เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความล้มเหลว•ตอนที่ 1

กลิ่นอายความหลังที่ไม่อาจลบเลือน

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นอายความหลังที่ไม่อาจลบเลือน ค่ำคืนนี้ แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลนับร้อยดวงภายในห้องจัดเลี้ยงบอลรูมของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวของธันวาอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มในชุดสูททักซิโด้ตัดเย็บอย่างประณีตรับกับรูปร่างสูงสง่า กำลังยืนถือแก้วแชมเปญชั้นดีไว้ในมือ ใบหน้าคมคายที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่งและแววตาของนักล่าทางธุรกิจ บัดนี้กลับฉายความเบื่อหน่ายออกมาอย่างปิดไม่มิด งานประมูลการกุศลเพื่อมูลนิธิเด็กและสตรีในคืนนี้ เต็มไปด้วยเหล่าเซเลบริตี้ นักธุรกิจชื่อดัง และไฮโซแถวหน้าของเมืองไทย ทุกคนต่างเข้ามาทักทาย ประจบประแจง และพยายามสร้างความสัมพันธ์กับธันวา ประธานบริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด แต่สำหรับเขาแล้ว ผู้คนเหล่านี้ก็เป็นเพียงหุ่นเชิดที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ "คุณธันวาคะ ทางท่านรัฐมนตรีฝากมาทักทายค่ะ..." เสียงหวานหยดย้อยของเลขานุการสาวดังขึ้นข้างกาย แต่ธันวากลับยกมือขึ้นเป็นเชิงปฏิเสธอย่างไม่ใส่ใจ สายตาคมกริบสีนิลกวาดมองไปรอบห้องด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ห้าปีแล้ว... ห้าปีเต็ม ๆ นับตั้งแต่เขาเซ็นใบหย่าและไล่ผู้หญิงคนนั้นออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย ในความทรงจำของเขา พิมพ์มาดา เป็นเพียงภรรยาจืดชืดที่วัน ๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอยู่ในห้องครัว อบขนมส่งกลิ่นหวานเลี่ยนจนน่ารำคาญ ผู้หญิงที่ไม่มีแม้แต่ความทะเยอทะยาน ไม่มีแม้แต่ศักดิ์ศรีที่จะปกป้องตัวเองในวันที่เขาประกาศกร้าวว่าการแต่งงานของพวกเขาเป็นเพียงความผิดพลาด และเธอ... เป็นเพียงเศษเกินที่เขาอยากกำจัดทิ้ง แต่แล้ว... ปลายประสาทสัมผัสของธันวากลับสะดุดกึกเข้ากับบางสิ่ง กลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยล่องมาตามสายลมเย็นที่ระบบปรับอากาศพัดผ่าน มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับของบรรดาสุภาพสตรีในงาน แต่มันคือกลิ่นหอมละมุนของวานิลลามาดากัสการ์ผสมผสานกับความหวานนุ่มนวลของช็อกโกแลตแท้คุณภาพเยี่ยม และกลิ่นเนยสดชั้นดีที่ผ่านการคั่วจนหอมกรุ่น กลิ่นที่คุ้นเคย... กลิ่นที่เคยลอยฟุ้งอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่เขาเคยเกลียดชังนักหนา ธันวาขมวดคิ้วมุ่น หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ เขากวาดสายตาดุดันไปยังมุมจัดแสดงขนมหวานระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงานในค่ำคืนนี้ ที่ตรงนั้น... ท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์ที่สาดส่องลงมาเพื่อขับเน้นความอลังการของประติมากรรมน้ำตาลปั้น ร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิท ไหล่เนียนเปลือยเปล่าตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ กำลังยืนสงบนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์แสดงผลงาน ขับเน้นให้เห็นถึงความสง่างาม เยือกเย็น และทรงอำนาจอย่างประหลาด เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้ารูปไข่ที่สะสวยเฉี่ยวคม ดวงตากลมโตคู่สวยภายใต้ขนตางอนงามคู่นั้นไม่ได้ก้มต่ำอย่างหวาดกลัวเหมือนในอดีตอีกต่อไป หากแต่ฉายแววราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังราวกับราชสีห์ที่มองฝูงแกะ พิมพ์มาดา... ชื่อนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของธันวาโดยไม่รู้ตัว แก้วแชมเปญในมือเกือบจะร่วงหล่นลงสู่พื้นพรมหนานุ่ม สติสัมปชัญญะของเขาคล้ายถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวแห่งความสับสน ผู้หญิงที่เขากล้าพูดอย่างเต็มปากว่าไม่มีวันเอาดีได้ ผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้ยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ในฐานะ "เชฟขนมหวานระดับโลก" ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่แม้แต่สื่อมวลชนต่างประเทศยังต้องก้มหัวให้ "ขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับเชฟรับเชิญกิตติมศักดิ์ของเราในค่ำคืนนี้ค่ะ เชฟพิม หรือ มาดามพิมพ์มาดา เชฟขนมหวานมือหนึ่งเจ้าของรางวัลปารีสปาตส์ซีซั่นล่าสุด ผู้บินตรงมาเพื่อรังสรรค์เมนูพิเศษให้กับงานการกุศลของเราโดยเฉพาะค่ะ!" เสียงพิธีกรบนเวทีกล่าวแนะนำด้วยความตื่นเต้น เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราวจากแขกเหรื่อทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยง ธันวารู้สึกราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงด้วยความเงียบงัน เสียงปรบมือรอบตัวดังอื้ออึงอยู่ในหู แต่เขากลับไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรำด้วยจังหวะบ้าคลั่ง สายตาของเขาล็อคตรงไปยังร่างบางที่กำลังคลี่ยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนหวานเหมือนเก่า หากแต่เป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่กรีดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของคนที่เคยคิดว่าตัวเองเหนือกว่า พิมพ์มาดากำลังกวาดสายตาคมปลาบมองมาทางแขกผู้มีเกียรติ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ดวงตากลมโตคู่นั้นก็ประสานเข้ากับนัยน์ตาสีคู่นهارอันคุ้นเคยของธันวาพอดี ไม่มีความตกใจ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความโหยหา มีเพียงความว่างเปล่าเย็นชา และแววตาสมเพชเวทนาที่ส่งตรงมาถึงเขาอย่างไม่ปิดบัง ธันวากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเย่อหยิ่งถือดีที่สะสมมานานหลายปีพังทลายลงในพริบตาเดียว เขาอยากจะเดินเข้าไปหา อยากจะเอ่ยปากถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงที่เคยอยู่ใต้เงาของเขาคนนั้น แต่ทว่า... เรียวขาคู่นั้นกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ในจังหวะที่หัวใจของธันวากำลังระส่ำระสายจนแทบควบคุมไม่อยู่ พิมพ์มาดาก็หันไปหยิบมีดตัดเค้กเงินด้ามยาวขึ้นมา เธอไม่ได้ละสายตาไปจากเขาเลยแม้แต่วินาทีเดียว ริมฝีปากอิบอิ่มขยับพูดไร้เสียงด้วยประโยคสั้น ๆ ที่ทำเอาธันวาต้องผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว *‘ยินดีต้อนรับสู่รสชาติแห่งความพินาศ... ที่คุณเคยมอบให้ฉันค่ะ’* และก่อนที่ธันวาจะทันได้ตั้งสติหรือก้าวเท้าเข้าไปหา เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างกายของเชฟสาวชื่อดัง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอ่ยเรียกชื่อเธออย่างออดอ้อด... "คุณแม่คะ! ขนมปั้นรูปดาวของหนูเสร็จหรือยังคะ? คุณอาบอกว่าอยากชิมแล้วนะ!" ธันวาเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อเป็นหินเมื่อก้มมองลงไปเห็นเด็กหญิงตัวน้อยวัยราวสี่ขวบ ผิวขาวเนียวละเอียดและดวงตากลมโตที่ถอดแบบพิมพ์มาดาออกมาราวกับแกะ แต่ทว่า... สันจมูกโด่งรั้นและโครงหน้าคมคายนั้น... มันช่างสะท้อนเงาของตัวเขาเองในกระจกเงาไม่มีผิดเพี้ยน! โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการล้างแค้นและหัวใจที่ถูกหลอมละลายด้วยความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ - เมฆหมอกสีชมพู)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความล้มเหลว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%