กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้คาร์ลอส ภูวดล สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเจ้าพ่อไร่อ้อยผู้นี้เต้นผิดจังหวะจนแทบจะหยุดนิ่ง คือความว่างเปล่าที่อยู่ตรงหน้า บนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่เคยมีร่างนุ่มนิ่มของมัทนาทอดกายอยู่ บัดนี้เหลือเพียงรอยยับย่นของผ้าปูที่นอนสีเข้มและกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ที่เริ่มจางหายไป
“มัทนา!”
เสียงคำรามต่ำในลำคอดังขึ้นราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกพรากอาณาเขต คาร์ลอสกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนตามแนวแขนแกร่ง เขากวาดสายตามองไปรอบห้องที่ดูเหมือนจะผ่านการต่อสู้มาอย่างหนัก คราบเลือดสดๆ ที่เปรอะเปื้อนอยู่บนหมอนข้างไม่ได้บอกเขาว่ามันเป็นเลือดของใคร แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญว่า ‘เมียรัก’ ของเขาถูกพาตัวไปในขณะที่เขากำลังจัดการกับไอ้พวกสวะที่บังอาจบุกรุกเข้ามาในเขตไร่ของเขา
เขากระชากเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปื้อนคราบเลือดทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี แผงอกกำยำเต็มไปด้วยรอยสักและร่องรอยของการผ่านศึกสงครามเผยออกมาภายใต้แสงไฟสลัว เขาก้าวเดินออกจากห้องนอนด้วยใบหน้าที่เย็นชาจนน่าสะพรึงกลัว ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวซาตานฉายแววอาฆาตมาดร้ายถึงขีดสุด
“นายครับ... พวกมันตัดวงจรกล้องวงจรปิดทิ้งทั้งหมด คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือคนในที่รู้มุมอับของกล้องดี” ลูกน้องคนสนิทก้าวเข้ามารายงานด้วยท่าทางประหม่า เพราะเขารู้ดีว่าหากคาร์ลอสโกรธถึงขีดสุด สิ่งที่ตามมาคือพายุแห่งความตาย
“คนในงั้นหรือ...” คาร์ลอสเหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความขบขันแม้แต่น้อย แต่เต็มไปด้วยความอำมหิต “ไปเรียกคนของกูมาให้หมด ใครที่สงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สั่งให้มันมาคุกเข่ารออยู่ลานดินหน้าไร่ ถ้ามัทนาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บ... กูจะถลกหนังพวกมันทุกคนสดๆ!”
ในขณะที่มัทนาตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง แสงสว่างจ้าจากหลอดไฟนีออนสาดส่องลงมายังใบหน้าของเธอ ความเจ็บปวดที่ท้ายทอยยังคงแล่นริ้ว เธอพยายามขยับข้อมือแต่กลับพบว่ามันถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนที่ผูกติดกับเก้าอี้ไม้เก่าๆ ในโกดังร้างที่ไหนสักแห่ง
“ฟื้นแล้วเหรอแม่นกน้อยของเฮียทรงวุฒิ”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูทำให้มัทนาเบิกตากว้าง เธอเห็นชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าอิ่มเอิบด้วยกิเลสยืนจิบไวน์ราคาแพงอยู่ไม่ไกล สายตาของเสี่ยทรงวุฒิมองสำรวจเรือนร่างของเธอด้วยความกระหาย มันคือสายตาที่ทำให้มัทนารู้สึกขยะแขยงยิ่งกว่าถูกงูพิษเลื้อยผ่าน
“แก... แกทำแบบนี้ทำไม!” มัทนาเค้นเสียงด่าทอ พยายามดึงรั้งพันธนาการให้หลุดออก แต่ยิ่งทำก็ยิ่งเจ็บ
“ทำไมงั้นรึ?” เสี่ยทรงวุฒิหัวเราะร่วน ก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนมัทนาได้กลิ่นสุราแรงๆ จากตัวเขา “ฉันเบื่อที่ต้องเห็นของสวยๆ งามๆ ไปอยู่ในมือของไอ้คาร์ลอส วันนี้มันมัวแต่ไปวุ่นวายกับการเก็บกวาดขยะในไร่ มันคงคิดไม่ถึงหรอกว่าฉันจะย้อนเกล็ดมันด้วยวิธีนี้... วิธีที่จะทำให้มันเจ็บปวดเจียนตายไปตลอดชีวิต”
“คุณไม่มีวันชนะเขา” มัทนาเชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะหวาดหวั่น แต่ศักดิ์ศรีของเธอไม่ได้ยอมสยบให้คนชั่ว “คาร์ลอสจะตามล่าคุณจนสุดหลุมฝังศพ และเมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้คุณเอาเงินทั้งชีวิตมาแลก คุณก็ไม่มีวันได้เห็นแม้แต่เงาของเขา!”
เสี่ยทรงวุฒิกระตุกยิ้ม ก่อนจะใช้นิ้วหยาบกร้านเชยคางมัทนาขึ้น “ดี! ปากเก่งแบบนี้แหละที่ฉันชอบ คอยดูเถอะ... พอฉันได้ครอบครองร่างกายเธอจนหนำใจ แล้วเอาภาพคืนความสุขพวกนี้ไปส่งให้มันดูว่าเมียรักของมัน ‘สนุก’ แค่ไหน คาร์ลอสผู้ยิ่งใหญ่จะกลายเป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ที่ไม่มีทางเงยหน้ามองใครได้อีก!”
เขากระชากเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกก่อนจะโยนทิ้งไปข้างๆ แล้วโน้มตัวลงมาหาหญิงสาวที่ไร้ทางสู้ มัทนาพยายามเบี่ยงหน้าหนี พลางนึกถึงสัมผัสอันร้อนแรงและดุดันของคาร์ลอสที่เคยโอบกอดเธอไว้ในยามค่ำคืน ความแค้นและแรงโหยหาผสมปนเปอยู่ในอก เธอภาวนาขอให้เขามาช่วย... แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็กลัวว่าเขาจะต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพราะเธอ
ทันใดนั้น เสียงปืนนัดเดียวก็ดังสนั่นก้องโกดัง!
เสี่ยทรงวุฒิชะงัก ร่างหนาที่กำลังจะเข้าถึงตัวมัทนาเริ่มสั่นเทา ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ทรุดลงไปกองกับพื้น เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนถือปืนกระบอกดำสนิทอยู่หน้าประตูโกดัง
คาร์ลอสยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีเข้มของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น เขาเดินตรงเข้ามาหาเสี่ยทรงวุฒิด้วยท่าทางของราชสีห์ที่กำลังขย้ำเหยื่อ เขาเตะร่างของเสี่ยทรงวุฒิกระเด็นไปคนละทางก่อนจะหันมามองมัทนา สายตาที่เคยดุดันกลับอ่อนแสงลงเมื่อเห็นรอยถลอกบนใบหน้าของเธอ แต่ความเย็นเยียบยังคงแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
เขากระชากโซ่ที่ล่ามข้อมือเธอออกด้วยมือเปล่าอย่างเด็ดขาด ก่อนจะรวบร่างของเธอเข้ามากอดไว้แน่นจนเธอแทบหายใจไม่ออก
“ถ้าวันนี้กูมาไม่ทัน... มึงเตรียมตัวตายได้เลย แต่การตายที่มึงจะได้รับ มันจะดูเบาไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่กูจะทำต่อจากนี้!” คาร์ลอสประกาศกร้าวพร้อมกับหันไปมองกลุ่มลูกน้องของเสี่ยทรงวุฒิที่เพิ่งจะวิ่งกรูกันเข้ามา
เขาก้มลงมากระซิบที่ข้างหูมัทนา เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ “หลับตาซะมัทนา... อย่ามองสิ่งที่พวกมันจะต้องเจอ ต่อจากนี้ไปมันไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่มันคือการประกาศศักดาว่าใครที่บังอาจแตะต้องของๆ กู... จุดจบของมันจะมีเพียงนรกเท่านั้น”
ยังไม่ทันที่มัทนาจะได้เปล่งเสียงถามอะไรออกมา ประตูโกดังด้านหลังก็พังครืนลงมาอีกครั้ง พร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำที่คุ้นตา... พวกมันไม่ใช่คนของเสี่ยทรงวุฒิ และไม่ใช่คนของคาร์ลอส... แต่เป็นกลุ่มคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่ห้าปีก่อน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในความมืดมิดและเร่าร้อนไปกับผมนะครับ ท่านผู้อ่านที่รัก
ธานินทร์แดนเถื่อน
กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย•ตอนที่ 33
ความคลั่งของซาตาน
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!