“ถ้าคุณคิดว่าการเอาตัวรอดในบริษัทนี้คือการทำตัวเป็นกาฝากที่ไร้ระเบียบวินัย ผมแนะนำให้คุณยื่นใบลาออกตั้งแต่ตอนนี้ รินรดา ก่อนที่ผมจะต้องเป็นคนไล่คุณออกด้วยตัวเอง”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคณินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมสตูดิโอ เขาไม่ได้ตะคอก แต่น้ำเสียงที่เย็นเยียบเหมือนน้ำแข็งที่เฉือนผ่านผิวหนังนั้นกลับมีอานุภาพทำลายล้างสูงกว่าการตะโกนหลายเท่า
รินรดายกยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย เธอค่อยๆ วางแก้วกาแฟเย็นที่หยดน้ำเกาะพราวลงบนโต๊ะไม้สีเข้มราคาแพงของเขา โดยไม่สนสายตาคมกริบที่จ้องมองมาเหมือนจะกรีดร่างเธอให้ขาดเป็นชิ้นๆ เธอจงใจวางมันลงบนแฟ้มเอกสาร ‘กฎระเบียบการทำงานฉบับใหม่’ ที่เขาเพิ่งวางทิ้งไว้เมื่อครู่จนเกิดรอยด่างดวงเป็นวงน้ำ
“กาแฟหกใส่เอกสาร... ขอโทษทีนะคะ คุณคณิน พอดีมือมันลื่นน่ะค่ะ” เธอแสร้งทำตาโตไร้เดียงสา ทั้งที่ประกายในดวงตาคู่สวยนั้นเต็มไปด้วยความถือดี “แล้วก็นะคะ กฎสิบข้อที่คุณเพิ่งพ่นใส่หน้าพนักงานเมื่อกี้... บอกตรงๆ ว่าฉันอ่านแล้วนึกว่าตัวเองหลุดเข้ามาอยู่ในโรงเรียนดัดสันดาน ไม่ใช่ออฟฟิศดีไซน์ระดับประเทศ”
คณินลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ทุกจังหวะฝีเท้าของเขาดูหนักแน่นและบีบคั้น รินรดาไม่ถอยหนี เธอทำเพียงแค่เชิดหน้าขึ้นรับแรงกดดันนั้น แววตาของเขาที่มืดสนิทเหมือนท้องฟ้ายามวิกาลกำลังสำรวจใบหน้าของเธออย่างละเอียด ราวกับจะค้นหาจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมั่นใจจอมปลอมนั่น
“ความไร้ระเบียบคือศัตรูของศิลปะ และความมักง่ายของคุณ... คือศัตรูของงานผม” เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวูดดี้จางๆ จากตัวเขาทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง “ผมห้ามใช้สีฉูดฉาดเกินไปในโซนส่วนกลาง ห้ามทิ้งงานไว้บนโต๊ะข้ามคืน ห้าม...”
“ห้ามยิ้มกว้างเกินไปเวลาทำงาน ห้ามคุยกับฝ่ายบุคคลเกินห้านาที ห้ามใส่รองเท้าผ้าใบสีแดงเข้าสตูดิโอ” รินรดาชิงพูดแทรกด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน “นี่คุณจ้างฉันมาทำงาน หรือคุณกำลังสร้างคุกส่วนตัวกันแน่คะ? อ้อ... แล้วไอ้ข้อสุดท้ายที่ว่า ‘ห้ามเดินชนหรือสบตาบอสเกินสามวินาที’ เนี่ย คุณกลัวว่าถ้ามองนานกว่านั้น คุณจะเผลอทำลายมาดคนเย็นชาที่อุตส่าห์สร้างมาเหรอคะ?”
คำพูดของเธอทำเอาคนฟังชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของคณินไหววูบเหมือนมีบางอย่างกระตุกอยู่ในใจ ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมาจนใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น
“คุณมั่นใจเกินไปแล้วรินรดา” เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบาที่สั่นประสาท “อย่าคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน... หรือท่าทีที่คุณแสดงออกมาตอนนี้ จะทำให้ผมละเว้นกฎที่คุณฝ่าฝืนไปแล้วในใจ... ทุกข้อ”
รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อตไปทั่วร่าง ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าอกเกือบชิดกับแผงอกแกร่งของเขา
“งั้นลองดูไหมคะ? ว่ากฎของคุณกับตัวตนของฉัน... ใครจะพังก่อนกัน”
วันทั้งวันหลังจากนั้นคือการทำสงครามประสาท รินรดาฝ่าฝืนทุกอย่างที่เขาห้าม เธอหยิบรองเท้าผ้าใบสีแดงเพลิงคู่นั้นมาใส่เดินทั่วออฟฟิศ เธอทิ้งแบบร่างโปรเจกต์กองโตไว้บนโต๊ะอย่างตั้งใจ และที่ร้ายที่สุดคือเธอจงใจเปิดเพลงจังหวะเร้าใจในโซนส่วนกลาง จนพนักงานคนอื่นทำตัวไม่ถูก
คณินไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงแค่นั่งอยู่ในห้องกระจก จับจ้องเธอผ่านความโปร่งใสของผนังห้องทำงานด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ราวกับเสือที่กำลังมองเหยื่อล่อเล่นกับความตาย
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยถึงค่ำ ออฟฟิศเงียบสงัดเหลือเพียงแสงไฟสีนวลที่มุมโต๊ะทำงานของเธอ รินรดากำลังเก็บของเตรียมกลับบ้าน ทันใดนั้น ไฟทั้งชั้นก็ดับวูบลง เหลือเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังติดอยู่
“ฝ่าฝืนกฎข้อที่สี่... ทำงานเกินเวลาโดยไม่แจ้งฝ่ายบุคคล” เสียงทุ้มดังก้องขึ้นจากความมืดด้านหลัง เธอสะดุ้งสุดตัวก่อนจะถูกมือหนารวบเอวสอบเข้าหาตัวในจังหวะที่หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้า
เขาดันเธอเข้ากับผนังห้อง กลิ่นวูดดี้จากตัวเขาเข้มข้นขึ้นในยามที่เขากดทับร่างกายลงมา รินรดาใจสั่นระรัว พยายามจะผลักเขาออกแต่แขนของเขากลับกลายเป็นกรงขังที่แข็งแกร่ง
“คุณคณิน... ปล่อยนะคะ นี่มันเกินไปแล้ว...”
“คุณเป็นคนเริ่มกฎพวกนี้เองนะ รินรดา” คณินก้มลงมากระซิบที่ข้างหู น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ซ่อนไว้ “คุณอยากให้ผมพังกำแพงที่สร้างไว้ใช่ไหม? งั้นก็ลองดู...”
เขายังพูดไม่จบ ประตูสตูดิโอที่ควรจะล็อกไว้ก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับแสงไฟจากหน้าจอมือถือที่สว่างจ้าของใครบางคน
“พี่คณินคะ! ทำไมไม่รับสายดาเลย... ดาเอากุญแจห้องมาคืน...”
ร่างของหญิงสาวสวยเฉี่ยวในชุดเดรสสีขาวก้าวเข้ามาหยุดนิ่งสนิท ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภาพของชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของหัวใจกำลังโอบกอดผู้หญิงอีกคนไว้ในมุมมืดที่แนบชิดจนยากจะปฏิเสธความสัมพันธ์
คณินชะงัก รินรดารู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวของเขาที่แนบอยู่กับร่างเธอ... ความตื่นเต้นที่เคยคุกรุ่นเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบในทันที
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้เอมเมอรัลด์อายส์เสมอมานะคะ!
รอยจูบที่ไม่มีวันสิ้นสุดในโลกของคนอื่น•ตอนที่ 3
กฎเหล็กในออฟฟิศสีเทา
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ไม่มีวันสิ้นสุดในโลกของคนอื่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
