กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้จากฝรั่งเศสและวานิลลามาดากัสการ์คละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นเยียบของกระจกใสบานใหญ่ มันไม่ใช่กลิ่นอายของความอบอุ่นในครอบครัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือกลิ่นอายของสงคราม—สงครามที่ไร้เสียงปืน แต่เฉือนเฉือนหัวใจให้ขาดวิ่นได้ด้วยชูการ์คราฟท์และเนื้อเค้กที่ฟูเบา
พิมพ์มาดายืนอยู่หลังเคาน์เตอร์หินอ่อนสีดำสนิท ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงเก๋ถูกถอดออก เผยให้เห็นนัยน์ตาคู่คมที่นิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดหวั่นพรพร่อง เธอทอดสายตามองผ่านกระจกใสบานมหึมาของร้านเบเกอรี่สุดหรู ‘Maelstrom Patisserie’ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเช้าวันนี้ และเป้าหมายสายตาของเธอก็ไม่ใช่ใครอื่น... นอกจากตึกระฟ้ากระจกเงาสูงตระหง่านฝั่งตรงข้าม—อาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของธันวา อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
"คุณแม่คะ ลายเส้นของมาการ์องกล่องนี้... สวยพอหรือยังคะ?"
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบ พิมพ์มาดาก้มลงมองลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน 'น้องริน' หรือเด็กหญิงรินรดา วัยสี่ขวบเต็ม เจ้าตัวเล็กกำลังใช้ปลายนิ้วป้อมๆ จัดเรียงขนมมาการ์องสีชมพูพาสเทลลงในกล่องกระดาษสาอย่างตั้งอกตั้งใจ สันจมูกโด่งรั้นและโครงหน้าคมคายนั้น ช่างถอดแบบมาจากบิดาผู้ไม่เคยแม้แต่จะชายตากล่าวคำว่าขอโทษ... ไม่มีผิดเพี้ยน
หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบไปชั่วขณะ เธอทรุดตัวลงนั่งยองๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่เคลียแก้มป่องของลูกสาวอย่างแผ่วเบา
"สวยมากค่ะลูก สวยจนคนบางคนแถวนี้... อาจจะกินไม่ลงเลยทีเดียว" พิมพ์มาดายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เคลือบด้วยความเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว
ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน ในวันที่เธอยังเป็นแค่ภรรยาไร้ค่าผู้จมอยู่กับคราบแป้งและคราบน้ำตา ธันวาเคยปัดกวาดผลงานขนมหวานฝีมือเธอลงถังขยะต่อหน้าต่อตา พร้อมกับคำพูดที่ยังคงกรีดแทะหัวใจเธอจนถึงทุกวันนี้—*"เธอฝันกลางวันไปหน่อยหรือเปล่าพิมพ์มาดา? คนอย่างเธอ ไม่มีวันทำอะไรให้มันประสบความสำเร็จได้หรอก นอกจากเกาะฉันกินไปวันๆ"*
ในเวลานั้น เธอกลืนเลือดและหยาดน้ำตาลงคอ หอบหิ้วหัวใจที่แตกสลายและครรภ์อ่อนๆ หนีหายไปจากชีวิตของเขาโดยไม่เอ่ยปากขอแม้แต่เศษเงินสักแดงเดียว วันเวลาผ่านไป หยาดเหงื่อและความอดทนหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นเชฟขนมหวานระดับแนวหน้าของวงการ มีชื่อเสียง มีเงินทอง และที่สำคัญที่สุด... เธอกลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม
กริ๊ง!
เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูร้านดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างสูงสง่าของใครบางคนก้าวเข้ามา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงระยับที่คุ้นเคยตีเข้าจมูกพิมพ์มาดาจนสติของเธอกระเจิงชั่วขณะ
ธันวาก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและมั่นใจตามเคย ส้นรองเท้าหนังขัดมันกระทบพื้นหินขัดเกิดเสียงก้องกังวาน ทว่า... ทันทีที่สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบร้าน และหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางของหญิงสาวผู้ยืนสง่างามอยู่หลังเคาน์เตอร์ ร่างกายของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกลับแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน
ลมหายใจของธันวาติดขัด ลำคอแห้งผาก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยจนแทบถסתนออกมานอกเบ้า มือหนาที่ถือแฟ้มเอกสารหนังแท้กำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด
พิมพ์มาดา...
ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันลุกขึ้นยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยรัศมีของความเจิดจรัส ทรนง และเยือกเย็นจนน่ากลัว ชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีขาวสะอาดตากับเรือนผมที่รวบตึงขับเน้นใบหน้าสวยเฉี่ยวให้ดูทรงอำนาจยิ่งขึ้น
"ไม่คิดเลยนะครับ... ว่าเชฟฝีมือดีที่กวาดรางวัลระดับทวีปมาครอง จะมาเปิดร้านแย่งลูกค้าตึกผมถึงที่นี่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นพยายามรักษาความเย่อหยิ่งไว้เช่นเคย แต่กลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิดเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
พิมพ์มาดาไม่ตอบทันที เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าช้าๆ เดินอ้อมเคาน์เตอร์ออกมาเผชิญหน้ากับอดีตสามี ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง
"ยินดีต้อนรับค่ะคุณธันวา" พิมพ์มาดายิ้มรับ รอยยิ้มที่หวานหยดแต่เย็นเฉียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หวังว่ารสชาติของความล้มเหลว... ที่คุณกำลังจะได้ชิมจากฝีมือฉันในวันนี้ จะถูกปากคุณมากกว่าที่ผ่านมานะคะ"
ธันวากรามกระตุกแน่น ความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์บางอย่างที่อธิบายไม่ได้ตีรวนขึ้นในอก เขากำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนตามนิสัย แต่ทว่า... สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ ที่เดินงุ่มง่ามออกมาจากหลังห้องครัว พร้อมกับถือจานคุกกี้ช็อกโกแลตชิปเดินตรงมาหาพิมพ์มาดา
"คุณแม่คะ รินจัดใส่จานเสร็จแล้วค่ะ... เอ๊ะ?"
เด็กหญิงรินรดาเอียงคอสงสัยเมื่อเห็นชายแปลกหน้าหน้าตาหล่อเหลาแต่ดุร้ายยืนจ้องมองเธอตาค้าง
ธันวาราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม ร่างสูงเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เมื่อก้มมองลงไปสบตากลมโตคู่ใสแจ๋วที่เงยขึ้นมองเขา ผิวขาวเนียนละเอียดและโครงหน้าบล็อกเดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
หัวใจของธันวากระหน่ำเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกจากอก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสมองประมวลผลภาพตรงหน้ากับเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อนที่ภรรยาหนีหายไปพร้อมกับท้องโตใกล้คลอด
เด็กคนนี้... ลูกสาวของใครกัน?
ธันวาหันขวับกลับมามองหน้าพิมพ์มาดา รอยยิ้มเยือกเย็นบนเรียวปากของเธอบัดนี้ขยายกว้างขึ้นอย่างมีความหมาย พร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสีแดงระเรื่อราวกับจะประกาศิตชีวิตของเขาให้พังทลายลงในพริบตา
"ลูกสาวฉันเองค่ะ... น่ารักไหมคะคุณพ่อ?"
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
"เมฆหมอกสีชมพู"
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความล้มเหลว•ตอนที่ 2
ร้านใหม่ท่ามกลางพายุ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความล้มเหลว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
