หยาดเหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงตามกรอบหน้าเรียว ปลายคางมนจรดคอระหงจนเปียกชุ่ม ลูเซียน่ากัดริมฝีปากจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของโลหิตผสมผสานกับกลิ่นอายโอโซนเข้มข้นที่อัดแน่นอยู่ในห้องทดลองลับชั้นที่สิบสามของหอคอยต้องห้าม แรงกดดันระดับมหาศาลจากบาเรียจิตวิญญาณเบื้องหน้ากำลังบดขยี้ประสาทสัมผัสทุกตารางนิ้วในร่างกายของเธอให้อ่อนระโหยโรยแรง
เสียงทุ้มต่ำของระบบอัจฉริยะในหัวดังรัวถี่ราวกับกลองศึก เป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่กระพริบเตือนขีดจำกัดทางกายภาพ
[แจ้งเตือน: ตรวจพบระดับมานาในกระแสเลือดเกินขีดจำกัด 300%]
[คำเตือน: ความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างอันตราย สมองส่วนหน้ากำลังได้รับความเสียหายจากแรงต้านทางจิต]
[ระบบกำลังประเมิน... โอกาสรอดชีวิตจากการฝืนทะลวงกำแพงจิตระดับที่สี่: ลดลงเหลือ 4.2% ขอแนะนำให้ยกเลิกกระบวนการทันที—]
"เงียบเสียทีเถอะน่า เจ้าระบบจอมจุ้น..." ลูเซียน่าพึมพำลอดไรฟัน น้ำเสียงของเด็กสาวแหบพร่าแต่ทว่าดื้อรั้น ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแวววาววับด้วยประกายแห่งความท้าทาย เธอไม่ได้มาไกลถึงเพียงนี้เพื่อให้คำว่า 'เป็นไปไม่ได้' มาหยุดยั้งเอาไว้ตรงนี้หรอกนะคะ
เบื้องหน้าของเธอคือ 'กำแพงอวิชชา' ม่านพลังจิตโบราณที่กั้นขวางระหว่างผู้ใช้เวทมนตร์ฝึกหัดกับประตูสู่ความจริงอันลี้ลับของหอคอยต้องห้าม มันไม่ใช่กำแพงที่ทำจากศิลาหรือเวทมนตร์ธาตุทั่วไป หากแต่มันถูกถักทอขึ้นจากเศษเสี้ยวความทรงจำ ความกลัว และความมืดมนในจิตใจของผู้สร้างอดีต การจะก้าวข้ามมันไปได้ พลังเวทมนตร์สี่ธาตุในกายอย่างดิน น้ำ ลม ไฟ จึงเป็นเพียงแค่กุญแจชั้นนอก แต่กุญแจดอกสำคัญที่สุด... คือเจตจำนงอันแน่วแน่ที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่างหากล่ะคะ
"ลูซ! อย่าเพิ่งฝืนเกินตัวนะ เจ้าบ้าเอ๊ย!"
เสียงตะโกนปนหอบหายใจของเรย์เพื่อนร่วมชั้นหนุ่มผู้มีสายเลือดเอลฟ์บริสุทธิ์ดังแทรกเข้ามาท่ามกลางเสียงคำรามต่ำของพลังงานรอบตัว เขากำลังใช้คฑาไม้โบราณค้ำยันร่างที่สะินสะสะอนของตัวเองไว้กับพื้นหินอ่อน ร่องรอยรอยไหม้เกรียมจากเปลวเพลิงเวทมนตร์สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาผ่านศึกหนักกันมามากเพียงใดก่อนจะมาถึงจุดนี้ ขณะที่อีธานและคาร์ลอส สหายร่วมรบอีกสองคนก็นอนหอบหายใจอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่สูญเสียมานาจนหมดเกลี้ยง ทำได้เพียงส่งสายตาแห่งความห่วงใยและภาวนามาให้
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของลูเซียน่ากระตุกวูบไม่ใช่ความเหนื่อยล้าของเพื่อนพ้อง หากแต่เป็นสายตาคู่คมกริบของมาสเตอร์เซเลสเทีย อาจารย์สาวลึกลับผู้ยืนกอดอกนิ่งสงบอยู่ตรงมุมมืดของห้อง
ใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลักของมาสเตอร์เซเลสเทียไม่ได้แสดงความหวาดกลัวหรือความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แต่ดวงตาสสีนิลคู่สวยคู่นั้นกลับจ้องมองตรงมาที่ลูเซียน่าด้วยความหมายลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก ราวกับจะทดสอบว่าเด็กสาวในความดูแลของนางจะกล้าหาญพอที่จะคว้าชะตากรรมของตนเองไว้หรือไม่
"ถ้าเจ้าเลือกที่จะถอยตอนนี้... ความลับทั้งหมดของหอคอยแห่งนี้จะถูกฝังกลบไปพร้อมกับความขี้ขลาดของเจ้า ลูเซียน่า" น้ำเสียงเรียบเย็นแต่ทรงพลังดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเด็กสาว "พลังเวทมนตร์ไม่ได้มอบให้เพื่อการครอบครอง แต่มันมอบให้เพื่อการตระหนักรู้ เจ้าเข้าใจคำนี้ดีแค่ไหนกัน?"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ ลูเซียน่าสูดลมหายใจเข้าลึก
ตระหนักรู้... อย่างนั้นหรือ?
ย้อนกลับไปนับตั้งแต่วันแรกที่เธอหลุดเข้ามาในโลกแฟนตาซีแห่งนี้ พร้อมกับระบบอัจฉริยะที่คอยคำนวณความน่าจะเป็นและเส้นทางรอดชีวิตให้ เธอมักจะพึ่งพาตัวเลข ข้อมูล และทฤษฎีเวทมนตร์อันแม่นยำมาโดยตลอด จนบางครั้ง... เธอก็หลงลืมไปว่า หัวใจของเวทมนตร์ที่แท้จริงหาใช่ระบบคำนวณ หากแต่มันคือ 'จิตวิญญาณ' ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัวต่างหากเล่า
เด็กสาวหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความมืดมิดภายในจิตใจเข้าโอบ
ในห้วงความคิดอันเวิ้งว้าง ลูเซียน่ามองเห็นธาตุทั้งสี่ที่เคยฝึกฝน ธาตุดินที่หนักแน่นมั่นคง ธาตุน้ำที่ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ ธาตุลมที่อิสระเสรี และธาตุไฟที่ร้อนแรงแผดเผา ทั้งหมดไม่ได้แยกขาดจากกัน หากแต่พวกมันหมุนวนอยู่ในวัฏจักรเดียวกันอย่างกลมกลืน เช่นเดียวกับตัวตนของเธอที่มีทั้งความเจ้าเล่ห์ ความฉลาดรอบคอบ และความเปราะบาง
[ระบบตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของคลื่นสมอง... รูปแบบคลื่นมานาเริ่มซิงโครไนซ์กับธรรมชาติรอบตัว]
[อัตราการเต้นของหัวใจเข้าสู่ภาวะสมบูรณ์แบบ — ปลดล็อกสถานะ: 'จิตวิญญาณสี่ประสาน']
พลันนั้น ดวงตาของลูเซียน่าก็ลืมโพลงขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสี่สีสว่างวาบขึ้นในม่านตาคู่นั้นอย่างเจิดจ้า รัศมีมานาสีรุ้งแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนกำแพงอวิชชาเบื้องหน้าถึงกับสั่นสะท้อนด้วยความหวาดกลัว แรงกดดันที่เคยบดขยี้ร่างกลับถูกดูดกลืนเข้าไปในตัวเธอกลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์
"ฉันไม่ได้มาเพื่อยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์ที่พวกท่านสร้างขึ้นหรอกนะคะ..."
ลูเซียน่าพزึมพำด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ ทว่าก้องกังวานทรงพลัง มือเรียวบางยกขึ้นวาดออกไปเบื้องหน้าอย่างมั่นใจ ไม่มีการร่ายคาถาเวทมนตร์ยาวเหยียด ไม่มีเสียงตะโกนก้อง มีเพียงแค่ปลายนิ้วที่แตะสัมผัสลงบนม่านพลังจิตอันมืดมิดราวกับสายสัมผัสของคนรัก
เปรี้ยง!
เสียงระเบิดทางจิตวิญญาณดังสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน คลื่นกระแทกสีทองสว่างวาบกวาดล้างความมืดมิดในห้องทดลองจนสว่างจ้า เรย์ต้องยกแขนขึ้นปัดป้องแสงอันเจิดจ้า ขณะที่มาสเตอร์เซเลสเทียถึงกับขยับตัวเล็กน้อย มุมปากเรียวสวยเผยรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง
กำแพงอวิชชาที่ตั้งตระหง่านมานานนับร้อยปีค่อยๆ ปริแตกออกเป็นรอยร้าวทีละน้อย ก่อนจะพังทลายลงมาเป็นเกล็ดแสงระยิบระยับราวกับละอองดาวที่โปรยปรายลงสู่พื้น
[ภารกิจหลัก: ทรลวงกำแพงอวิชชา - สำเร็จลุล่วง!]
[ท่านได้รับแต้มประสบการณ์สะสม +50,000 แต้ม]
[ทักษะพิเศษ 'การเชื่อมโยงจิตวิญญาณขั้นสูง' ถูกอัปเกรดเป็นระดับมาสเตอร์]
ลูเซียน่ายืนหอบหายใจเบาๆ ร่างกายของเธอบัดนี้อาบไล้ไปด้วยละอองแสงเวทมนตร์สี่สีที่หมุนวนรอบตัวอย่างงดงาม ชัยชนะอยู่ตรงหน้าแล้ว... แต่ทว่า ก่อนที่รอยยิ้มแห่งความโล่งอกจะทันได้ระบายลงบนใบหน้าของเด็กสาว ลมหายใจของทุกคนในห้องก็ต้องสะดุดกึก
เมื่อละอองแสงจากการพังทลายของกำแพงจางหายไป สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังประตูบานใหญ่ที่ถูกเปิดออกหาใช่ห้องเก็บสมบัติหรือบันไดขึ้นสู่ชั้นต่อไปตามที่ระบบคาดการณ์ไว้ หากแต่มันคือ... ร่างเงาสีดำทมิฬของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่ถูกพัน Mด้วยโซ่ตรวนเวทมนตร์โบราณ
ดวงตาสีแดงฉานนับคู่ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกันในความมืด พร้อมกับเสียงคำรามต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงรากฐานของหอคอยต้องห้าม
และเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในหัวของลูเซียน่าตอนนี้ ก็ไม่ได้มีสีฟ้าหรือสีเขียวเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา...
[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการตื่นของ 'บรรพบุรุษแห่งความโกลาหล' - บอสลับระดับ SSS: ผู้พิทักษ์ประตูแห่งจุดจบ]
[ระบบทำการปิดกั้นฟังก์ชันช่วยเหลือทั้งหมด... ขอให้โชคดี ผู้ถูกเลือก]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความกล้าหาญของลูซในบทนี้นะคะ
ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม•ตอนที่ 39
ก้าวข้ามขีดจำกัด
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!