กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางลอยปะปนกับกลิ่นสีอะคริลิกราคาถูกในอากาศ—มันไม่ใช่กลิ่นหอมรื่นรมย์ของหอพักศิลปินที่รินคุ้นเคย แต่เป็นกลิ่นอายแห่งความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
“ริน... ช่วยฉันด้วย...”
เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกลากผ่านพื้นคอนกรีตดังลอดออกมาจากลำคอของร่างที่ยืนขวางประตู ร่างของเพื่อนชายร่วมชั้นปีค่อยๆ ก้าวออกจากเงามืดของมุมห้อง ผิวหนังของเขาดูซีดเผือดผิดมนุษย์ราวกับไร้ซึ่งโลหิตหล่อเลี้ยง ดวงตาเบิกโพลงเป็นสีดำสนิทไร้แววตา ในมือของเขามีดคัตเตอร์ที่เคยใช้กรีดกระดาษศิลปะกำลังสั่นระริก พร้อมที่จะพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกควบคุมโดยพลังงานลึกลับบางอย่าง!
รินก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในโสตประสาท หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก แม้สมองอันปราดเปรื่องจะพยายามประมวลผลหาทางออกอย่างรวดเร็วตามหลักการของศาสตร์ไพ่ทาโรต์ที่ร่ำเรียนมา แต่สถานการณ์เฉพาะหน้าเช่นนี้กลับบีบคั้นจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้หายใจ
*ตั้งสติไว้ ริน... นี่ไม่ใช่เพื่อนของเธอ แต่มันคือเงาที่เข้าสิงร่างต่างหาก!*
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นตระหนก มือเรียวรีบควFควานหาสำรับไพ่ทาโรต์ในกระเป๋าเสื้อฮู้ดอย่างร้อนรน ทว่า... ช้าเกินไป!
แสงวับวาบของใบมีดคัตเตอร์สะท้อนเข้ากับแสงไฟนีออนกะพริบๆ ในห้องพัก ร่างที่ไร้สติพุ่งเข้าใส่รินด้วยความเร็วเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะรับมือไหว รินเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณได้ทันอย่างเฉียดฉิว คมมีดเฉี่ยวผ่านหัวไหล่เสื้อจนเนื้อผ้าขาดวิ่น กลิ่นอายความเย็นเยียบของความตายแผ่ซ่านกระทบผิวแก้มจนชาหนึบ
แต่ทว่า... เป้าหมายของเงามืดไม่ใช่แค่การโจมตีครั้งเดียว ร่างนั้นหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็วผิดมนุษย์ พร้อมกับเงื้อมือถือคัตเตอร์พุ่งเข้าใส่จุดตายบริเวณลำคอของรินเป็นครั้งที่สองในเสี้ยววินาทีที่ช่องว่างระหว่างความเป็นความตายแคบลงจนแทบกลั้นหายใจ!
รินเบิกตากว้าง ขาКай ทั้งสองข้างคล้ายถูกตรึงไว้กับพื้นด้วยแรงกดดันมหาศาล ความมืดมิดเข้าปกคลุมวิสัยทัศน์ชั่วขณะ... *นี่เธอกำลังจะตายอย่างนั้นหรือ?*
*เปร๊าะ!*
เสียงราวกับกระจกแตกละเอียดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับสายลมกรรโชกแรงที่พัดผ่านเข้ามาในห้องปิดตายอย่างไร้ที่มา ประกายแสงสีทองอร่ามราวกับละอองดาวสาดส่องลงมาจากเบื้องบน ขัดขวางคมมีดที่กำลังจะปลิดชีพอินในเสี้ยววินาทีสุดท้ายอย่างน่าอัศจรรย์!
เงาร่างโปร่งบางในชุดคลุมสีเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ารินอย่างสง่างาม เส้นผมสีดำสนิทสะท้อนกับแสงเรืองรองอ่อนๆ อาจารย์ศิรินปรากฏตัวขึ้นราวกับเทพีแห่งความยุติธรรมที่ก้าวลงมาจากห้วงมิติอันลี้ลับ นิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศเป็นอักขระโบราณ พร้อมกับเปล่งเสียงกังวานเย็นเยียบแต่ทรงอำนาจ
“บังอาจนักนะ... ที่กล้าแตะต้องศิษย์ของฉันในอาณาเขตนี้”
สิ้นเสียงของอาจารย์ศิริน คลื่นพลังงานสีทองบริสุทธิ์ก็แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง กระแทกร่างของเพื่อนชายที่ถูกสิงให้กระเด็นไปติดผนังห้องอย่างแรงจนหมดสติลงทันที ไอร้อนระอุสีดำที่เคยพวยพุ่งอยู่รอบตัวเขาสลายกลายเป็นควันจางหายไปในอากาศ ราวกับความมืดมิดที่พ่ายแพ้ต่อแสงสว่างอันเจิดจ้า
รินหอบหายใจถี่รัว เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า ร่างกายทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นด้วยความอ่อนระโหย แต่ดวงตาคู่สวยยังคงจ้องมองแผ่นหลังของอาจารย์สาวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโล่งอก ตื่นตะลึง และซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง
อาจารย์ศิรินหันกลับมามองเด็กหนุ่ม ดวงตาคู่คมคายภายใต้กรอบแว่นใสฉายแววเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด แม้ริมฝีปากจะยังคงเม้มแน่นด้วยความไม่พอใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็ตาม
“เจ้าเด็กโง่... บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าประมาทพลังงานตกค้างในหอพักแห่งนี้” อาจารย์ศิรินเอ่ยเสียงดุแกมเอ็นดู มือเรียวยื่นมาฉุดรั้งแขนของรินให้ลุกขึ้นยืน “ถ้าฉันมาเร็วกว่านี้ไม่ถึงเสี้ยววินาที ป่านนี้วิญญาณของเธอคงหลุดลอยไปอยู่ในมิติกระจกเงาเรียบร้อยแล้ว”
“ผม... ผมขอโทษครับ... เอ๊ย! ขอโทษค่ะอาจารย์” รินเผลอหลุดปากแก้ตัวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะรีบปรับคำพูดตามสำนวนที่คุ้นชิน “รินไม่คิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้ ไพ่ในสำรับยังไม่ทันได้ตั้งรับเลยนะคะ”
อาจารย์ศิรินถอนหายใจเบาๆ กับท่าทีลนลานของลูกศิษย์คนโปรด ก่อนจะทอดสายตาไปยังร่างที่หมดสติอยู่มุมห้อง พร้อมกับหยิบเหรียญโบราณสลักลวดลายประหลาดขึ้นมาถือไว้ในมือ
“นี่ไม่ใช่การสิงสู่ธรรมดา...” อาจารย์สาวเอ่ยเสียงเครียด บรรยากาศรอบตัวกลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง “มีใครบางคนกำลังใช้หอพักศิลปินแห่งนี้เป็น ‘ประตูเชื่อมโยง’ เพื่อดึงวิญญาณของเด็กๆ ไปเป็นเครื่องสังเวยในพิธีกรรมต้องห้าม และเป้าหมายต่อไปของมัน... ก็คือตัวเธอนั่นแหละ ริน”
หัวใจของรินกระตุกวูบ ทันทีที่คำพูดนั้นสิ้นสุดลง หน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องพักก็สะท้อนภาพเงาดำนับร้อยที่กำลังกรีดร้องอยู่ด้านนอก—ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่มันคือฝูงเงาที่กำลังคืบคลานเข้ามาปิดล้อมหอพักแห่งนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว!
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจออินเทอร์เฟซสีฟ้าใสลึกลับก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของริน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในหัวอย่างเฉียบพลัน—
*[แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ตรวจพบการปลุก “ราชันแห่งเงามืด” ในพื้นที่ปิดตาย! ผู้เล่นรินและอาจารย์ศิรินต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบแห่งความเป็นตาย เงื่อนไขการรอดชีวิต: เปิดผนึกไพ่ทาโรต์ญาณทิพย์ระดับสูงภายใน 3 นาที มิฉะนั้นวิญญาณทั้งหมดในหอพักจะถูกกลืนกินตลอดกาล!]*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับรินและอาจารย์ศิรินในตอนนี้นะคะ!
ไพ่ทาโรต์นำทางกับคดีฆาตกรรมเงาในหอพักศิลปิน•ตอนที่ 6
เงาที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทางกับคดีฆาตกรรมเงาในหอพักศิลปิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!