่ได้ถูกลบเลือนไปเพราะโชคชะตา... อัครเดชมันคิดว่าเราเป็นแค่เศษเสี้ยวของอดีตที่มันเหยียบขยี้ทิ้งได้ แต่ถ้าฉันต้องกลายเป็น 'รอยร้าว' ที่ทำให้ปราสาทที่สร้างจากเลือดของมันถล่มลงมา ฉันก็พร้อมจะทำ"
ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างของเขาทาบลงบนร่างของหญิงสาวราวกับจะปกป้องและตอกย้ำในเวลาเดียวกัน เขาหยิบอุปกรณ์ขนาดจิ๋วที่ดูเหมือนเครื่องประดับชิ้นหนึ่งวางลงบนโต๊ะ
"ในงานเลี้ยงการกุศลคืนพรุ่งนี้ อัครเดชจะเก็บตัวอยู่ในห้องนิรภัยชั้นใต้ดินเพียงลำพังหลังจบพิธีเปิด รหัสผ่านเปลี่ยนทุกสิบห้านาที แต่มันมีจุดอ่อนหนึ่ง... มันมักจะเผลอทิ้งรอยนิ้วมือไว้บนกุญแจสำรองที่วางอยู่ข้างกระถางบอนไซนำเข้าจากญี่ปุ่น" ศิลาหยุดเว้นจังหวะ สายตาคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดา "รินรดา อย่าไว้ใจใคร แม้แต่เงาของตัวเองในห้องนั้น"
รินรดาคว้าอุปกรณ์ชิ้นนั้นขึ้นมา เก็บมันไว้ในกระเป๋าคลัทช์ใบเล็ก "นายเองก็เหมือนกันศิลา... อย่าลืมว่าตอนนี้อัครเดชไม่ได้มองแค่นาย แต่มันเริ่มส่งคนมาสะกดรอยตามฉันแล้ว"
บทสนทนาจบลงด้วยความเงียบงันที่กดดันประหนึ่งอากาศในห้องถูกสูบออกจนหมดสิ้น ศิลาหันหลังกลับไปมองภาพถ่ายเก่าๆ บนผนัง ภาพที่เขาเก็บงำความแค้นไว้ใต้รอยยิ้มจอมปลอมมานานแรมปี
วันต่อมา... แสงไฟระยิบระยับในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์อัครเดชช่างตัดกับความโสมมที่ซ่อนอยู่ใต้พรมราคาแพง รินรดาปรากฏตัวในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มที่ดูสูงศักดิ์ เธอเดินแทรกตัวผ่านกลุ่มนักธุรกิจที่กำลังแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในวงสนทนา สายตาของเธอจับจ้องไปที่อัครเดช ซึ่งกำลังหัวเราะร่ากับแขกเหรื่อด้วยท่าทางเปี่ยมเมตตา
'นักบุญผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บ' รินรดาสบถในใจ ก่อนจะอาศัยจังหวะที่บอดี้การ์ดคนสนิทของอัครเดชหันไปรับสายโทรศัพท์ลึกลับ เธอก้าวฉับๆ ตรงไปยังระเบียงสวนด้านหลังที่เชื่อมต่อกับโถงชั้นใต้ดิน
หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองศึก เมื่อผ่านพ้นประตูเหล็กกล้าชั้นแรกเข้าไป กลิ่นอายความอับชื้นและกลิ่นคาวสนิมจางๆ ก็ปะทะจมูก ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับงานเลี้ยงการกุศล แต่มันคือสุสานของความลับที่อัครเดชพยายามกลบฝัง
เธอหยิบอุปกรณ์ที่ศิลาให้มาออกเตรียมพร้อม ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังก็ดังขึ้นจากทางเดินเบื้องหลัง รินรดารีบหลบหลังเสาต้นใหญ่ ลมหายใจของเธอติดขัดเมื่อเห็นอัครเดชเดินเข้ามาพร้อมกับชายลึกลับในชุดดำสนิท ทั้งสองหยุดลงหน้ากระถางบอนไซที่ศิลาเตือนไว้
"ของที่แกต้องการ... อยู่ในเซฟนั่น" เสียงอัครเดชแหบพร่าแต่ทรงอำนาจ "แต่ข้าเตือนไว้ก่อน ถ้าไอ้หนุ่มนั่นมันตามกลิ่นมาเจอ อย่าได้ละเว้น... ทั้งมัน และ 'ผู้หญิง' ของมัน"
รินรดาเกร็งมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เมื่อชายชุดดำหันกลับมาทางจุดที่เธอซ่อนตัว แสงไฟสลัวจากช่องระบายอากาศพาดผ่านใบหน้าของชายผู้นั้น... รินรดาแทบหยุดหายใจ ใบหน้านั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่มันคือ 'ศิลา' อีกคนที่มีชีวิตอยู่เบื้องหลังรอยร้าวขององค์กร!
ทว่าในวินาทีนั้นเอง อุปกรณ์ในมือของรินรดากลับส่งเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังสะท้อนไปทั่วห้องโถง อัครเดชแสยะยิ้มกว้างหันมาทางเสาที่เธอหลบอยู่ "หนูตัวน้อยติดกับ... จับตัวมันมาให้ข้า!"
ความมืดมิดในโถงทางเดินเริ่มบีบอัดเข้ามา รินรดาไม่มีทางเลือกอื่น เธอตัดสินใจวิ่งพุ่งเข้าหาประตูนิรภัยแทนที่จะหนีออกทางเดิม เพราะนั่นคือทางรอดเดียวที่ศิลาวางหมากไว้... หรือบางที นี่อาจเป็นหมากที่เธอกำลังถูกศิลาหลอกใช้อยู่กันแน่?
จอมยุทธ์เสื้อแพรขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 18
สายสืบในรอยร้าว
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!