รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส•ตอนที่ 32

เส้นทางสู่ความจริง

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"ถ้าคุณยังขับรถเร็วแบบนี้ เราคงได้ไปสืบเรื่องความจริงที่ปรโลกก่อนจะถึงตัวคนร้ายแน่ค่ะ ภาคิน" รินรดากระชับเข็มขัดนิรภัยแน่น สายตาจดจ้องไปยังถนนสายรองที่มุ่งหน้าสู่เขตชนบทห่างไกล แสงไฟหน้ารถคันหรูแหวกผ่านความมืดมิดของคืนเดือนมืดราวกับมีดกรีดผ่านผืนผ้ากำมะหยี่สีดำสนิท เธอไม่ได้มองหน้าเขา แต่น้ำเสียงที่ราบเรียบนั้นสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความกดดันที่สะสมมาตลอดหลายชั่วโมง ภาคินไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงแต่หมุนพวงมาลัยหักหลบหลุมบ่อบนถนนลูกรังด้วยความชำนาญ มือหนาที่วางอยู่บนพวงมาลัยมีเส้นเลือดปูดนูนเล็กน้อยบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ถูกกดทับอยู่ภายใน เขาเงียบ... ความเงียบที่รินรดาเกลียดชังพอๆ กับกลัว เพราะมันคือเกราะกำบังที่ทำให้เขาดูห่างเหินและลึกลับเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมถึง "คุณกลัวเหรอ ริน?" เขาถามขึ้นในที่สุด เสียงทุ้มต่ำแทรกผ่านความเงียบเหมือนน้ำเสียงที่ผ่านการกรองมาอย่างดี "ไม่ได้กลัวตายค่ะ แต่กลัวว่าถ้าเราไปถึงที่นั่นแล้ว สิ่งที่พบมันจะทำลายทุกอย่างที่คุณพยายามปกป้องมาตลอด" เธอหันไปสบตาเขา แสงไฟจากแผงหน้าปัดรถสะท้อนให้เห็นแววตาที่หนักแน่นของเขา มันเป็นสายตาที่ไร้ซึ่งความลังเล แต่น่าเศร้าที่ความเด็ดเดี่ยวของเขามักจะนำพามาซึ่งความเจ็บปวดเสมอ รถเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตหมู่บ้านเล็กๆ ที่ถูกทิ้งร้าง รายล้อมด้วยทุ่งนาสีน้ำตาลแห้งแล้งและแนวป่ารกชัฏ บ้านไม้เก่าคร่ำคร่าหลายหลังดูเหมือนพร้อมจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อหากมีลมพัดผ่าน ภาคินดับเครื่องยนต์ ความเงียบสงัดเข้าโอบล้อมรถคันหรูในทันที เสียงเครื่องยนต์ที่ค่อยๆ เย็นลงดังเปรี๊ยะๆ ผสมกับเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดร้องระงม "เบาะหลังมีกระเป๋าอุปกรณ์ ลงไปได้แล้ว" เขาออกคำสั่งพลางเอื้อมหยิบไฟฉายกระบอกใหญ่ออกมาจากช่องเก็บของ รินรดาขยับกายลงจากรถ กลิ่นดินเปียกชื้นผสมกลิ่นสาบของต้นไม้ลอยแตะจมูก เธอเดินตามหลังเขาไปตามทางเดินแคบๆ ที่มีหญ้าขึ้นสูงระดับเข่า บรรยากาศที่นี่ดูเหมือนเวลากำลังหยุดนิ่ง มีเพียงร่องรอยของอดีตที่ฝังตัวอยู่ใต้ชั้นฝุ่นหนา ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่า ที่นี่แหละ คือจุดเริ่มต้นของ 'รอยร้าว' ทั้งหมด พวกเขาหยุดลงที่บ้านไม้หลังสุดท้ายที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ริมบึงน้ำ ภาคินใช้ไฟฉายส่องเข้าไปยังบานประตูที่คล้องกุญแจสนิมเขรอะเอาไว้ เขามองไปรอบๆ ก่อนจะหยิบเครื่องมือขนาดเล็กในกระเป๋าออกมาจัดการกับแม่กุญแจอย่างชำนาญ "คุณหัดทำเรื่องพวกนี้มาจากไหน?" รินรดากอดอกแน่น สายตาจับจ้องไปที่มือของเขา "ความจำเป็นสอนให้คนเรียนรู้ที่จะเปิดประตูที่คนอื่นอยากปิดตายค่ะ" เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะออกแรงบิดเพียงครั้งเดียว กุญแจก็หลุดออกจากหูคล้องประตู เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดตอนที่ประตูเปิดออกทำเอาหัวใจของรินรดากระตุกวาบ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นของกระดาษเก่าโชยออกมาทันที ภาคินก้าวเข้าไปก่อน เขาหยิบไฟฉายส่องไปยังใจกลางห้อง ห้องนั้นว่างเปล่า มีเพียงโต๊ะเขียนหนังสือเก่าๆ ตัวหนึ่งและร่องรอยของเอกสารที่ถูกเผาทำลายไปเกือบหมด รินรดาเดินไปที่โต๊ะ เธอสังเกตเห็นลิ้นชักที่ถูกดึงออกมาครึ่งหนึ่ง ด้านในมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งซ่อนอยู่ เธอหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะค่อยๆ เปิดอ่านหน้าแรกๆ "ภาคินคะ... นี่มัน..." เสียงของเธอขาดหายไปเมื่อดวงตาเห็นลายเซ็นที่คุ้นเคย ภาคินเดินเข้ามาใกล้ แสงไฟฉายส่องลงบนหน้ากระดาษ เขาชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม เขาไม่ได้ดูประหลาดใจ แต่ดูเหมือนคนที่รู้อยู่แล้วและกำลังรอเวลาให้ความจริงนี้ปรากฏออกมา "นั่นคือลายมือของพ่อคุณ รินรดา" เขาพูดช้าๆ "และมันคือเหตุผลว่าทำไมความจริงถึงไม่ได้หอมหวานอย่างที่คุณคิด" รินรดานิ่งงัน ราวกับถูกน้ำแข็งลูบผ่านหัวใจ บันทึกเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่หลักฐานการทุจริต แต่มันคือจดหมายลาตายของชายที่เธอเคารพรักที่สุดในชีวิต ข้อมูลในหน้าถัดไปทำให้เธอแทบหยุดหายใจ มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของคนในตระกูลของเธอเมื่อยี่สิบปีก่อน "ทำไม... ทำไมคุณถึงพาฉันมาที่นี่?" เธอเงยหน้าขึ้นถามเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ภาคินโน้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ สายตาที่อ่านยากคู่นั้นดูอ่อนลงเพียงชั่วครู่ "เพราะถ้าคุณไม่เห็นมันด้วยตาตัวเอง คุณก็จะไม่มีวันหยุดตามหาความจริงที่อาจฆ่าคุณให้ตายทั้งเป็น... เหมือนที่ฉันกำลังเป็นอยู่" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้โต้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกตัวบ้าน ตามมาด้วยแสงไฟฉายหลายดวงที่ส่องวาบเข้ามาทางหน้าต่างบานแคบทั้งสองฝั่งของผนังไม้ ภาคินถอยกรูดไปด้านหลังหนึ่งก้าว ใบหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยและดุดันอีกครั้ง "หมอบลง!" เขาตะโกนพร้อมกับคว้าตัวรินรดากดลงกับพื้นทันที ทว่าเสียงปืนหนึ่งนัดก็ดังขึ้นทันที พร้อมกับบานหน้าต่างไม้ที่แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ รินรดารู้สึกถึงแรงลมวูบที่ผ่านข้างแก้มไป และในวินาทีที่ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งหลังจากเสียงปืนสงบลง ประตูห้องที่ควรจะปิดสนิทก็ค่อยๆ แง้มออกช้าๆ พร้อมกับเงาร่างของชายคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามา... ชายที่รินรดาจำได้แม่นยำที่สุด แต่เขาควรจะตายไปตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว! "ยินดีต้อนรับสู่ความจริงที่พวกเธอพยายามจะขุดขึ้นมานะ... รินรดา" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและรอยร้าวในใจไปกับรินรดานะคะ ดาวตกคืนคริสต์มาสค่ะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%