“หากเจ้าเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่นั่น เพียงเพราะต้องการพิสูจน์ความจริงที่ไม่มีใครต้องการ สัญญาที่เจ้าให้ไว้กับข้า... มันก็เป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ความหมาย ไม่ใช่หรือศิลา?”
รินรดากล่าวถ้อยคำเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ มือบางของเธอสั่นระริกขณะวางลงบนปกเสื้อที่เต็มไปด้วยรอยยับยู่ยี่ของเขา ภายในห้องทำงานที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ อากาศรอบข้างดูเหมือนจะเบาบางลงทุกขณะ ราวกับว่าออกซิเจนถูกสูบหายไปพร้อมกับความตึงเครียดที่ถาโถมเข้ามา
ศิลาไม่ได้ตอบในทันที เขาทำเพียงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินที่ไร้ความรู้สึก ทว่าแววตาที่ปกติเคยเรียบเฉยกลับไหวระริกเหมือนเปลวเทียนที่ถูกพายุโหมกระหน่ำ เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นกุมมือของรินรดาเอาไว้ สัมผัสจากปลายนิ้วของเธอคือสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวให้เขาไม่หลุดลอยไปในความมืดมิดที่ชื่อว่า 'ความแค้น'
“อัครเดชไม่ใช่คนที่จะเล่นตามกติกา” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แหบพร่า “มันเปลี่ยนทุกคนรอบตัวข้าให้กลายเป็นเบี้ยในกระดานของมัน... แต่ริน... เจ้าไม่ใช่เบี้ย และข้าก็ไม่มีวันยอมให้เจ้าจบสิ้นพร้อมกับแผนการสกปรกของมัน”
“ถ้าเช่นนั้น ก็จงอย่าไป” เธอกลั้นเสียงสะอื้น “กลับหลังหัน แล้วทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่ เราสองคน... เริ่มต้นใหม่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักเรา ไม่มีอดีต ไม่มีเงามายา มีเพียงเรา...”
ศิลาแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ปนเปไปด้วยความขมขื่น “เราต่างรู้ดีว่านั่นคือเรื่องโกหกที่สวยงามที่สุดเท่าที่ข้าเคยได้ยินมา อดีตไม่ได้ไล่ตามเรา แต่มันฝังรากอยู่ในกระดูกของเราแล้วริน หากข้าไม่จบเรื่องนี้วันนี้... วันข้างหน้า เจ้าก็จะเป็นเพียงเป้าหมายต่อไปของมัน”
เขาก้าวเข้าไปใกล้จนหน้าผากของทั้งสองจรดกัน ความอบอุ่นที่ส่งผ่านกันและกันเป็นดั่งเครื่องยืนยันถึงชีวิตที่ยังคงเหลืออยู่ ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับต้องการจดจำกลิ่นกายจางๆ ของเธอไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณ
“ฟังข้านะ” เขาเน้นย้ำทีละคำ “ชีวิตของข้าเดิมพันด้วยหนี้เลือดที่ยังไม่ได้ชำระ แต่หัวใจของข้า... ฝากไว้ที่เจ้า หากข้าตายในที่ที่ไม่มีใครพบเห็น จงรู้ไว้ว่าข้าตายในฐานะคนที่ได้รักเจ้า ไม่ใช่ในฐานะคนตายที่รอวันแก้แค้น”
“ข้าไม่ต้องการคำคมหรือคำสารภาพรักในวาระสุดท้ายศิลา!” รินรดาผละออก จ้องมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ “ข้าต้องการสัญญา... สัญญาว่าเจ้าจะกลับมา ถึงแม้จะเหลือเพียงลมหายใจสุดท้าย ถึงแม้จะต้องคลานกลับมา แต่เจ้าต้องกลับมาหาข้า!”
ศิลาเงียบไปครู่ใหญ่ เขามองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำใสๆ ของหญิงสาวเบื้องหน้า ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยออกมาอย่างช้าๆ การกระทำที่ดูเรียบง่ายแต่มันกลับเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของชายผู้เย็นชาอย่างเขา
“ข้าให้สัญญา” ศิลาเอ่ยเสียงหนักแน่น “ไม่ว่าขุมนรกจะลึกเพียงใด ไม่ว่าคมดาบของอัครเดชจะอาบยาพิษร้ายกาจแค่ไหน ข้าจะกลับมา... กลับมาหาเจ้าคนเดียวเท่านั้น ริน”
รินรดาเกี่ยวเกี่ยวนิ้วก้อยของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ชายผู้นี้จะสลายกลายเป็นเพียงเงามายาที่ไม่มีวันคว้าถึง ทว่าทันใดนั้น ความเงียบสงัดของห้องทำงานก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นหน้าประตู เสียงเคาะประตูสามครั้งที่ฟังดูจังหวะไม่เป็นมิตรดังขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของคนภายนอกที่คุ้นหูจนน่าขนลุก
“คุณศิลาครับ...” เสียงของอัครเดชแว่วเข้ามา แม้จะเป็นเพียงการพูดผ่านบานประตู แต่กลับเย็นยะเยือกจนน่าสะพรึงกลัว “ผมเกรงว่าเวลาแห่งการร่ำลาของคุณจะหมดลงแล้ว... คนของผมกำลังรอที่จะมอบ ‘ของขวัญ’ ชิ้นสุดท้ายให้คุณอยู่ด้านล่างนะครับ”
ศิลาชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีด เขาสะบัดมือจากรินรดาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบปืนพกกระบอกเก่าออกจากลิ้นชักลับใต้โต๊ะทำงาน รินรดามองการกระทำนั้นด้วยใจที่หล่นวูบ ราวกับกำลังเห็นชายที่เธอรักก้าวเท้าเข้าสู่ความตายด้วยมือของเขาเอง
“รอข้าที่นี่” ศิลากระซิบสั้นๆ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปที่ประตู
“ศิลา!” รินรดาร้องเรียกเขาไว้ในจังหวะที่มือของเขากำลังจะแตะลูกบิดประตู เขาหยุดกึกแต่ไม่หันกลับมา “ถ้าเจ้าเปิดประตูออกไปแล้ว... เจ้าจะไม่ได้เจอคนเดิมอีกต่อไป สิ่งที่รอเจ้าอยู่ข้างนอกนั้นไม่ใช่แค่การต่อสู้ แต่มันคือกับดักที่เจ้าเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง!”
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะส่งออกมาได้ “ข้ารู้... และข้าก็ตั้งใจมาเพื่อ ‘ติดกับดัก’ นี้โดยเฉพาะ”
เขาผลักประตูออกไปอย่างแรง ทว่าสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ปืนของอัครเดช แต่เป็นร่างของชายชราในชุดสูทสีเทาที่ยืนนิ่งสงบอยู่ตรงทางเดิน แสงไฟสลัวจากเพดานทำให้นัยน์ตาของชายชราคนนั้นดูคล้ายกับเหวที่ไร้ก้นบึ้ง ศิลาชะงักงันเมื่อเห็นใบหน้าที่เขาพยายามลืมเลือนมาตลอดหลายปี
“สวัสดี... ลูกชาย” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาศิลาถึงกับมือสั่น “เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า อัครเดชคือคนเดียวที่บงการเกมกระดานนี้... ผิดถนัดเลย ศิลา”
จอมยุทธ์เสื้อแพรขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษาสัญญาใจต่อกันมาถึงตอนที่ 51 นี้ด้วยนะครับ
กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 51
คำสัญญาสุดท้าย
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!