“คุณจะเก็บมันไว้ทำไมคะ ในเมื่อคุณรู้อยู่เต็มอกว่าของชิ้นนี้ไม่มีค่าอะไรอีกแล้วนอกจากเศษเหล็กที่คอยตอกย้ำความผิดพลาด”
รินรดาวางกล่องดนตรีไม้แกะสลักเก่าคร่ำลงบนโต๊ะไม้โอ๊กจนเกิดเสียงดังสนั่น เธอไม่ได้หันไปมองภาคินที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างบานใหญ่ของบ้านพักตากอากาศในหุบเขา อากาศที่นี่เบาบางและหนาวเหน็บจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ แต่ความร้อนรุ่มในใจเธอกลับสวนทางกับอุณหภูมิภายนอกอย่างสิ้นเชิง
ภาคินไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ หมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องที่ใบหน้าของรินรดา นิ่งลึกราวกับผืนน้ำในคืนเดือนดับ ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ ของสนและยาสูบราคาแพงที่อบอวลอยู่รอบตัวเขา
“บางครั้ง รอยร้าวที่ดูเหมือนไม่มีค่า ก็เป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่บอกว่าเราเคยผ่านอะไรมาบ้าง” เสียงทุ้มต่ำของเขาราบเรียบ หากแต่แฝงไว้ด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้าที่เขามักจะซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็น “หรือคุณคิดว่าการทำลายทุกอย่างที่เคยพังทลายไปแล้วจะทำให้คุณนอนหลับได้สนิทขึ้น รินรดา?”
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอหันไปเผชิญหน้ากับเขา ระยะใกล้จนเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในแววตาของชายหนุ่ม “อย่าเอาความรู้สึกของตัวเองมาตัดสินชีวิตฉัน ภาคิน เราไม่ได้อยู่จุดเดียวกัน และฉันก็ไม่มีวันเข้าใจว่าทำไมคุณถึงยอมให้ตัวเองจมปลักอยู่กับซากปรักหักพังพวกนี้”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างของบ้านพักในหุบเขา มีเพียงเสียงฟืนในเตาผิงที่ปะทุเป็นระยะ ภาคินเอื้อมมือไปแตะที่ขอบกล่องดนตรี นิ้วเรียวยาวของเขาลูบไล้รอยแตกร้าวบนเนื้อไม้อย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังปลอบประโลมบาดแผลของใครบางคน—หรืออาจจะเป็นของตัวเอง
เขาสูดหายใจเข้าลึก “ยี่สิบปีที่แล้ว ที่นี่เคยเป็นที่ที่เงียบสงบที่สุด... ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปเพราะความทะเยอทะยานของคนบางคน” เขาเงยหน้าขึ้น สบตาเธออย่างตรงไปตรงมา “คุณรู้ไหม ทำไมผมถึงพาคุณมาที่นี่? ไม่ใช่เพื่อมาขุดคุ้ยความแค้น แต่เพื่อแสดงให้คุณเห็นว่า ต่อให้หุบเขานี้จะถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาเตอะแค่ไหน แต่ลึกลงไปภายใต้ผืนดิน ต้นไม้ยังคงมีชีวิต และรากของมันยังคงยึดเกาะกันไว้อย่างเหนียวแน่น”
รินรดานิ่งงัน หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของเขา ความเย็นชาที่ภาคินมักใช้เป็นเกราะกำบังดูจะร่วงหล่นลงเพียงชั่วครู่ เผยให้เห็นความโหยหาและความอ่อนแอที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น เธอเอื้อมมือออกไปโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วแตะที่หลังมือของเขาผ่านไม้เนื้อแข็งของกล่องดนตรี
“คุณอยากให้ฉันเห็นอะไรกันแน่?” เธอถาม เสียงของเธอแผ่วเบาจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ
ภาคินไม่ได้ดึงมือออก เขากลับคว่ำมือลงกุมมือของเธอไว้แน่น ผิวสัมผัสของเขาร้อนผ่าวจนรินรดาต้องชะงัก “ผมอยากให้คุณเห็นว่า เราสองคนไม่ได้ต่างกันหรอก รินรดา ทั้งคุณและผม เราต่างก็เป็นแค่เด็กที่ทำของเล่นชิ้นสำคัญพังไปเมื่อวันวาน และพยายามจะประกอบมันกลับคืนมาด้วยมือที่สั่นเทา”
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ ความโกรธเคืองที่เคยผลักดันให้ทั้งคู่เป็นศัตรูกันบัดนี้กลับกลายเปลี่ยนเป็นกระแสความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้ขยับขึ้นด้วยคำสัญญาหวานหู แต่มันขยับขึ้นด้วยการยอมรับในความเปราะบางของกันและกัน
ภาคินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าผากของเขาสัมผัสกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รินรดถึงผิวแก้ม รินรดาหลับตาลง เธอสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งในใจที่ค่อยๆ ผ่อนคลายลง ความรู้สึกผิดที่เธอเคยมีต่อความสูญเสียในอดีตเริ่มถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจ—ว่าบางที ความแค้นอาจไม่ใช่ทางออกเดียวของคนสองคนที่ต่างก็สูญเสียเหมือนกัน
“หากผมบอกว่าคนที่ทำลายทุกอย่างในวันนั้น ไม่ใช่คนอื่นคนไกล...” ภาคินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย “คุณจะยังให้โอกาสผมได้เดินไปข้างหน้าพร้อมกับคุณไหม?”
รินรดาลืมตาขึ้น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและหวาดกลัวในเวลาเดียวกันของเขา แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากตอบ เสียงเคาะประตูไม้หนักๆ ก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน—จังหวะที่หนักแน่นและไร้ความปรานี
“คุณภาคินครับ” เสียงทุ้มต่ำของชายแปลกหน้าดังลอดผ่านประตูเข้ามา “นายหญิงมาถึงที่นี่แล้วครับ เธอไม่อยากให้คุณเสียเวลาไปกับคนที่ไม่คู่ควรอีกต่อไป”
ภาคินชะงัก มือที่กุมมือรินรดาไว้อยู่คลายออกทันที แววตาที่เพิ่งจะอ่อนโยนกลับมาแข็งกร้าวและเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งในหุบเขาอีกครั้ง เขาหันไปมองที่ประตูด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน
เขากระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงที่เย็นเยือกที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน “อย่าเปิดประตูเด็ดขาด... ต่อให้เกิดอะไรขึ้นก็ตาม เพราะสิ่งที่อยู่อีกฝั่งของบานไม้นั่น คือจุดเริ่มต้นของหายนะที่เราทั้งคู่พยายามหนีมาตลอดชีวิต”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามและร่วมลุ้นไปกับรินรดานะคะ ดาวตกคืนคริสต์มาสค่ะ
รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส•ตอนที่ 33
เมืองในหุบเขา
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!