“ถ้าคุณรื้อคานไม้ยูคาลิปตัสโบราณนี่ทิ้งเพื่อจะยัดโครงเหล็กทำฝ้าหลุมซ่อนไฟสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกตามใจชอบ... ดิฉันแนะนำให้คุณไปซื้อคอนโดลุมพินีอยู่เองจะง่ายกว่านะคะคุณสถาปนิก!”
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนเคลือบน้ำผึ้ง ดังขึ้นก้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์เก่าแก่ยุคอาณานิคมที่กำลังอยู่ระหว่างการบูรณะ ฝุ่นผงปูนปลาสเตอร์ที่ลอยเค្វ้งคว้างในอากาศยามบ่ายถูกสยบลงทันทีด้วยรัศมีอันคุกคามจากเจ้าของเสียงนั้น
รัญธิดา—สถาปนิกสาวลุยๆ ในชุดช็อปเซอร์ๆ เลอะคราบสีและฝุ่นดินสอ 2B ชะงักมือที่กำลังถือม้วนพิมพ์เขียว เธอกลอกตามองบนอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง
ลีลาวดี อินทีเรียร์ไซส์ไฮโซผู้เพอร์เฟกต์ตั้งแต่เส้นผมจรดปลายรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดัง ยืนกอดอกพิงเสาไม้สักทองด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ใบหน้าเรียวรูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตคู่คมกวาดตามองร่างมอมแมมของรัญธิดาด้วยความระอาใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง
“แล้วถ้าคุณอินทีเรียร์สมองเพชรจะกรุณาใช้รอยหยักในสมองส่วนหน้าสักนิดคิดตามพิมพ์เขียวฉบับนี้...” รัญธิดาก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าลอยปะปนกับกลิ่นอับของบ้านเก่า “คานไม้นั่นมันผุกร่อนไปสามสิบเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะคุณลีลาวดี ถ้าไม่เสริมโครงเหล็กรับน้ำหนัก โคมระย้าคริสตัลอิมพอร์ตราคาเจ็ดหลักที่คุณแม่ค้าอยากได้จะตกลงมาบดขยี้หัวสวยๆ ของคุณจนแบนเป็นกล้วยปิ้งในวันเปิดตัวนิทรรศการแน่ๆ”
“อย่ามาใช้คำพูดขู่ขวัญเด็กอนุบาลกับฉันนะคะ รัญธิดา” ลีลาวดีกัดฟันกรอด ขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัว แต่ทว่าแววตาคู่สวยกลับวาวโรจน์ด้วยความทิฐิ “สถาปัตยกรรมชิ้นนี้มีอายุร่วมร้อยปี คุณค่าของมันคือความดั้งเดิม! หน้าที่ของคุณคือรักษาโครงสร้างเดิม ไม่ใช่คิดจะทำลายมันเพื่อโชว์วิสัยทัศน์บ้าบอคอแตกอะไรนั่น!”
“วิสัยทัศน์บ้าบอคอแตกของฉันนี่แหละค่ะที่จะทำให้โปรเจกต์นี้ไม่พังคามือคุณ!”
รัญธิดาเถียงกลับทันควัน หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะที่เร่งเร้ากว่าปกติ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธจัดที่โดนดูถูกฝีมือ หรือเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับผู้หญิงคนนี้มันใกล้เกินไปจนเผลอไปสังเกตเห็นแพขนตางอนหนาและริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ
บรรยากาศในห้องโถงเงียบงัดลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันในระยะกระชั้นชิด เคมีคุกรุ่นระหว่าง ‘สถาปนิกสาวหัวรั้น’ กับ ‘อินทีเรียร์สาวจอมเนี๊ยบ’ แผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบตัวราวกับสูงขึ้นอีกหลายองศา
“นี่... พวกเธอสองคนจะกินหัวกันเองก่อนที่บ้านหลังนี้จะรีโนเวทเสร็จหรือไงวะเนี่ย”
เสียงทุ้มห้าวของกรณ์ เพื่อนสนิทและวิศวกรประจำโครงการที่เพิ่งเดินถือกระป๋องกาแฟกระป๋องเข้ามาแทรกกลางวงอุบัติเหตุทางอารมณ์ ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งและรีบผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต รัญธิดาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ขณะที่ลีลาวดียกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นสูงกว่าเดิมเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
“ฉันไม่ได้อยากจะกินหัวใครหรอกค่ะคุณกรณ์...” ลีลาวดีปรายตามองรัญธิดาที่ยืนกอดอกหันหลังให้ “แค่เตือนสติคนบางคนแถวนี้ให้รู้จักเคารพงานศิลปะบ้างก็เท่านั้น”
“ฉันก็เคารพงานศิลปะค่ะ แต่ฉันเคารพชีวิตคนมากกว่า!” รัญธิดาหันขวับกลับมาตอกกลับเสียงแข็ง “ตกลงตามนี้นะคะคุณวิศวกร พรุ่งนี้เช้าเราจะเริ่มรื้อคานโซนนี้ตามแบบที่ฉันแก้...”
“เดี๋ยวก่อน!” ลีลาวดีร้องห้ามเสียงหลง ก้าวเข้ามาคว้าข้อมือของรัญธิดาไว้โดยสัญชาตญาณ สัมผัสนุ่มนวลจากปลายนิ้วที่แตะลงบนผิวเนื้อทำให้รัญธิดาชะงัก ลีลาวดีเองก็ชะالكเช่นกัน ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกันนิ่งงัน ท่ามกลางความเงียบที่เข้าปกคลุมอีกครั้ง
“ฉัน... ฉันไม่อนุญาตให้คุณทำแบบนั้นเด็ดขาด” ลีลาวดีกระซิบเสียงแผ่วลงกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาคู่คมไหวระริกอย่างมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
รัญธิดากำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยประโยคเจ็บแสบสักประโยค ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะไม้เท้าก๊องแก๊งที่ดังมาจากระเบียงทางเดินด้านนอกก็ทำให้ทั้งสามคนต้องหันไปมองพร้อมกัน
เงาร่างของชายชราในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับเสียงทุ้มทรงอำนาจที่เอ่ยขัดจังหวะความตึงเครียดขึ้นว่า
“ดูท่าทางพวกคุณสองคนจะรักกันดีนะ ถึงได้เถียงกันเสียงดังไปถึงเรือนใหญ่...”
รัญธิดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของแขกผู้มาใหม่ชัดเจน—ท่านอธิการบดีผู้ทรงอิทธิพลและเป็นเจ้าของค่ายอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ผู้ว่าจ้างโปรเจกต์นี้ แต่อะไรก็ไม่น่าตกใจเท่ากับประโยคถัดมาที่เขาเอ่ยต่อจากนั้น
“ในเมื่อความคิดเห็นของพวกคุณมันสวนทางกันนัก งั้นผมตัดสินใจเอง... เริ่มพรุ่งนี้เช้า ให้คุณรัญธิดากับคุณลีลาวดี ‘ย้ายมานอนพักด้วยกัน’ ที่เรือนรับรองหลังเก่าในไซต์งานนี้ เพื่อทำการบ้านและเคลียร์แบบแปลนให้จบภายในสามวัน ไม่อย่างนั้น... โปรเจกต์นี้เป็นอันยกเลิก!”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดหน้าแรกของความอลวนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวแรกที่ไร้รอยประสาน
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!