กลิ่นหอมกรุ่นของใบยาสูบราคาแพงคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกายดิบเถื่อนของผู้ชายที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จทั่วทั้งอาณาจักรไร่อ้อยแห่งนี้ เสียงแค่นหัวเราะในลำคอของคาร์ลอส ภูวดล ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะไม้สักทองส่องกระทบใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งประสบการณ์และอำนาจ ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจดจ้องมองร่างบางที่ยืนสั่นเทิ้มแต่พยายามฝืนยืนหยัดอย่างเต็มกำลังอยู่เบื้องหน้า
มัทนากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความหวาดกลัว เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองกลับมาด้วยความแข็งกร้าว ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจมืดที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาแม้แต่น้อย
"มองฉันด้วยสายตาแบบนั้นอีกสิครับ, มัทนา" เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังราวกับสัตว์ป่ากำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม "ดวงตาที่ดื้อรั้นคู่เดิม... มันช่างน่ารังแกให้แหลکคามือเสียจริง"
"คุณไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้ คาร์ลอส!" มัทนารวบรวมความกล้าทั้งหมดตะคอกกลับ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีอันสูงส่งที่เธอไม่มีวันยอมก้มหัวให้ "ฉันมาที่นี่เพื่อใช้หนี้ ไม่ใช่เพื่อมาเป็นทาสทางอารมณ์ของคุณ!"
คาร์ลอสหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น กลิ่นอายความเป็นชายและความร้อนรุ่มจากร่างกายของเขาแผ่ซ้ำเติมความตึงเครียดในอากาศให้พุ่งสูงขึ้นไปอีกขั้น ฝ่ามือหนาหยาบกร้านเอื้อมออกไปอย่างไร้การAcknowledge จับคางมนของเธอให้เงยขึ้นบังคับให้สบตา
"ทาสทางอารมณ์งั้นเหรอ?" คาร์ลอสยิ้มเยาะที่มุมปาก นิ้วโป้งหยาบไล้เบาๆ บนริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก "จำไว้, มัทนา... บนผืนแผ่นดินนี้ ไม่มีใครสั่งฉันได้ และยิ่งเธอดื้อรั้นใส่ฉันมากเท่าไหร่ ราคาที่เธอต้องจ่ายมันก็ยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น"
มัทนาสะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุมอย่างแรงด้วยความถือดี แต่คาร์ลอสกลับไวatกว่า เขาคว้าข้อมือบางทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนที่แขนอีกข้างจะโอบเอวคอดกิ่วรวบเข้าหาลำตัวจนแนบชิด แรงปะทะระหว่างความแข็งแกร่งของเขากับความอ่อนนุ่มของเธอทำให้ลมหายใจของมัทนาสะดุดกึก
ความเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิวเมื่อร่างของทั้งสองแนบสนิทกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง หัวใจของมัทนาเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกเริ่มถูกแผดเผาด้วยความปรารถนาอันลึกซึ้งที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด แรงดึงดูดระหว่างขั้วอำนาจและศักดิ์ศรีมันรุนแรงจนน่ากลัว
"ปล่อยฉันนะ..." เสียงของเธอเบาหวิวลงเมื่อใบหน้าของเขาโน้มต่ำลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกลิ่นยาสูบเป่ารดข้างแก้ม
"ปากดีแบบนี้... ต้องโดนทำโทษให้เข็ดหลาบเสียให้เข็ด"
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากหนาก็ก้มลงประกบจูบปิดกลีบปากนุ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว การจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศิตและการครอบครองอันดิบเถื่อน รสจูบหนักหน่วง ร้อนแรง และกวาดต้อนลมหายใจของเธอไปจนหมดสิ้น มัทนาพยายามเม้มปากแน่นและเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งที่บีบกรามของเธอทำให้เธอต้องเผยอริมฝีปากออกด้วยความจำยอม
ลิ้นร้อนล้ำลึกรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความพ่ายแพ้และเสน่หาตีรวนอยู่ในอก มัทนาครางประท้วงในลำคอ ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวเริ่มอ่อนยวบยาบลงอย่างน่าสมเพช สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและสะโพกกลมกลึงปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเธอให้ตื่นขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
ความซาบซ่านแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อคาร์ลอสอุ้มร่างบางขึ้นจนเท้าลอยจากพื้นโดยไม่ต้องออกแรงมากนัก เขาก้าวเดินไปที่โซฟาตัวใหญ่กลางห้องแล้ววางเธอลง164อย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ร่างสูงตามทาบทับลงมาทันที พันธนาการเธอไว้ใต้ร่างหนาที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลัง
มือหนาลากไล้ผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา สัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาทำเอาผิวเนื้อของมัทนากรีดร้องด้วยความเสียวซ่าน เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียงครางที่จ่ออยู่ริมฝีปาก แต่คาร์ลอสกลับไม่ยอมให้เธอซ่อนตัวตน
"ร้องออกมาสิ, มัทนา... ปล่อยเสียงครางหวานๆ ของเธอให้ฉันฟังคนเดียว" เขาพกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู รอรุกเร้าด้วยจูบพรมซับไปตามซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงกุหลาบประทับตราจอง
สัมผัสที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนดำเนินไปท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของคนทั้งคู่ ความโกรธแค้นในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่แผดเผาจนสติสัมปชัญญะพร่าเลือน มัทนาแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามอย่างเผลอไผล มือเรียวที่เคยทุบอกเขาเปลี่ยนเป็นจิกกำไหล่กว้างของเขาแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่โถมซัดเข้ามาไม่ขาดสาย ในห้วงเวลานี้ ไม่มีอีกแล้วซึ่งความถือดี มีเพียงความหิวกระหายทางอารมณ์ที่หลอมรวมพวกเขาทั้งสองเข้าไว้ด้วยกันอย่างไม่มีทางหลีกหนี
ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
คาร์ลอสหยุดการเคลื่อนไหวทันที ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวับวับ แววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงสวาทเมื่อครู่กลับกลายเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งในพริบตา เขาผละออกจากร่างของมัทนาที่กำลังหอบหายใจสะท้าน ปรับเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว
"เฮียครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงของลูกน้องคนสนิทตะโกนลอดเข้ามาจากนอกประตูด้วยน้ำร้อนรน "เสี่ยทรงวุฒิพาคนบุกเข้ามาถึงหน้าเขตไร่แล้วครับ มันบอกว่ามาทวงของที่ควรจะเป็นของมัน!"
ดวงตาของคาร์ลอสวาวโรจน์ขึ้นมาทันที เขาก้มมองมัทนาที่กำลังดึงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยใบหน้าแดงก่ำ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ทำเอาขนลุกซู่
"อยู่รอฉันที่นี่... เกมสนุกๆ ระหว่างฉันกับเธอยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ห้วงเสน่หาอันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ — ธานินทร์แดนเถื่อน
กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย•ตอนที่ 5
ดวงตาดื้อรั้น
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!