เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์•ตอนที่ 14

ภารกิจช่วยเหลือเพื่อนบ้านและการสร้างเครือข่าย

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
“หากพวกท่านยังเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดลีบแบนเหล่านี้มาหว่านลงแปลงดินอีก ปีหน้าทั้งหมู่บ้านคงได้พากันอดตายจนต้องไปขอทานหน้าสถานีรถไฟกันจริงๆ นะครับ” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของลู่ถิงเฟยดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของลานตากพืชผลหลังบ้านผู้ใหญ่บ้าน สายตาคมกริบกวาดมองชาวบ้านนับสิบชีวิตที่นั่งหน้าเคร่งเครียด ในมือของนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าดุร้ายในสนามรบ บัดนี้กลับถือรวงข้าวโพดคุณภาพต่ำที่ถูกย้อมแมวขายโดยพ่อค้าคนกลางหน้าเลือด เมล็ดพันธุ์เหล่านี้คือฝันร้ายของเกษตรกรผู้ยากจนในหมู่บ้านหง Hsing ที่หลินชิงหยวนและสามีตั้งใจจะเข้ามาพลิกฟื้นชีวิตให้หลุดพ้นจากวังวนความยากจน “ถิงเฟยพูดถูกแล้วครับ” หลินชิงหยวนก้าวออกมาจากเงาไม้ใหญ่ ใบหน้าหวานละมุนแต่แฝงไว้ด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก “พวกท่านถูกพ่อค้าพวกนั้นหลอกเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายไปแลกกับขยะไร้ค่า แต่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ วันนี้ฉันกับสามีนำทางออกที่ดีกว่ามาให้แล้ว” หญิงสาวสะบัดมือเบาๆ ถุงผ้าใบใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะไม้ไผ่ ก่อนจะเปิดออกเผยให้เห็น “เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดมิติพิเศษ” ที่คัดสรรมาอย่างดี เมล็ดเต่งตึง อมทองเป็นประกาย และส่งกลิ่นหอมจางๆ ของดินอุดมสมบูรณ์โชยออกมาเตะจมูก ทุกคนในที่นั้นถึงกับสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที ชาวบ้านต่างพากันชะเง้อมองด้วยความประหลาดใจ ป้าอวี้ หญิงชราผู้ยากจนจนแทบไม่มีข้าวก้นหม้อ ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า มือเหี่ยวย่นสั่นเทาขณะเอื้อมแตะถุงผ้าใบนั้น “คุณหนูหลิน... นี่มันเมล็ดพันธุ์อะไรกันทำไมถึงดูงดงามเช่นนี้ หรือว่าพวกเราจะ...” “ใช่ครับป้าอวี้” ชิงหยวนย่อตัวลงจับมือหยาบกร้านนั้นอย่างอบอุ่น น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น “นี่คือโครงการ ‘นาแปลงร่วมพัฒนา’ ที่ฉันกับถิงเฟยคิดไว้ พวกท่านไม่ต้องใช้เงินซื้อเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ล่วงหน้า นำไปเพาะปลูกตามวิธีที่ฉันจะสอน ผลผลิตที่ได้ เราจะแบ่งปันกันอย่างยุติธรรม และฉันรับประกันว่า ราคาขายในตลาดเมืองหลวงจะทำให้พวกท่านลืมตาอ้าปากได้ภายในฤดูกาลเก็บเกี่ยวเดียว” คำพูดของหลินชิงหยวนราวกับสายฝนชุ่มฉ่ำที่ตกลงกลางทะเลทราย ชาวบ้านต่างพากันพยักหน้ารับด้วยความซาบซึ้ง บางคนถึงกับปาดน้ำตาด้วยความตื้นตัน แต่ทว่า ความสุขมักอยู่ได้ไม่นานเมื่อมีเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตู “ฮ่าๆๆ! ช่างกล้าพูดเสียจริงนะหลินชิงหยวน แกคิดว่าตัวเองเป็นเทพเซียนหรืออย่างไร ถึงกล้ามาป่าวประกาศว่าจะทำให้คนยากจนเหล่านี้ร่ำรวยได้? อย่าลืมเสียล่ะว่าดินรกร้างพวกนี้ ต่อให้เอาทองคำไปโปรดก็ไม่อาจงอกเงยอะไรได้หรอก!” ร่างอ้วนท้วมของหลินชุ่ยเฟิง ป้าสะใภ้จอมละโมบก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยเหยียดยิ้มเยาะ หล่อนเดินนძเข้าวงล้อมด้วยท่าทางกร่าง ชายผ้าไหมราคาแพงสะบัดไปมา เป็นหลักฐานชั้นดีว่าเงินที่หล่อนรีดไถมาจากตระกูลหลินและชาวบ้านถูกนำมาปรนเปรอความสุขส่วนตัวมากแค่ไหน หลินชิงหยวนไม่แม้แต่จะชายตามองคู่กรณีทันที นางเพียงแค่ยกชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมนุ่มลึกนั้นตัดกับความเกรี้ยวกราดของป้าสะใภ้อย่างสิ้นเชิง “อ๋อ... นึกว่าใครที่ไหน ป้าสะใภ้จอมสูบเลือดสูบเนื้อนี่เองครับ” ชิงหยวนวางถ้วยชาลง เสียงกระเบื้องกระทบโต๊ะดังเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบลง “ลมอะไรหอบท่านมาถึงนี่ หรือว่าเงินที่ไปโกงชาวบ้านเขามาเริ่มหมดแล้ว ถึงต้องมาเดินหาเหยื่อรายใหม่ในเขตของฉัน?” “นังตัวดี! ปากเก่งนักนะแก!” ชุ่ยเฟิงหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ หล่อนชี้หน้าหมายจะด่าทอ แต่ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของลู่ถิงเฟยที่ก้าวเข้ามายืนบังภรรยาเอาไว้ รังสีอำมหิตและกลิ่นอายสนามรบที่แผ่ออกมาจากตัวนายทหารหนุ่มทำให้ป้าสะใภ้สะดุ้งเฮือก ถอยหลังกรูดไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว “ถอยไปนะ!” ชุ่ยเฟิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามทำใจดีสู้เสือ “ฉัน... ฉันแค่มารับฝากขายที่ดินแทนคนในหมู่บ้าน ใครๆ ก็รู้ว่าที่ดินแถบนี้มันไร้ค่า พวกแกกำลังหลอกลวงชาวบ้านเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองต่างหาก!” “หลอกลวงงั้นหรือครับ?” ลู่ถิงเฟยเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพญาเสือโคร่งในป่าลึก สายตาดุดันจ้องมองไปยังป้าสะใภ้อย่างเฉียบคม “ภรรยาของผมไม่เคยทำอะไรเสียเปล่า และถ้าใครกล้าขัดขวางโครงการสร้างชีวิตใหม่ของชาวบ้านในเขตความรับผิดชอบของผม... คงต้องลองถามหมัดของผมดูก่อนว่ามันจะยอมรับเหตุผลของท่านไหม” สิ้นคำพูดนั้น กำปั้นใหญ่หนาของนายทหารหนุ่มก็บดเข้าหากันจนเกิดเสียงกรอบแกรบ ชุ่ยเฟิงหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ หล่อนรู้ดีว่าสามีของหลินชิงหยวนคนนี้พูดจริงทำจริง ไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งสิ้น “แก... แกขู่ฉันเหรอ? พะ... พรุ่งนี้ฉันจะไปฟ้องนายอำเภอ!” หล่อนตะโกนเสียงหลงเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว ก่อนจะวิ่งหนีหายออกไปจากลานบ้านราวกับหมูตอนวิ่งหนีสุนัขไล่เนื้อ สร้างเสียงหัวเราะเยาะจากชาวบ้านที่โล่งใจ ชิงหยวนมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ก่อนจะหันมาหาชาวบ้านทุกคนด้วยแววตาที่มุ่งมั่นอีกครั้ง “อย่าไปสนใจคนประเภทนั้นเลยครับ ทุกท่าน เรามาเริ่มต้นลงมือกันเถอะ วันนี้ฉันจะสอนวิธีเตรียมดินด้วยสูตรพิเศษ เพื่อให้พวกเราได้เก็บเกี่ยวผลผลิตล็อตแรกก่อนใครในอำเภอนี้!” เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังระงงไปทั่วบริเวณ ชิงหยวนและถิงเฟยร่วมแรงร่วมใจกับชาวบ้านในการสาธิตวิธีเพาะปลูก กลิ่นหอมกรุ่นของดินดีและบรรยากาศอันอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทุ่งนาที่กำลังจะฟื้นคืนชีพ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงยามเย็น เมื่อแสงอาทิตย์สีส้มอัสดงสาดส่องลงมา ทันใดนั้นเอง รถบรรพ์ทหารสีเขียวเข้มคันใหญ่ก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าบ้านพักของทั้งสอง ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวลงมา— ชายชราในเครื่องแบบทหารระดับสูงผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมและมีรอยแผลเป็นที่หางตาเดินตรงมาหาลู่ถิงเฟยด้วยท่าทีเร่งรีบ พร้อมกับยื่นเอกสารตราประทับลับสีแดงฉานให้ “ผู้กองลู่... เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่ค่ายทหารชายแดน ผลผลิตสมุนไพรและเสบียงมิติพิเศษที่ภรรยาของคุณส่งไปเมื่อเดือนก่อน ดึงดูดสายตาของ ‘คนกลุ่มนั้น’ เข้าแล้ว!” แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ลมทะเลพัดรัก
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%