ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท•ตอนที่ 35

บทเรียนจากความเจ็บปวด

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
คราบโลหิตสีชาดที่หยดลงบนพื้นหินอ่อนไม่ได้ให้ความรู้สึกน่ากลัวในสายตาของรินทร์อีกต่อไปแล้วค่ะ มันเป็นเพียงสัญลักษณ์ทางกายภาพของเวลาที่กำลังหมดลง และเป็นเครื่องเตือนใจว่าทางเลือกของเขามีน้อยเหลือเกินในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มคือม่านพลังสีดำสนิทที่แผ่ขยายตัวราวกับสิ่งมีชีวิต มันบิดเบี้ยว ห้วงอากาศรอบตัวสั่นไหวจนเกิดเสียงกรีดแหลมบาดหู เขตแดนอาถรรพ์ระดับปรมาจารย์ที่ถูกปลุกขึ้นโดยเจตจำนงอันมืดบอดกำลังบดขยี้ทุกสรรพสิ่งในรัศมีร้อยเมตรให้แหลกสลาย แรงกดดันมหาศาลนี้ทำให้กระดูกซี่โครงของรินทร์ส่งเสียงลั่นประท้วง ทุกครั้งที่สูดหายใจเข้า ลมหายใจจะเจือกลิ่นอายความตายและสนิมเหล็กที่แสบจมูก "เด็กน้อย... เจ้าคิดว่าจะฝืนกฎแห่งโชคชะตาได้จริงหรือ?" เสียงทุ้มต่ำที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทไม่ได้มาจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่มันสะท้อนออกมาจากก้นบึ้งของจิตใต้สำนึก อาคิระ อาจารย์สาวลึกลับผู้ยืนอยู่เบื้องหลังในระยะห่างที่ไม่ไกลนัก ดวงตาคู่คมของเธอฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด แม้บุคลิกภายนอกจะยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ได้ แต่นิ้วมือเรียวยาวที่กำด้ามไม้เท้าเวทมนตร์แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวนั้นฟ้องชัดว่าสถานการณ์นี้เกินกว่าที่เธอจะเข้าไปแทรกแซงได้โดยตรง รินทร์ไม่ได้หันกลับไปมอง เขารู้ดีว่าหากเขาไขว้เขวแม้เพียงเสี้ยววินาที ความตั้งใจทั้งหมดที่จะปกป้องเพื่อนพ้องและโรงเรียนเวทแห่งนี้จะพังทลายลงในพริบตา ดวงตาสองข้างของรินทร์สะท้อนเส้นแสงสีทองระยิบระยับ—นั่นคือผลลัพธ์จากการเร่งพลังของระบบพยากรณ์ล่วงหน้าจนถึงขีดจำกัดสูงสุด ไทม์ไลน์นับร้อยเส้นทางปรากฏขึ้นในหัวของเขาพร้อมกัน ภาพอนาคตที่เขาพลาดท่า ภาพอนาคตที่ทุกคนดับสูญ และภาพความพ่ายแพ้ที่วนซ้ำซาก ถูกประมวลผลอย่างรวดเร็วจนเส้นเลือดฝอยในดวงตาแตกออก มีสายเลือดสีแดงไหลรินลงมาอาบแก้มข้างขวาของเขาอย่างเงียบเชียบ ความเจ็บปวดจากการโอเวอร์โหลดพลังงานพุ่งพล่านเข้าสู่สมอง ราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงเนื้อเยื่อ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่รินทร์หวาดกลัว... สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ การที่ระบบแจ้งเตือนว่าเขาต้อง "แลกเปลี่ยน" บางสิ่งบางอย่างเพื่อข้ามผ่านขีดจำกัดนี้ *([แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการใช้พลังงานเกินพิกัด 300%... กำลังเข้าสู่กระบวนการเสียสละความทรงจำส่วนสำคัญ เพื่อรักษาสภาพร่างกาย...])* ข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศทำให้รินทร์ต้องกัดฟันกรอดจนเลือดกลบปาก ความทรงจำเกี่ยวกับรอยยิ้มของแม่, ช่วงเวลาอันอบอุ่นในห้องสมุดกับเพื่อนร่วมชั้น, และความรู้สึกแรกที่เขาได้ก้าวเท้าเข้ามาในโรงเรียนเวven—ภาพเหล่านั้นกำลังสั่นคลอนและจางหายไปทีละน้อย ราวกับภาพวาดสีน้ำที่ถูกน้ำฝนชะล้าง *‘ถ้าฉันจำพวกเขาไม่ได้... การชนะในครั้งนี้จะมีค่าอะไรกัน?’* รินทร์คิดในใจด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก ทว่า ในวินาทีที่ความมืดมิดเกือบจะกลืนกินสติสัมปชัญญะทั้งหมด มือเรียวเย็นเฉียบของใครบางคนก็สัมผัสลงบนบ่าของเขา อาคิระก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะอันตราย ไอร้อนจากเขตแดนอาถรรพ์แผดเผาผิวเนื้อของอาจารย์สาวจนเกิดรอยไหม้จางๆ แต่เธอกลับไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย "รินทร์..." น้ำเสียงของอาคิระนุ่มนวลกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แต่มันเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่ฉุดรั้งเขาไว้จากขอบเหวแห่งความสูญเสีย "อย่ามอบทุกอย่างให้ระบบ... จงจำไว้ว่าแก่นแท้ของศาสตร์พยากรณ์ ไม่ใช่การทำตามที่โชคชะตาขีดเส้นตาย แต่คือการที่นายเลือกที่จะเขียนมันขึ้นมาใหม่ด้วยมือของตัวเอง" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ รินทร์เบิกตากว้างขึ้น ไทม์ไลน์นับร้อยที่ปั่นป่วนในหัวค่อยๆ สงบลงด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ที่ก่อตัวขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ เขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่เขาต่อสู้เพื่อความผูกพัน เพื่อรอยยิ้ม และเพื่ออนาคตที่เขายังอยากจะใช้ร่วมกับทุกคน "ผมเข้าใจแล้วครับ... อาจารย์" รินทร์พึมพำตอบด้วยเสียงแหบพร่า เขาสูดหายใจเข้าลึกที่สุดเท่าที่ปอดจะทำได้ จากนั้นจึงสะบัดมือขวาออกไปเบื้องหน้า พลังงานเวทสีทองอร่ามที่ผสมผสานกับจิตวิญญาณอันแน่วแน่ระเบิดออกราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหม่ ความเจ็บปวดจากการเสียสละความทรงจำหยุดชะงักลงทันที เมื่อเจตจำนงของโฮสต์แข็งแกร่งกว่าเงื่อนไขที่ระบบกำหนด ระบบพยากรณ์จึงจำต้องเปลี่ยนเส้นทางการประเมินผลใหม่ *([แจ้งเตือนระบบ: โฮสต์ปฏิเสธเงื่อนไขการเสียสละ... ตรวจพบการตื่นรู้ของ "เนตรพยากรณ์บรรพกาล"... ปลดล็อกสิทธิ์การควบคุมไทม์ไลน์ขั้นสมบูรณ์...])* แสงสีทองสว่างวาบจนกลืนกินความมืดมิดทั้งหมดในบริเวณนั้น ม่านพลังสีดำที่เคยน่าเกรงขามสั่นสะท้อนและแตกละเอียดลงเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกที่ถูกค้อนทุบ ร่างของเงาลึกลับที่ซ่อนอยู่หลังเขตแดนกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าวท่ามกลางแรงระเบิดของคลื่นกระแทก รินทร์ยืนหอบหายใจอยู่กลางลานประลองที่บัดนี้ราบเป็นหน้ากลอง ร่างกายของเขาสะบสะพายไปด้วยบาดแผลและคราบเหงื่อไคลผสมกับโลหิต แต่นัยน์ตาคู่เดิมกลับสุกใสและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างมั่นคง โดยมีอาคิระยืนมองดูการเติบโตของลูกศิษย์คนโปรดด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์ก้าวข้ามผ่านบททดสอบอันโหดร้ายนี้ไปได้อีกขั้นหนึ่งแล้ว ทว่า ความเงียบสงบหลังพายุใหญ่ไม่ได้กินเวลายาวนานอย่างที่ควรจะเป็น แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้งอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะพลังเวทของศัตรูตนเดิม แต่เป็นเพราะรอยแยกมิติขนาดมหึมาที่จู่ๆ ก็ฉีกขาดออกกลางอากาศเหนือสนามประลอง กลิ่นอายโบราณที่กดดันยิ่งกว่าตัวตนใดๆ ที่พวกเขาเคยพบเจอแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวกลายเป็นสีม่วงเข้ม และท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องขนหัวลุก "ช่างเป็นการเติบโตที่น่าสนใจเสียจริง... รินทร์" ร่างนั้นเอ่ยชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ราวกับอีกฝ่ายเฝ้ามองดูพวกเขามาโดยตลอดตั้งแต่จุดเริ่มต้น และเมื่อฮู้ดที่คลุมศีรษะถูกเปิดออกภายใต้แสงจันทร์สีเลือด ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ก็ทำให้หัวใจของรินทร์และอาคิระหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม—มันคือใบหน้าของคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินทร์ในบทเรียนอันล้ำค่านี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%