กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับตะวันทมิฬที่ไร้ใจ•ตอนที่ 6

วิถีแห่งความเย็นชา

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายโลหิตจางๆ ยังคงลอยวนอยู่ปลายจมูก ทว่าสิ่งที่หลิวเฟยหรงสัมผัสได้ชัดเจนยิ่งกว่ากลับเป็นความหนาบึ้งของละอองหิมะที่โปรยปรายลงมาทับถมลานหินผาเบื้องหน้า สำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ในยามค่ำคืนนี้มิได้เงียบสงบ หากแต่เป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแห่งกาลเวลา ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนผุดพรายขึ้นมาในห้วงความคิดราวกับเงาจันทร์ที่ทาบทับผิวน้ำอันเชี่ยวกราก ในวันนั้น ลานประลองแห่งนี้ไม่ได้ถูกปกคลุมด้วยสีขาวโพลนของเหมันต์ แต่ถูกย้อมด้วยสีชาดของโลหิตนับร้อยชีวิต เสียงคำรามของผู้วิสุทธิ์ผู้ล่วงลับและเสียงเหล็กกระทบกันยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของนางไม่เคยเลือนหาย หลิวเฟยหรงในวัยเยาว์ผู้มีดวงตาดั่งคมกระบี่ไร้ระลอกคลื่น ยืนถือกระบี่ไม้ไผ่สั่นเทาอยู่เบื้องหน้าหลุมศพของอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา *“จำไว้... วิถีแห่งกระบี่ไร้ลักษณ์ มิใช่การไร้ซึ่งความรู้สึก หากแต่คือการไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ต่อสิ่งที่จะต้องสูญเสีย หากใจเจ้ายังหวั่นไหว แม้แต่ปลายกระบี่ของเจ้าก็ย่อมสั่นคลอนและนำพาความตายมาสู่ผู้เป็นที่รัก”* สุริยะทมิฬที่จ้าวอี้เฉินเคยเปรียบเปรยไว้ ช่างคล้ายคลึงกับเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่แผดเผาสำนักแห่งนี้ในคืนนั้นเหลือเกิน หลิวเฟยหรงหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ลมหายใจสอดประสานไปกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ถูกกดทับด้วยพันธะแห่งหน้าที่ นางจดจำความรู้สึกยามที่ต้องก้าวข้ามศพของสหธรรมิกเพื่อไปรับตำแหน่งศิษย์เอกได้เป็นอย่างดี ความหนาวเหน็บมิได้มาจากอากาศธาตุรอบกาย หากแต่มาจากความโดดเดี่ยวที่นางเป็นผู้เลือกที่จะแบกรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียว "เจ้ายังคงจมดิ่งอยู่กับเงาอดีตอันน่าเวทนานั้นอีกหรือ, แม่นางหลิว?" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังแหวกม่านหิมะเข้ามา จ้าวอี้เฉินก้าวเท้าปรากฏกายขึ้นบนยอดเสาหินสลักลายมังกร ร่างของเขายืนหยัดอย่างอิสระเสรี ท่าทางไม่ยี่ห้อมนุษย์หรือสวรรค์ ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายล้อเลียน ทว่าลึกลงไปกลับซ่อนร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกกลบฝังไว้อย่างแนบเนียนไม่แพ้กัน หลิวเฟยหรงลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีรัตติกาลเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปี นางไม่แม้แต่จะหันไปมองบุรุษผู้ครอบครองวิชาตะวันทมิฬผู้นั้นโดยตรง ปลายกระบี่ในฝักข้างกายส่งเสียงร้องคำรามเบาๆ ราวกับจะตอบสนองต่อจิตสังหารที่แผ่ออกมา "สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่คนนอกเช่นเจ้าควรจะก้าวล่วง อี้เฉิน... ความแค้นของสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ เป็นภาระที่ข้าต้องแบกรับหาใช่เรื่องสนุกสนานของเจ้า" "คนนอกกระนั้นหรือ?" จ้าวอี้เฉินหัวנסในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาราวกับสายลมร้อนที่พยายามแผดเผาก้อนน้ำแข็งขั้วโลก "วันที่สำนักของเจ้าถูกทำลาย... วันที่เจ้าต้องสูญเสียทุกอย่างเพื่อแลกกับคัมภีร์กระบี่เล่มนั้น ข้าเองก็ยืนอยู่ใต้เงาจันทร์ดวงเดียวกันนี้ หลิวเฟยหรง... เราต่างก็เป็นเหยื่อของโชคชะตาที่ถูกขีดเส้นไว้ด้วยความโลภของเหล่าเซียนผู้ทรงคุณธรรมมิใช่หรือไฉนเจ้าจึงยังดึงดันที่จะรักษาซากปรักหักพังที่ไร้ซึ่งความเมตตานี้ไว้อีกเล่า?" คำพูดของเขาเฉียบคมยิ่งกว่าคมกระบี่ มันกรีดลึกลงไปถึงรอยแผลเป็นในจิตใจที่นางพยายามปิดตายมาเนิ่นนาน หลิวเฟยหรงสะท้านเฮือก ร่างกายแข็งทื่อชั่วขณะ นางกำด้ามกระบี่แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ภาพความทรงจำเมื่อครั้งที่บิดาผู้ให้กำเนิด ซึ่งเป็นถึงผู้นำอาวุโสของสำนัก ต้องยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อปกป้องความลับบางอย่างไว้ ย้อนกลับมาตอกย้ำความเจ็บปวด คืนนั้น... นางได้แต่ยืนมองดูบิดาสิ้นลมหายใจในอ้อมแขนโดยไม่สามารถหลั่งน้ำตาออกมาได้แม้แต่หยดเดียว เพราะกฎเหล็กของสำนักบัญญัติไว้ว่า *'ศิษย์กระบี่ไร้ลักษณ์ ห้ามมีความอ่อนแอ ห้ามมีความอาลัย'* "เจ้าไม่เข้าใจ..." หิวเฟยหรงกล่าวลอดไรฟัน น้ำเสียงสั่นระริกเล็กน้อยอย่างที่ไม่อาจควบคุมได้ "หากข้าไม่ยึดมั่นในวิถีนี้ แล้วข้าจะเหลือตัวตนอะไรให้ยึดเหนี่ยวเล่า? เจ้ามีอิสระที่จะแก้แค้น มีอิสระที่จะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า แต่นายหญิงแห่งสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์อย่างข้า... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกทางเดินของตนเอง" จ้าวอี้เฉินหุบยิ้มลง แววตากะล่อนหายวับไป เหลือเพียงความจริงจังล้ำลึกที่น่ากลัว เขาก้าวลงจากยอดเสาหิน ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองถูกลดทอนลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความร้อนระอุจากวิชาตะวันทมิฬปะทะเข้ากับไอเย็นยะเยือกจากวิชากระบี่หิมะโปรย จนเกิดเป็นกลุ่มไอสีขาวพวยพุ่งขึ้นรอบตัว มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่ที่บอบบางแต่แบกรับภาระหนักอึ้งของนาง ทว่าหลิวเฟยหรงกลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ พร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่ง แสงสีฟ้าครามสว่างวาบตัดผ่านความมืดมิด "อย่าแตะต้องตัวข้า" นางเอ่ยเสียงกร้าว แววตาดุดันระคนหวาดหวั่นต่อความรู้สึกแปลกปลอมที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ "เจ้ากลัวอะไร, เฟยหรง?" จ้าวอี้เฉินโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ระรินอยู่บนผิวแก้ม "เจ้ากลัวว่าความเย็นชาที่เจ้าสะสมมาแรมปีจะละลายหายไปกับความอบอุ่นของข้า... หรือว่าเจ้ากลัวความจริงที่ว่า แท้จริงแล้วมือของเจ้านั้นแปดเปื้อนไม่ต่างจากข้ากันแน่?" คำถามนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของหลิวเฟยหรง นางเบิกตากว้าง ความลับที่นางพยายามซ่อนเร้นมาตลอด... ความจริงที่ว่าผู้ที่ลงมือปลิดชีพอาจารย์ของตนเองในคืนวันนั้น อาจไม่ใช่ศัตรูภายนอก หากแต่เป็นเงาที่สะท้อนอยู่ในกระจกของนางเอง บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลงอย่างฉับพลัน หิมะที่กำลังโปรยปรายราวกับหยุดนิ่งกลางอากาศ แรงกดดันจากปราณกระบี่และปราณตะวันทมิฬปะทะกันจนเกิดเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของหลิวเฟยหรงกำลังเต้นระรัวด้วยความสับสนและหวาดกลัวต่ออดีตที่กำลังจะถูกเปิดเผย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากเบื้องล่างภูเขา พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของนางเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม "ประมุขน้อย... ผู้อาวุโสใหญ่จากสำนักวิหคเพลิงนำกำลังบุกขึ้นมาถึงประตูหน้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พวกมันบอกว่า... มาทวงคืน 'คัมภีร์โลหิตา' ที่ท่านซ่อนไว้!" หลิวเฟยหรงหันขวับไปมองเบื้องล่างทันที ทว่าก่อนที่นางจะได้กล่าวสิ่งใด มือหนาของจ้าวอี้เฉินกลับเอื้อมมาคว้าข้อมือของนางไว้แน่น แรงดึงอันเด็ดเดี่ยวทำให้ร่างของนางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว "อย่าเพิ่งสนใจพวกมดปลวกพวกนั้น..." จ้าวอี้เฉินกระซิบชิดริมหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนน่าขนลุก ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังเงาร่างลึกลับที่กำลังเหาะเหินข้ามกำแพงสำนักเข้ามาด้วยวิชาตัวเบาอันรวดเร็วดั่งภูตผี "ดูนั่นเสียก่อน... บุรุษผู้สวมหน้ากากเงินที่กำลังเดินนำหน้าพวกมันมา... คือคนเดียวกับที่สั่งฆ่าล้างบางครอบครัวของข้า... และเป็นคนเดียวกับที่ส่งจดหมายเลือดให้บิดาของเจ้าก่อนตาย!" หลิวเฟยหรงชะงักงัน ลืมสิ้นซึ่งความหวาดหวั่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคู่งามเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เมื่อร่างในชุดคลุมสีดำสนิทและสวมหน้ากากรูปอสูรครึ่งซีกก้าวพ้นม่านหมอกหิมะออกมา พร้อมกับรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวที่ส่งตรงมายังนางและจ้าวอี้เฉิน! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่มาด้วยกันในบทนี้นะคะ หลิวเยี่ยนซีสัญญาว่าบทต่อไปจะยิ่งเข้มข้นและกระชากใจยิ่งกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับตะวันทมิฬที่ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%