เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของลูกน้องเสี่ยทรงวุฒิที่ดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของคาร์ลอส ภูวดล ตึงเครียดราวกับเส้นลวดที่ถูกขึงจนถึงขีดจำกัด แรงสั่นสะเทือนจากการกระแทกกระทั้นที่บานไม้สักทองหนาหนักสะท้อนเข้ามาถึงโสตประสาท ย้ำเตือนให้มัทนารู้ว่าเวลานั้นหมดลงแล้ว หมาป่ากำลังยืนอยู่หน้าประตู และเธอกำลังยืนอยู่บนปากเหอวที่ไร้ซึ่งทางถอย
"มัท! แกอยู่ในนั้นใช่ไหม เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงของรินรดาที่ตะโกนปนสะอื้นหวาดกลัวดังลอดเข้ามาจากอีกฟากหนึ่ง ยิ่งทำให้ร่างบางของมัทนาสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก เธอมองหน้าชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินแกรนิต ดวงตาคมกริบทอประกายเยือกเย็นและดุดันราวกับพญาราชสีห์ที่กำลังมองดูเหยื่อดิ้นรนในกรงขัง
คาร์ลอสไม่แม้แต่จะชายตามองไปที่ประตูห้อง เขาย่างสามขุมเข้าประชิดร่างบางที่ถอยหลังก้นชนกับขอบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำและเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่แผดเผาจนน่ากลัว มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้แน่นด้วยแรงบีบที่หนักหน่วงจนกระดูกแทบร้าว แต่ไร้ซึ่งความเจ็บปวดใดจะเทียบเท่ากับความจริงที่ว่า... ชะตากรรมของเธอกำลังจะถูกกำหนดด้วยเงื่อนไขของเขา
"เลือกเอา มัทนา" เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกครั้ง คาร์ลอสโน้มใบหน้าคมคายลงมาจนชิดริมฝีปากหยักลึก ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายบุรุษเพศแผ่ซ่านอยู่รอบตัวเขา "จะออกไปให้ไอ้ทรงวุฒิลากตัวไปย่ำยีตามสันดานดิบของมัน หรือจะยอมอยู่ตรงนี้... ในฐานะผู้หญิงของฉัน"
น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้มเนียน มัทนาขบเม้มริมฝีปากจนห่อเลือด ความหยิ่งทะนงและศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องมาตลอดชีวิตกำลังแหลกสลายคามือของชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในไร่อ้อยแห่งนี้ แต่ภาพของเสี่ยทรงวุฒิที่เธอรู้ดีว่าชั่วช้าสามานย์แค่ไหน ทำให้เธอไม่มีทางเลือกอื่น ท่ามกลางเสียงทุบประตูดังสนั่นราวกับแผ่นดินไหว เธอก็หลับตาลงแล้วพยักหน้ารับช้าๆ อย่างจำนนต่อโชคชะตา
"ฉัน... ยอม" เสียงหวานสั่นเครือหลุดลอดออกมาจากลำคอแห้งผาก
รอยยิ้มพึงใจปรากฏขึ้นที่มุมปากของเจ้าพ่อไร่อ้อยทันที มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ได้ครอบครองสิ่งที่ต้องการ ชั่วพริบตาเดียว คาร์ลอสก็ตวัดแขนรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิดติดกับแผงอกกว้าง ก่อนจะก้าวฉับๆ พาเธอหายเข้าไปในห้องพักผ่อนส่วนตัวด้านใน พร้อมกับที่เสียงพังประตูดังโครมใหญ่จากด้านนอก!
ประตูกั้นระหว่างโลกภายนอกกับโลกส่วนตัวของเขาปิดสนิทลง ล็อกกลอนแน่นหนาด้วยมือของเจ้าของอาณาจักร ความมืดสลัวภายในห้องพักผ่อนถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางกับความตึงเครียดที่ยังคงค้างคาในอากาศ มัทนาถูกผลักลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์นุ่มหนา ร่างกายของเธอยังคงสั่นเทาจากการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่
คาร์ลอสตามติดขึ้นมาคร่อมทับร่างบางไว้ทันที น้ำหนักตัวที่ทาบทับลงมาทำให้มัทนารู้สึกราวกับถูกตรึงไว้ใต้ภูเขาหินผา ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววหวาดหวั่นระคนดื้อรั้น เขายกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนออกอย่างช้าๆ สัมผัสนั้นทั้งหยาบกร้านและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน จนทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ
"จำคำพูดของเธอไว้ให้ดี มัทนา..." เสียงทุบประตูห้องด้านนอกยังคงดังอื้ออึงเข้ามาเบาๆ แต่คาร์ลอสกลับไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย เขาก้มลงกระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุบต่ำแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงขับทางอารมณ์ "เมื่อก้าวเข้ามาอยู่ในอาณาเขตของฉันแล้ว... เธอไม่มีวันได้กลับออกไปในฐานะคนเดิมอีก"
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากหนาก็กดทับลงมาบด1ขยี้ริมฝีปากอิ่มของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจ มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศิตและการครอบครอง มัทนาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะเบือนหน้าหนีและทุบอกกว้างเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของชายหนุ่ม
คาร์ลอสใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเดียวตรึงไว้อย่างมั่นคง ส่วนมืออีกข้างลูบไล้ไปตามแนวลำคอระหงลงมาถึงเนินอกอิ่มผ่านเนื้อผ้าชุดทำงานที่แนบเนื้อ ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผดเผาจนผิว</code>
กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย•ตอนที่ 15
ก้าวแรกสู่วังวนสวาท
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!