ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์ขัดใจโลก•ตอนที่ 1

ศึกแรกที่พิพิธภัณฑ์

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมผสานกับความอับชื้นของหินแกรนิตนับร้อยปี ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องจัดแสดงนิทรรศการพิเศษดูผ่อนคลายขึ้นเลยสักนิด ในทางกลับกัน มันกลับอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ หากมีประกไฟตกลงมาเพียงนิดเดียว "ฉันบอกคุณเป็นรอบที่สามแล้วนะคะ คุณคินทร์ ว่าโครงสร้างเหล็กพ่นสีนีออนสีชมพูบานเย็นชิ้นนี้ ไม่ได้ทำลายสถาปัตยกรรมยุคเรอเนซองส์ของคุณ แต่มันกำลัง ‘ช่วยชีวิต’ ซากปรักหักพังที่น่าเบื่อหน่ายนี่ให้มีลมหายใจขึ้นมาต่างหาก" เสียงรองเท้าส้นสูงยี่ห้อดังกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่น สะท้อนก้องไปทั่วโถงกว้าง รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองร่างสูงโปรดในชุดสูทสีกรมท่าเนี้ยบกริบ ที่กำลังยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่หน้าแท่นจัดแสดงวัตถุโบราณ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตากรอบทองของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับกำลังประเมินราคาขยะชิ้นหนึ่ง มากกว่าจะมองผลงานการออกแบบที่เธอทุ่มเทสมองและหยาดเหงื่อมานานแรมเดือน คินทร์ไม่ขยับเขยื้อiกาย เขาผ่อนลมหายใจออกทางจมูกช้าๆ อย่างคนที่ต้องใช้ความอดทนสูงสุดในรอบทศวรรษ "ถ้าคุณอยากเอาขยะพลาสติกเรืองแสงมาตั้งโชว์กลางพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ เพื่อสนองนี้ดความจัดจ้านในสมองของคุณเอง ผมแนะนำให้ไปเปิดแฟชั่นโชว์ในคลับใต้ดินเถอะครับ รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ หากแต่ทุกคำที่เปล่งออกมากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง "ที่นี่คือสถานที่เก็บรักษาประวัติศาสตร์ ไม่ใช่รันเวย์ฉาบฉวยที่ใครนึกอยากจะพ่นสีฉูดฉาดลงไปเพื่อเรียกร้องยอดไลก์ในอินสตาแกรม" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความโกรธ เธอก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดร่างสูงที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงหัวไหล่ ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว "ฉาบฉวยอย่างนั้นหรือคะ?" เธอทวนคำ เสียงสั่นพร่าด้วยความฉุนเฉียว "สิ่งที่ภัณฑารักษ์หัวโบราณอย่างคุณเรียกว่าขยะพลาสติกเนี่ย มันคือคอนเซปต์ 'The Dying Past' ที่จะเชื่อมโยงความเก่าแก่คร่ำครึที่คุณหวงแหนนักหนาเข้ากับโลกยุคปัจจุบัน! ถ้าไม่มีงานออกแบบของฉัน งานนิทรรศการ 'รอยต่อแห่งกาลเวลา' ของคุณก็เป็นได้แค่พิพิธภัณฑ์ร้างที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ ที่มีแต่พวกผู้สูงอายุหลงยุคมาเดินทอดน่องฆ่าเวลาไปวันๆ เท่านั้นแหละค่ะ!" คินทร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เข้มงวด เด็ดขาด และหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของภัณฑารักษ์มือหนึ่ง ดวงตาคู่คมกวาดมองดีไซเนอร์สาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่เย้ยหยันแบบเงียบเชียบ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้รินรดาอยากจะหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมฟาดหน้าหล่อๆ ของเขาให้หายหมั่นไส้สักทีสองที "พูดจบหรือยังครับ?" คินทร์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าขยับตัวเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ "ถ้าพ่นน้ำลายใส่หน้าผมจนพอใจแล้ว ก็ช่วยกรุณารื้อโครงสร้างอัปpreyนั่นออกไปจากห้องโถงหลักภายในเย็นนี้ด้วย ผมให้เกียรติคุณมามากพอแล้วในฐานะดีไซเนอร์รับเชิญ แต่ผมไม่มีวันยอมให้ใครเอาขยะแฟชั่นราคาถูกมาแปดเปื้อนประวัติศาสตร์สามร้อยปีเด็ดขาด" "คุณคินทร์!" รินรดาแทบกรี๊ด มือเรียวบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "คุณมัน... ปากจัด ไร้รสนิยม แล้วก็หัวโบราณเต่าล้านปีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย!" "ขอบคุณสำหรับคำชมครับ" คินทร์ตอบหน้าตาย ไร้ความสะทกสะท้านใดๆ ทั้งสิ้น ยิ่งเห็นใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ เขากลับยิ่งรู้สึกว่าริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ อยู่นั้น... ช่างน่ารำคาญใจ และในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันดึงดูดสายตาอย่างประหลาด "ฉันไม่รื้อ!" รินรดาประกาศกร้าว น้ำเสียงสั่นระริกด้วยความดื้อรั้น เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสนุกแกมเยาะหยันของเขา "และถ้าคุณแน่จริง ก็ลองสั่งให้คนมายกโครงสร้างของฉันออกไปสิคะ แล้วเราจะได้เห็นกันว่า ระหว่างประวัติศาสตร์ฝุ่นเกรอะของคุณ กับงานศิลปะร่วมสมัยของฉัน ใครกันแน่ที่จะทำให้คนทั้งประเทศต้องหันมามอง!" บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ อยู่บนเพดาน เคมีบางอย่างที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยแรงปะทะพุ่งพล่านอยู่ระหว่างคนทั้งสอง รินรดายังคงยืนจ้องหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงด้วยความโกรธจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ขณะที่คินทร์เองก็จ้องมองเธอด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้นอย่างผิดคาด ความดื้อรั้นและประกายไฟในดวงตาคู่สวยนั้น กำลังท้าทายกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองอย่างช้าๆ ในจังหวะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินมาถึงจุดเดือด เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับร่างเพรียวบางของเมษาที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามา พร้อมแท็บเล็ตในมือ "ริน! แย่แล้วแก! เกิดเรื่องใหญ่—" เสียงของเมษาขาดหายไปในลำคอ เมื่อเธอวิ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องจัดแสดง แล้วพบว่าเพื่อนสนิทของเธอกำลังยืนประชิดตัวอยู่กับภัณฑารักษ์หนุ่มมาดขรึมในระยะห่างที่ไม่น่าไว้วางใจ ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกันอยู่รอมร่อ รินรดาสดุ้งสุดตัว รีบผละถอยหลังออกมาทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอส่งค้อนวงใหญ่ให้คินทร์ที่ยังคงยืนนิ่งตีหน้าตายได้อย่างน่าหมั่นไส้ที่สุด "มีอะไรยัยเมษา?" รินรดาแหวใส่เพื่อนกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็แล่นพล่านขึ้นมาในอก เมษากะพริบตาปริบๆ สลับมองหน้ารินรดากับคินทร์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อ.ที่ปิดไม่มิด ก่อนจะยกแท็บเล็ตขึ้นชูให้ทั้งสองคนดู "คือ... ท่านรัฐมนตรีกับสื่อมวลชนทุกสำนัก เปลี่ยนกำหนดการจู่โจมมาถึงพิพิธภัณฑ์เร็วกว่ากำหนดหนึ่งชั่วโมงค่ะ" เมษาลอบกลืนน้ำลายลงคอ "และตอนนี้... รถถ่ายทอดสดของสำนักข่าวใหญ่กำลังเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าประตูทางเข้าแล้วค่ะ!" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความปั่นป่วนครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์ขัดใจโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%