“ถ้ารินจะยังคงวาดภาพผืนนี้ต่อไป อีกกี่ชาติกันคะกว่าเราจะเดินออกจากห้องนี้ได้จริงๆ”
คีรินเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะยืนพิงกรอบประตูสตูดิโอ สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องที่ปลายพู่กันในมือรินรดา แต่จับจ้องที่แผ่นหลังที่สั่นไหวเพียงเล็กน้อยของหญิงสาว หญิงสาวหยุดมือที่กำลังแต้มสีน้ำเงินเข้มลงบนผ้าใบ ความเงียบงันในห้องทำงานที่เคยเป็นเสมือนป้อมปราการแห่งความโศกเศร้า กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน
รินรดาไม่หันกลับมามอง เธอยังคงจดจ้องกับภาพทิวทัศน์ที่กำลังแต้มสี ทะเลสาบที่ไร้เงาแดดในภาพนั้นคือภาพสะท้อนของตัวเธอเองมานานนับปี “ถ้าภาพนี้เสร็จลง... มันก็หมายความว่าฉันต้องยอมรับว่าความทรงจำที่หายไปของพี่คีริน ไม่จำเป็นต้องถูกรื้อฟื้นกลับมาในแบบที่เคยเป็นอีกแล้วใช่ไหมคะ”
คีรินเดินเข้าไปใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งสองที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและรอยร้าวของความทรงจำที่ขาดหาย ค่อยๆ ลดน้อยลงจนแทบไม่มีที่ว่าง เขาเอื้อมมือไปแตะไหล่ของรินรดาเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่มั่นคง “อดีตที่หายไปเหมือนเงาที่ทอดยาวในยามเย็นนะคะริน แต่วันนี้... ผมเริ่มอยากเห็นแสงแดดที่ไม่มีเงาพวกนั้นมาบดบังแล้ว”
รินรดาวางพู่กันลงในแก้วน้ำ เสียงกระทบกันของแก้วเบาหวิวราวกับเสียงถอนหายใจของกาลเวลา เธอหันกลับมา สบสายตากับคีริน ดวงตาของเขาไม่มีความสับสนที่เคยฉายชัดในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีเพียงความอ่อนโยนที่ลึกซึ้ง ความรู้สึกผิดที่เคยเกาะกินใจรินรดามาตลอดเรื่องการสูญเสียครอบครัว เสมือนก้อนหินที่ถูกสายน้ำชะล้างจนกร่อนไปทีละน้อย
“พี่จำได้จริงๆ ใช่ไหมคะ... เรื่องวันนั้น” รินรดาถาม เสียงของเธอสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น
คีรินกุมมือของเธอไว้ ทั้งสองมือของหญิงสาวเย็นเฉียบ แต่เขาก็โอบกอดมันไว้ด้วยความอบอุ่น “ผมจำได้ว่าผมรักรินแค่ไหน และนั่นคือสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่เรื่องของอุบัติเหตุ หรือเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลายไปแล้ว... อดีตเหล่านั้นมันเป็นแค่บทเรียนที่สอนให้รู้ว่า เราต่างหากที่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อกันและกัน ไม่ใช่เพื่อจมปลักอยู่กับสิ่งที่เรียกคืนไม่ได้อีกแล้ว”
หญิงสาวนิ่งอึ้ง น้ำตาเม็ดหนึ่งไหลรินออกมาเงียบๆ เธอโผเข้ากอดเขา ความโหยหาและการเยียวยาที่สะสมมานานนับปีถูกระบายออกมาผ่านการกอดที่แน่นหนา คีรินลูบหลังเธอแผ่วเบา ราวกับจะปลอบประโลมเด็กน้อยที่หลงทางในพายุฝนมานานแสนนาน
“เราจะทิ้งมันไว้ที่นี่ใช่ไหมคะ” เธอพึมพำกับอกเสื้อของเขา
“เราจะเก็บมันไว้ในฐานะบทเรียนค่ะ แต่เราจะเริ่มวาดภาพใบใหม่ ใบที่ไม่มีรอยสีที่ขุ่นมัวอีกต่อไป” เขาตอบ พลางผละออกมาเช็ดน้ำตาให้เธอด้วยนิ้วหัวแม่มือ “รินคะ มองออกไปนอกหน้าต่างสิคะ วันนี้ท้องฟ้าเป็นสีครามที่รินชอบมากที่สุดเลยนะ”
รินรดาค่อยๆ เดินไปเปิดม่านหน้าต่างสตูดิโอออกเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน แสงแดดของวันใหม่สาดส่องเข้ามาภายในห้อง อบอุ่นและกระจ่างแจ้งจนทุกซอกมุมที่เคยมีแต่เงามืดมิดถูกกวาดล้างออกไป ต้นไม้ในสวนที่เคยดูหม่นหมองในสายตาของเธอ กลับดูสดชื่นและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วจากยอดไม้ไกลๆ คือเสียงดนตรีที่เธอไม่ได้ยินมานานแสนนาน
เธอมองไปยังมือของคีรินที่ยื่นมาให้เธออีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้ลังเล ไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่ เธอยื่นมือไปกุมมือเขาไว้แน่น “ค่ะ... เราไปกันเถอะ ไปหาแสงแดดของเราจริงๆ กัน”
ทั้งสองเดินออกจากห้องทำงานห้องนั้น ทิ้งผืนผ้าใบที่ยังวาดไม่เสร็จไว้เบื้องหลัง ภาพวาดที่ไร้จุดจบนั้นไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือสัญลักษณ์ของการปลดปล่อย เธอเลือกที่จะไม่เติมแต่งสีสันใดๆ ลงไปอีก เพราะปัจจุบันที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นนั้น คือผลงานชิ้นเอกที่เธอและเขาจะร่วมกันสร้างด้วยตัวเอง
ในสวนหน้าบ้าน แสงแดดอ่อนละมุนฉาบไล้ทุกสรรพสิ่ง รินรดาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นดินหลังฝนและกลิ่นดอกไม้ป่าหอมอบอวลไปทั่ว ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันบนทางเดินที่โรยด้วยกรวดหิน ทุกก้าวย่างคือการก้าวพ้นจากพันธนาการแห่งความทรงจำที่ขมขื่น คีรินหยุดเดินแล้วหันมามองเธอด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง
“รินคะ”
“คะ?”
“ขอบคุณที่ยังรอผมอยู่ในวันที่ผมจำแม้แต่ชื่อตัวเองไม่ได้ ขอบคุณที่วาดภาพให้ผมได้กลับมาเห็นแสงสว่างอีกครั้งนะ”
รินรดายิ้ม รอยยิ้มที่จริงใจและอ่อนหวานที่สุดเท่าที่เธอเคยมีมา “ขอบคุณพี่คีรินเหมือนกันค่ะ ที่ตัดสินใจกลับมาหาฉันทุกครั้ง... แม้ในวันที่โลกใบนี้มืดมิดที่สุดก็ตาม”
สายลมพัดผ่านราวกับจะยืนยันคำมั่นสัญญาของคนทั้งสอง ไม่มีคำพูดใดที่ต้องเอ่ยเพิ่ม ทุกอย่างได้ถูกเยียวยาอย่างสมบูรณ์ในความเงียบที่เข้าใจกัน ณ ใต้เงาตะวันที่ไม่ใช่เงามืดมิดอีกต่อไป แต่เป็นเพียงแสงอบอุ่นที่ส่องนำทางให้ชีวิตคู่ของทั้งสองคนเริ่มต้นขึ้นในฐานะของคนที่พร้อมจะโอบกอดกันและกันไปตลอดกาล
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปกับรินรดาและคีรินจนถึงหน้าสุดท้ายนี้นะคะ ดาวตกคืนคริสต์มาสค่ะ
เศษเสี้ยวความทรงจำใต้เงาตะวัน•ตอนที่ 20
แสงแดดของวันใหม่
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำใต้เงาตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!