เซ็นเตอร์แบ็คหน้าตายกับยัยนิตยสารมหาลัยสายเหวี่ยง•ตอนที่ 6

คนหลงทางในสนามบาส

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
เสียงรองเท้าผ้าใบเบอร์แรงเสียดสีกับพื้นปูนขัดมันดังเอี๊ยด… ตามด้วยเสียงหอบหายใจรุนแรงที่สะท้อนก้องไปทั่วโรงยิมอเนกประสงค์ยามค่ำคืน บรรยากาศภายในเวิ้งว้างและอับชื้น มีเพียงแสงไฟนีออนสีขาวซีดสาดส่องลงมาจากเพดานสูงลิบ ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดเข้ามาปะทะแผ่นหลังชุ่มเหงื่อของกันต์กวี ร่างสูงใหญ่ในชุดยูนิฟอร์มทีมบาสเกตบอลกำลังยืนค่อมลูกบอลสีส้มด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ไหล่กว้างทั้งสองข้างไหวสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ขาดห้วง ดวงตานิ่งสนิทที่มักจะฉายแววเรียเฉยไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับไหวระริกด้วยร่องรอยของความพ่ายแพ้และความกดดันมหาศาลที่แบกรับไว้คนเดียว "ส่งบอลให้มันดีกว่านี้หน่อยสิครับ กัปตัน!" น้ำเสียงแหลมสูงที่คุ้นหูแทรกตัวผ่านความเงียบงันเข้ามา รินรดายืนกอดอกพิงกรอบประตูด้านข้างสนามด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสจดจ้องมองตรงมาที่ชายหนุ่มด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นสภาพอันยับเยินของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเซ็นเตอร์แบ็คหน้าตายผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น เส้นผมสีดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อลู่ล้อมกรอบหน้าคมคาย เสื้อกล้ามสีดำแนบเนื้อเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและรอยฟกช้ำตามแขนขาจากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง กันต์กวีชะงักฝ่ามือที่กำลังเคาะลูกบาส เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาคมดุราวกับเหยี่ยวปะทะเข้ากับร่างบางที่ยืนอยู่ตรงข้ามสนามพอดี หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบไปชั่วขณะ *รินรดา…* ทำไมต้องเป็นเธอ? ทำไมต้องเป็นผู้หญิงปากจัดคนนี้—คนที่เขาพยายามสร้างกำแพงกั้นมาตลอด—ที่ต้องมาเห็นช่วงเวลาที่เปราะบางและน่าสมเพชที่สุดในชีวิตของเขา "คุณมาทำอะไรที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันออกมาด้วยความยากลำบาก มันไม่ใช่คำถามเชิงหาเรื่อง แต่มันคือการร้องขอความเห็นใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งตามนิสัย "ฉันมาเก็บตกประเด็นทำสกู๊ปพิเศษให้นิตยสารมหาลัยครับ เผื่อว่ากัปตันทีมบาสตัวเต็งจะกรุณายอมให้สัมภาษณ์สักสิบคำถาม" รินรดาเดินน่องเรียวยาวเข้ามาใกล้สนามเรื่อยๆ ฝ่ายหญิงเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดความสั่นไหวในอก เธอยอมรับว่าเธอตั้งใจมาหาเรื่องเขาตามประสาคนไม่ถูกกัน แต่ภาพของกันต์กวีเมื่อครู่… ภาพที่เขากำลังยืนก้มหน้ากัดฟันอดกลั้นความเจ็บปวด มันทำให้หัวใจคนใจแข็งอย่างเธอเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด "ออกไปซะ" กันต์กวีพูดเสียงเรียบ ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหงุดหงิด เขาหันหลังให้เธอแล้วเลี้ยงลูกบาสเดาะลงพื้นเสียงดังป้าบๆ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นเทาของเรียวแขน "ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนนอก และผมไม่มีอารมณ์มาเล่นเกมประสาทเสียกับคุณในตอนนี้" "คนนอกเหรอ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอสาวเท้าเข้ามาจนหยุดยืนอยู่ข้างเส้นสนามบาสเกตบอล กลิ่นอายความเป็นผู้หญิงมั่นใจและกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยปะปนกับกลิ่นเหงื่อของผู้ชาย "คนที่ยืนซ้อมคนเดียวจนเกือบเป็นลมคาคอร์ตตอนเที่ยงคืนเนี่ยนะ คือคนที่บอกว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้?" กันต์กวีหยุดเดาะบอลทันที ลูกบาสเกลี้ยงกลมกลิ้งหลุดมือออกไปกระดอนกับพื้นเสียงดังสนั่น เขานิ่งค้างไปหลายวินาที ก่อนจะหันขวับกลับมามองเธอด้วยแววตาวาวโรจน์ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความกดดันจากปัญหาครอบครัวที่คาดหวังให้เขาต้องชนะเลิศทุกทัวร์นาเมนต์ ประกอบกับความเหนื่อยล้าทางร่างกายระเบิดออกมาเป็นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "คุณรู้อะไรเกี่ยวกับผมบ้างรินรดา!" กันต์กวีตะคอกเสียงดังลั่นโรงยิม ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องผถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติจากแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ทว่า รินรดากลับไม่ยอมก้มหัวให้ เธอยืนหยัดสบตากับเขาตรงๆ แม้ว่าหัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตกใจ "ฉันไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องทั้งหมดของคุณหรอก… แต่ฉันรู้ว่าการที่คุณแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวแล้วทำเป็นเก่ง มันไม่ได้เท่เลยสักนิด!" ประโยคสั้นๆ แต่เฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลงกลางใจ กันต์กวีชะงักงัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าของกันและกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ แววตาดุดันของกัปตันหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนและลึกซึ้ง เขาจ้องมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความดื้อรั้นของหญิงสาว ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบกับดวงตากลมโตที่สั่นไหวเล็กน้อย ภายในห้องโถงกว้างที่เงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ กันต์กวีรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรแห่งความรู้สึกที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความโหยหาการยอมรับและการปลอบโยนที่เขาไม่เคยได้รับจากใคร "ถ้าคุณเกลียดผมนัก… ทำไมถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ล่ะครับ" เสียงของกันต์กวีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด มันเจือความออดอ้อนและเหนื่อยล้าที่ถูกเก็บกดไว้ลึกสุดซึ้ง รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอลงไป เธอยกมือขึ้นหมายจะผลักอกแกร่งของเขาออกเพื่อสร้างระยะห่าง แต่ปลายนิ้วกลับสัมผัสได้ถึงผิวเนื้อที่ร้อนผ่าวและจังหวะการเต้นรำพึงของหัวใจอีกฝ่ายผ่านเนื้อผ้าชุ่มเหงื่อ ทำให้เธอต้องชะงักค้างไว้กลางอากาศ "เพราะว่า…" รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจพองโตและเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตฉายแววลังเลเป็นครั้งแรกในชีวิต "เพราะว่าฉัน… ไม่อยากเห็นคุณพังคาสนามนี้ไปต่อหน้าฉันต่างหากเล่า…!" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง กันต์กวีเบิกตากว้างเล็กน้อยกับคำสารภาพที่ไม่คาดคิดจากปากยัยนิตยสารตัวแสบ รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่งผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม เขาโน้มใบหน้าลงไปใกล้เธออีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียนใส รินรดาลืมหายใจ สมองขาวโพลน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสะกดด้วยดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายความคลั่งรักคู่นั้น มือหนาของกันต์กวีค่อยๆ เอื้อมขึ้นมาสัมผัสเส้นผมที่หลุดลุ่ยของเธออย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหาย ทว่า… ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหาเพื่อปิดระยะห่างอันตรายนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องก็ดังแทรกขึ้นจากประตูทางเข้าด้านหลังโรงยิม "กันต์! แกยังอยู่ข้างในนี้ใช่ไหมวะ? พ่อแกเพิ่งโทรมาหาฉันบอกว่า… เฮ้ย!" กันต์กวีสะดุ้งสุดตัวผละออกจากรินรดาราวกับโดนไฟช็อต เขาดึงตัวกลับมาตั้งหลักอย่างรวดเร็วพร้อมกับหันขวับไปมองผู้มาใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางสนามด้วยสีหน้าตื่นตะลึง รินรดารีบยกมือขึ้นจัดแว่นและเสื้อผ้าของตัวเองด้วยความลนลาน ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู และเมื่อแสงไฟสาดส่องกระทบใบหน้าของบุคคลที่สามที่เพิ่งพังประตูเข้ามาอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ… กันต์กวีก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจขีดสุด ร่างกายชาวาบไปทั้งตัวเมื่อตระหนักได้ว่า… คนคนนั้นคือคนที่เขาไม่อยากให้เห็นภาพนี้มากที่สุดในจักรวาล ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักครั้งนี้ครับ สแลมดังก์สื่อรัก
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นเตอร์แบ็คหน้าตายกับยัยนิตยสารมหาลัยสายเหวี่ยง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%